31 C
Bangkok
April 22, 2019
Home กิจกรรมน่าทำ

กิจกรรมน่าทำ

ได้อ่านนิตยสาร 'TIME' ฉบับพฤกภาคมที่ผ่านมา หน้าปกเรื่อง “ME ME ME Generation” เนื้อหาน่าสนใจมาก ... และบังเอิญโชคดีที่มีคอลัมนิสต์ท่านหนึ่งได้นำเนื้อหาเรื่องนี้มาสรุปไว้อย่างน่าสนใจ เลยอยากนำมาฝากคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ทุกท่านให้ลองคิดตามดู ผมว่ามันเป็นสิ่งที่เราต้องรับรู้ ต้องยอมรับ และต้องประณีประนอมเพื่อแก้ไข ... มีประโยชน์มากครับ ----------------------------------------------------------------------- เลี้ยงลูกท่าไหน ถึงผลักไสให้เขา กลายเป็น Generation ME Gen ที่หลงตัวเองที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมามีข่าวที่ฮือฮามากในนิตยสาร “TIME” ที่ทำสกู๊ปหน้าปกเรื่อง “ME ME ME Generation” พร้อมภาพเด็กหญิงวัยสาวกำลังนอนราบกับพื้นและยกกล้องจากโทรศัพท์มือถือขึ้นโน้มลงมาถ่ายรูปหน้าตัวเอง เนื้อหาเกี่ยวข้องกับคนรุ่นใหม่ ที่อ้างข้อมูลของโจเอล สไตน์ จาก “The National Institutes of Health” (สถาบันสุขภาพแห่งชาติอเมริกา) พบว่า คนรุ่นใหม่กว่า 80 ล้านคนในอเมริกาที่เกิดระหว่างปี ค.ศ. 1980-2000 นั้นหลงตัวเองเป็นสามเท่าของคนรุ่นพ่อแม่ และกว่า 80% ของคนรุ่นนี้ที่มีอายุต่ำกว่า 23 ปี ต้องการได้งานที่มีความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ คนรุ่นใหม่นั้นได้รับการปลูกฝังเลี้ยงดูภายใต้วัฒนธรรม “แค่เข้าร่วมก็ได้ประกาศนียบัตร” โดยไม่สนใจถึงประสิทธิผลหรือวิธีการหรือความสำคัญของการเข้าร่วม ซึ่งทำให้พวกเขามักคิดว่า หากทำงาน พวกเขาควรได้รับการโปรโมตเลื่อนขั้นทุกๆ สองปีโดยไม่จำเป็นต้องพิจารณาที่ผลงานหรือประสิทธิภาพ และจากข้อมูลดังกล่าว เขาเรียกคนกลุ่มนี้ว่า Generation ME หรือกลุ่มที่มองตัวเองสำคัญที่สุด มองว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งอย่าง หรืออีกคำที่เขาเรียกว่าเป็นกลุ่มหลงตัวเอง :::::::::::::::::: คนที่มี...
ขออนุญาตประชาสัมพันธ์กิจกรรมดีๆ ที่มีประโยชน์กับลูกๆ ของเรากันครับ ในช่วงกลางเดือนนี้ คือระหว่างวันที่ 16-21 กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะมีการจัดงาน 'มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2556'  ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (หรือถ้าใครไปไม่สะดวก ก็สามารถไปชมที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ช่วงวันที่ 14-18 สิงหาได้ครับ เค้าจัดคู่ขนานกันอีกที่ แต่อาจจะไม่ใหญ่เท่าที่ไบเทค)  เมื่อปีก่อนผมก็พาเจ้าลูกชายโมโม่ไปชมมาเช่นกัน สนุกดีครับ ในงานก็จะมีการจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ต่างๆ ทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน มีการนำนวัตกรรมที่นำสมัย สร้างความตื่นตาตื่นใจ สร้างความประทับใจ สร้างแรงบันดาลใจ ตลอดจนสามารถสร้างความตระหนักในความสำคัญและปลูกฝังให้เด็กๆ ชื่นชอบและสนใจวิทยาศาสตร์ กิจกรรมภายงานในปีนี้จะประกอบไปด้วย • นิทรรศการและกิจกรรมเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว“พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” • นิทรรศการและกิจกรรมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว“พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” และ “พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย” • นิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ์ผู้ทรงมีบทบาทและให้ความสำคัญด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี • นิทรรศการและกิจกรรมการแสดงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนของไทย และต่างประเทศ • ห้องทดลองปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ • ลานกิจกรรมพัฒนาปัญญาเยาว์ สำหรับเด็กก่อนวัยเรียน  <- ผู้ปกครองที่มีเด็กเล็กน่าไปดูมากครับ • การแสดงและกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี • การประกวดและแข่งขันทางวิทยาศาสตร์ • สัมมนา อภิปราย ฝึกอบรม ทางวิทยาศาสตร์ • การสาธิตและถ่ายทอดเทคโนโลยี • การแสดงสินค้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หัวข้อนิทรรศการที่น่าสนใจเด็กๆ น่าจะชอบครับ บางเรื่องเรายังเอามาสอนลูกต่อได้ด้วยนะเออ (1) พลังงานเพื่ออนาคต นำเสนอสถานการณ์ด้านพลังงาน การใช้ประโยชน์ แนวโน้มในอนาคต นวัตกรรมด้านพลังงาน ตลอดจนการอนุรักษ์พลังงาน และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (2) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกและสิ่งแวดล้อม นำเสนอการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเกิดผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม...
