December 5, 2021
ปัจจุบันเทคโนโลยียานยนต์ก้าวหน้าไปไกล นอกจากสมรรถนะที่ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยประหยัดน้ำมันและรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราได้เรียนรู้การขับขี่แบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงานควบคู่กับไปด้วย ก็จะช่วยลดโลกร้อนได้ง่ายๆ เลยครับ การขับขี่แบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงานสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเราเอง เริ่มต้นได้จากการเลือกรถยนต์ที่เหมาะสม และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้รถใช้ถนน วันนี้ผมมีข้อมูลจาก ฟอร์ด ประเทศไทย ที่จะมาแนะนำ 10 วิธีขับขี่แบบง่ายๆ ที่ทั้งประหยัดน้ำมัน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ทำให้คุณต้องเปลืองเงิน ตามไปดูกันเลยครับ เลือกรถยนต์ที่เหมาะสม การเลือกรุ่นรถยนต์เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้คุณขับรถได้โดยไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม รวมถึงการใช้รถยนต์ให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน จะทำให้ได้ทั้งประสิทธิภาพในการขับและประหยัดน้ำมันอย่างดีเยี่ยม อย่างเช่น การขับรถทางไกลบนเส้นทางที่ต้องใช้กำลัง นอกจากจะช่วยให้ผู้ขับขี่สะดวกสบายลุยไปได้ทุกเส้นทางแล้ว ยังเป็นการใช้น้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพด้วย อย่างเช่น รถกระบะเกิดมาแกร่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นไวล์ดแทรค 3.2 ลิตร ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล ดูราทอร์ค ทีดีซีไอ วีจี เทอร์โบ (Diesel...
ว่าจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้มานานแล้ว เนื่องจากผมและภรรยาก็เป็นหนึ่งในบรรดาครอบครัวที่ตัดสินใจส่งเด็กชายโมโม่เข้าโรงเรียนแนวส่งเสริมพัฒนาการ หรือที่เรียกกันว่าแนวบูรณาการ  ซึ่งก็มีหลายคนตั้งประเด็นคำถาม และเชื่อว่ายังมีอีกมากที่ยังคาอกคาใจ (โดยเฉพาะญาติผู้ใหญ่) ว่ามันจะดีจริงหรือ? วันนี้บังเอิญไปพบข้อมูลที่ตรงใจ ที่น่าจะตอบคำถามนี้ได้ เลยขออนุญาตนำมาแชร์ต่อในบล็อกนี้เลยนะครับ และขอขอบคุณคุณหมอเหมียวชวนคุยสำหรับข้อมูลดีๆ ครับผม :) =============== น้องเอม : เค้าไม่ได้โง่ซักหน่อย! น้องฝ้าย : โง่สิ! อยู่อนุบาล3 แล้วยังอ่านหนังสือไม่ออกอีก แม่น้องฝ้าย : อุ๊ยฝ้าย! อย่าไปว่าเอมอย่างนั้นซิลูก เอ่อ....เอมยังอ่านหนังสือไม่ออกอีกเหรอคะ? ฝ้ายอ่านได้ จ๋อยๆแล้วนะคะ (น้ำเสียงภูมิใจ) แม่น้องเอม : โรงเรียนเขาส่งเสริมพัฒนาการเด็ก เน้นให้เด็กเรียนผ่านการเล่นค่ะ เตรียมความพร้อมก่อนขึ้นชั้นประถมน่ะค่ะ แม่น้องฝ้าย : ลูกอ่านหนังสือไม่ออก ไม่กลัวตามคนอื่นเขาไม่ทันเหรอคะ? แม่น้องเอม : ก็เคยกังวลเหมือนกันค่ะ ตอนตัดสินใจให้คนพี่เรียนแนวเตรียมความพร้อม ยิ่งเจอลูกญาติๆอ่านหนังสือได้แต่ลูกเราอ่านไม่ได้ก็ไม่ค่อยมั่นใจ พอขึ้นประถมลูกแสดงความพร้อมว่าอยากอ่านแล้ว ทีนี้อ่านใหญ่เลยค่ะ จนป. 3 นี่ก็อ่านคล่อง...
วันนี้ขอหยิบยกเรื่องเกี่ยวกับ 'ไข่' ใช่แล้วครับ 'ไข่' ของคุณพ่อหรือคนที่กำลังคิดจะเป็นคุณพ่อ เกี่ยวทั้งนั้นครับ  เรื่องของเรื่องก็คือ เดี๋ยวนี้คุณพ่อหรือคุณผู้ชายทั้งหลายชอบใช้โน้ตบุ๊กแทนพีซี จะไม่ว่าด้วยความที่มันเท่ห์กว่า พกไปไหนมาไหนง่ายกว่า ก็แล้วแต่... แต่พึงระวังไว้อย่างว่า โน้ตบุ๊กเครื่องอาจความสามารถทำให้ไข่(คุณพ่อ)สุก ได้โดยไม่รู้ตัว! เพื่อไม่ให้เกิดภาพหวาดเสียว แต่ก็อยากให้เข้าใจความเป็นมาเป็นไปแบบถ่องแท้ ผมขอใช้ 'ไข่ไก่' มาอธิบายกันก่อนนะครับ ลักษณะทางกายภาพของไข่ไก่นั้น ในไข่ไก่ฟองหนึ่งจะประกอบไปด้วยอัลบูเมน (Albumen) ที่มีลักษณะเป็นของเหลวใสหรือที่เรียกกันว่า “ไข่ขาว” กับ “ไข่แดง” ซึ่งจะเปลี่ยนสภาพเป็นตัวอ่อนในภายหลังหากไข่นั้นมีการปฏิสนธิ โดยส่วนที่เป็นไข่ขาวนั้นจะมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักและมีโปรตีนประมาณ 12 เปอร์เซ็นต์ โดยโปรตีนทั้งหลายที่มีอยู่นั้นสามารถสูญเสียสภาพธรรมชาติได้ง่ายโดยเฉพาะโอแวลอัลบูมิน (Ovalbumin) ที่เป็นโปรตีนส่วนใหญ่ นอกจากนั้นโครงสร้างของโปรตีนก็ยังเปลี่ยนรูปแบบได้หากได้รับความร้อนตั้งแต่ 62 องศาเซลเซียสเป็นต้นไป โดยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก็คือการที่ไข่ขาวซึ่งมีลักษณะเหลวใสเกิดการแข็งตัวและเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่นนั่นเอง แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับไข่คุณพ่อทั้งหลาย ก็เพราะเคยมีข่าวว่าเจ้าโน้ตบุ๊กที่คุณพ่อทั้งหลายนิยมใช้นั่นแหล่ะ มันทำให้ไข่สุก จนมีลูกไม่ได้! ... แว้กกกก!!! แล้วโน้ตบุ๊กมันร้อนถึงขนาดนั้นเชียวหรือ? คำตอบคือ ส่วนใหญ่ไม่ แต่ก็มีบางรุ่นที่ร้อนเข้าขั้น โดยเฉพาะบรรดารุ่นพิเศษที่มาพร้อมซีพียูแรงๆ มีชิปประมวลผลกราฟิกประสิทธิภาพสูง...
หวังว่าคงไม่รอนานเกินไปสำหรับตอนที่สองของการตะลุยแดนมะกันสไตล์บ้านผมที่ต้องหอบหิ้วเด็กๆ ไปไหนไปกัน! สำหรับตอนนี้จะเน้นที่เที่ยวที่เป็นไฮไลท์ๆ นะครับเพราะตารางเที่ยวบ้านนี้แน่นเอี๊ยด อยู่ทั้งอาทิตย์ก็เที่ยวไม่หมด (แต่ตังค์หมดอันนี้จริงแท้แน่นอนครับ) สำหรับที่เที่ยวยอดนิยมในนิวยอร์คผมขอไม่ลงรายละเอียดมากนะครับ เพราะน่าจะมีรีวิวให้หาอ่านกันได้เยอะแล้ว เอาหล่ะ ไปลุยกันเลย! เริ่มเช้าวันที่สาม หลังจากเมื่อคืนพักเอาแรงแล้วเราก็ไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า พาเด็กๆ นั่ง Metro ไปเดินชมแลนมาร์คที่น่าสนใจของมหานครนิวยอร์คกันต่อ จุดแรกที่แวะคือสถานีรถไฟในตำนาน Grand Central Terminal ที่หลายคนต้องคุ้นและเคยเห็นในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดหลายๆ เรื่อง (ที่พอจำได้ก็มี Superman, The Avengers) เดินผ่านประตูเข้าไปเหมือนหลงยุคกับโครงสร้างที่ดูโอ่โถงอลังการประดับประดาด้วยประติมากรรมสุดคลาสสิคให้ความรู้สึกวินเทจมากๆ แต่ภายใต้ความคลาสสิคนั้นเองก็มีร้าน Apple Grand Central ซ่อนอยู่ทางปีกตะวันออก (East Balcony) ดูเป็นความขัดแย้งที่กลมกล่อมลงตัวมาก ร้านนี้ตกแต่งแบบเรียบๆ บรรยากาศสบายๆ จากไฟสว่างนวลตาบวกกับแสงธรรมชาติที่ส่องผ่านกระจกอาคารเข้ามา ให้ความรู้สึกต่างจาก Apple Store อื่นๆ ที่มักแต่งด้วยกระจกใสบานใหญ่...
หลายบ้านอาจรับไม่ได้ที่จะให้ใครมาบอกว่าลูกของเราเสพติดหน้าจอ เพราะทางการแพทย์ ยังไม่มีการระบุชี้ชัดว่าอาการเสพติดเทคโนโลยีเป็นโรค แต่เราต้องไม่โกหกตัวเองครับ ว่าการขลุกอยู่กับอุปกรณ์และสื่อเทคโนโลยีมากไป มันส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเค้า นอกจากมันจะมีอิทธิพลในบ้านแล้ว ภาพที่คุ้นตาเวลาออกไปข้างนอก ... ในระหว่างนั่งรถ ในร้านอาหาร เราจะเห็นโทรศัพท์และแท็บเล็ตกลายเป็นพี่เลี้ยงไปแล้ว อยากให้เด็กน้อยนั่งนิ่ง ไม่ซนไม่ป่วน แค่ยื่นมือถือให้ ทุกอย่างก็เรียบร้อย! แต่ครับแต่... เมื่อไหร่ก็ตามที่บอกให้เลิกเล่น หรือวันไหนที่เราปฏิเสธไม่ให้เล่น เมื่อนั้นแหล่ะคุณจะได้เห็นความโกรธเคือง ความเกรี้ยวกราด ... เกิดความรู้สึกผิดในใจคุณพ่อคุณแม่ เฮ้ย ทำไมลูกเราถึงเป็นแบบนี้?
เชื่อว่าแทบทุกบ้านน่าจะใช้เตาไมโครเวฟเป็นอุปกรณ์หลักในการอุ่นอาหาร คำถามคุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่มักสงสัยและกังวลใจคือ “สามารถอุ่นอาหารเด็กด้วยไมโครเวฟได้ไหม? จะมีผลข้างเคียงต่อสุขภาพในระยะยาวหรือเปล่า? จากการค้นหาข้อมูลยังไม่พบข้อห้ามและข้อมูลที่บ่งชี้ว่ามีอันตรายใดๆ แต่แน่นอนว่า การอุ่นอาหารเด็กด้วยไมโครเวฟ เรื่องสำคัญอันดับแรกที่ต้องยึดถือคือเรื่องของความระมัดระวังโดยเฉพาะเรื่องของการเลือกใช้ภาชนะที่เหมาะสมและปลอดภัย ต่อไปนี้คือข้อควรปฏิบัติเมื่อต้องการอุ่นอาหารเด็กด้วยไมโครเวฟครับ • เลือกใช้ภาชนะบรรจุอาหารสำหรับเด็กที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยทุกครั้งเพื่ออุ่นอาหารเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาสุขภาพใด ๆ โดยให้สังเกตที่ตัวภาชนะว่ามีระบุข้อความหรือรับรองว่าสามารถใช้งานร่วมกันไมโครเวฟได้ ถ้าไม่แน่ใจ แนะนำให้ใช้ภาชนะประเภทแก้วในการอุ่น แล้วค่อยถ่ายใส่กล่องพลาสติกอีกครั้ง • ถ้ากำลังจะซื้อไมโครเวฟ...
ต้องบอกว่าเรื่องนี้เป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับผมเอง จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเกิดจากความประมาทหรือโชคร้ายกันแน่ เรื่องของเรื่องฮาร์ดดิสก์ที่เก็บรูปถ่ายครอบครัวมาตลอดหลายสิบปี อยู่มาวันนึงก็นอนหลับลาโลกเปิดไม่ติด รูปภาพและวิดีโอนับเป็นไฟล์ก็แสนกว่าไฟล์ นับเป็นปริมาณข้อมูลก็ 1.5 เทราไบต์ (ประมาณ 1,500 กิกะไบต์) ทั้งหมดหายวับในพริบตา เหลือไว้ให้ดูต่างหน้าแค่กล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีไฟกระพริบปริ๊บๆ อย่างสิ้นหวัง ยังจำวินาทีแรกได้ขึ้นใจ หัวใจมันวูบหล่นตาตุ่ม หน้าซีดหมดแรงคล้ายจะเป็นลม เหมือนความทรงจำมันล่มสลาย ... ในสมองตอนนั้นรูปถ่ายที่ชอบมันตีพั่บๆๆ ไล่เรียงขึ้นมาในหัวเหมือนดูไตเติ้ลหนัง Marvel ยังไงยังงั้นเลย T-T เก็บยังไง ทำไมถึงหาย? แรกเริ่มเดิมที วิธีการเก็บไฟล์รูปภาพทั้งที่ถ่ายจากกล้องดิจิตอลและมือถือ ผมจะเบิร์นใส่แผ่น CD (ในนี้ยังมีใครทันมั้ยครับ 555) ใส่ DVD แต่แผ่นพวกนี้มันบอบบาง พังง่ายมาก หลังๆ ก็เลยรวมมาโหลดเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์แบบ 3.5 นิ้ว แบบที่ใช้กับเครื่องพีซีนี่แหล่ะครับ แต่ใช้วิธีเอามาใส่...
เหตุเกิดเมื่อภรรยาต้องไปประชุมที่สิงคโปร์ 4 วัน 3 คืน แล้วลูกสาวอยากไปด้วย ทางเลือกไม่มีครับ ยังไงก็ต้องไป 555
นี่เรามาถึงจุดที่ต้องดิ้นรนเพื่อที่จะได้สูดอากาศสะอาดกันแล้ว?? ... ข้อมูลต่อไปนี้ สรุปจากรายงานเรื่องฝุ่นพิษ PM 2.5 ของสำนักข่าวในออสเตรเลียที่ได้ไปสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสภาพแวดล้อม นักวิทยาศาสต์ และผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพและคุณภาพอากาศ (International Laboratory for Air Quality and Health) ประเทศที่กำลังได้รับผลกระอย่างรุนแรงจากการเกิดไฟป่า ที่ส่งผลให้คุณภาพอากาศย่ำแย่ยิ่งกว่าบ้านเราขณะนี้ ต่อไปนี้คือคำถามและคำตอบเกี่ยวกับเรื่องการปฏิบัติตัวในสภาวะฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน ที่ผมคิดว่าเราต้องรู้ไว้ Q: ควรอยู่แต่ในบ้าน ปิดประตูหน้าต่างให้หมดเมื่อค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐาน? A: Amanda Wheeler นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องการปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในบ้านที่ได้รับผลกระทบจากควันพิษบอกว่า “เป็นความคิดที่ถูกต้อง” แต่เนื่องจากบ้านส่วนใหญ่จะมีรูหรือช่องว่างต่างๆ ตามขอบประตู หน้าต่าง ที่อากาศสามารถถ่ายเทอากาศได้อยู่แม้จะถูกปิดไว้หมด ข้อดีก็คือจะไม่เกิดการสะสมของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้เช่นกัน ส่วนการถ่ายเทจะมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับบ้านแต่ละหลัง (โดยมากบ้านเก่าจะมีอากาศถ่ายเทมากกว่าบ้านใหม่จากร่องตามประตูหน้าต่าง) Q: แล้วเราจะป้องกันไม่ให้ฝุ่น PM2.5 เข้ามาในบ้านได้ไหม? A: ในกรณีที่เกิดภาวะฉุกเฉินหรือสภาพอากาศวิกฤต แนะนำให้ทำการซีลขอบประตู หน้าต่างให้แน่นหนาขึ้นด้วยเทปโฟมต่างๆ (มีขายตาม...
ปัจจุบันอาการนอนไม่หลับเป็นปัญหาหนักสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน และอาการนี้มักจะพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย เรียกว่ามากกว่าถึง 2 เท่า โดยไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุอะไรก็ตาม ผลเสียที่ตามมาก็มากมาย ทั้งต่อสุขภาพของตนเอง ต่อบุคคลรอบข้าง การทำงานที่จะทำให้มีประสิทธิภาพลดน้อยลง ซึ่งไม่มีใครอยากให้เป็นแบบนี้แน่นอน ดังนั้นมาลองหาสาเหตุ และวิธีแก้ไขไปด้วยกันดีกว่า Credit : Pixabay สาเหตุของการนอนไม่หลับ โดยปกติที่เข้าข่ายว่าจะเป็นโรคนอนไม่หลับ ให้สังเกตในช่วงเวลาการพักผ่อน หากนอนหลับยาก หรืออยู่ในภาวะที่เรียกว่านอนไม่หลับ ซึ่งจะใช้เวลามากกว่า 30 นาที โดยส่วนใหญ่ก็จะเกิดจากหลายสาเหตุดังนี้ เกิดจากอาการเจ็บป่วยหรือมีโรคประจำตัวซึ่งส่งผลต่อสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ อาชีพที่มีเวลาการนอนพักผ่อนไม่เป็นตรงตามเวลาทุกวัน เช่น กลุ่มอาชีพที่ต้องเข้ากะ เข้าเวร เกิดจากความเครียดหรือความวิตกกังวลใจจากเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เกิดจากผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางอย่าง เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน นิโคติน หรือแอลกอฮอล์มากเกิน ความอ่อนเพลียจากการเดินทาง หรือความไม่คุ้นเคยกับสถานที่ เตียงนอน ที่นุ่มหรือแข็งจนเกินไป สิ่งรบกวนจากสภาพแวดล้อม เช่น มีเสียงดังต่าง...