ขอโหนกระแสซีรีส์เรื่องฮอร์โมน 'วัยว้าวุ่น' ที่ตีแผ่ปัญหาของวัยรุ่นได้อย่างถึงใจจนเกือบโดนแบน... ไหนจะมีข่าวไม่ค่อยจะดีเกี่ยวกับเด็กๆ เยาวชนออกมาค่อนข้างถี่ เห็นและอ่านทีไรก็อดเป็นลูกๆ หลานๆ ของเราไม่ได้  เลยนึกถึงบทความที่ผมเคยเขียนไว้เมื่อสองปีก่อนเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กชอบเล่นบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งพฤติกรรมบางอย่างนั้นเข้าข่ายเสี่ยงอันตรายและส่งผลกระทบกับพฤติกรรมของพวกเขาโดยตรง มองว่าคุณพ่อคุณแม่ยุคนี้สมัยนี้ควรรู้เท่าทันเด็กๆ อย่างน้อยก็เพื่อเป็นแนวทางในการควบคุมดูแลแบบเนียนๆ ไม่ให้เจ้าตัวตกใจเกินเหตุ ... แต่เอาเข้าจริงผมว่าคนที่เป็นพ่อเป็นแม่นั่นแหล่ะจะตกใจมากกว่า ^^' เพื่อไม่ให้เสียเวลา เรามาดูกันเลยดีกว่า 1. วิดีโอแชท แชท (หรือการคุยกันด้วยการพิมพ์ข้อความ) นั้นถือว่าล้าสมัยไปแล้ว ตอนนี้บนอินเทอร์เน็ตนั้นมีบริการ Video Chat เช่น Chatroulette.com ซึ่งถือเป็นเว็บที่เติบโตเร็วที่สุดทั่วโลกด้วยอัตราผู้เยี่ยมชม 500,000 คนต่อวัน โดยคนที่เข้าไปใช้บริการจะถูกสุ่ม ID เพื่อที่จะได้แชทแบบเห็นหน้าค่าตากันจะจะกับคนแปลกหน้าโดยสิ้นเชิงผ่านกล้องเว็บแคม ... น่ากลัวมาก 2. Twitter ไมโครบล็อกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอินเทอร์เน็ต ลูกหลานของเราสามารถส่งข้อความ 140 ตัวอักษรลอยไปในอากาศโดยมีเพื่อนทั้งที่สนิทและเพื่อนแปลกหน้าเป็นคนอ่าน ซึ่งนอกจากข่าวสารต่างๆ แล้ว ยังมีการส่งข้อความสบประมาท เย้ยหยัน หลายครั้งมีการพูดถึงความเชื่อ หรือคำชักชวนไปในทางที่ผิด เช่น กรณีเด็กชายคนหนึ่งในสหรัฐอเมริกาประกาศทาง Twitter ว่าตัวเองจะฆ่าตัวตายและหาเพื่อนที่จะร่วมตายด้วยกัน 3. อดอาหาร Pro Ana (มาจากคำว่า Anorexia) และ Pro Mia (มาจากคำว่า Bulimia ) เป็นเว็บไซต์ที่ให้ความรู้ผิดๆ แก่เยาวชนโดยเฉพาะเด็กผู้หญิงในการรับประทานอาหารเพื่อรูปร่างที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นการอดอาหารหรือวิธีลดน้ำหนักต่างๆ ที่ล้วนแต่มีอันตรายและอาจถึงขั้นเสียชีวิต...
ต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งว่าเด็กรุ่นใหม่วันนี้ เกิดมาท่ามกลางพัฒนาการของเทคโนโลยีสมัยใหม่รอบด้าน มีแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ต่างจากรุ่นสมัยของพวกเราที่มีโทรทัศน์เป็นสิ่งที่ให้ความบันเทิง แต่ที่ไม่ต่างกันเลยก็คือ การถูกตั้งกฏเหล็ก 'ห้าม' ไม่ให้ดูหากยังทำการบ้านไม่เสร็จ หรือต้องจัดการตัวเอง กินข้าว อาบน้ำ แปรงฟัน ให้เรียบร้อยเสียก่อน  มีข้อโต้แย้งกันในหมู่เราชาวคุณพ่อคุณแม่ คุณหมอเด็ก ผู้เชี่ยวชาญเด็ก ฯลฯ เกี่ยวกับความเหมาะสมของการให้เด็กสัมผัสกับเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ซึ่งก็แน่นอนครับว่าเหรียญมีสองด้านเสมอ ในแง่ของประโยชน์ คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้สื่อเหล่านี้ช่วยในการเรียนรู้ของลูกๆ ได้เป็นอย่างดี จากการบรูณาการข้อมูลความรู้เข้าด้วยกันในแบบที่สมัยก่อนไม่มีทางทำได้ เช่น นอกจากการอธิบายเป็นตัวหนังสือแล้ว ยังมีภาพประกอบที่ชัดเจน บางเรื่องยังมีวิดีโอให้เด็กๆ ได้เห็นของจริง ซึ่งผมว่ามันเป็นอะไรที่มหัศจรรย์มาก (แอบอิจฉาเด็กนิดๆ เพราะสมัยเรานี่ลืมเรื่องพวกนี้ไปได้เลย) ยกตัวอย่างเช่นตอนที่โมโม่ 3 ขวบ อินเรื่องพัดลม กังหัน แบบเข้าไส้ ผมก็เลยไปโหลดหนังสือใน iPad เรื่อง 'Our Choice' ที่เขียนโดย Al Gore ในนั้นว่าด้วยเรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวิธีการลดโลกร้อน ซึ่งมีอยู่บทที่อธิบายเกี่ยวกับพลังงานทดแทนอย่าง 'พลังงานลม' มีภาพไดอะแกรมของกังหันลมผลิตไฟฟ้า (Wind Turbine) ไว้อย่างสวยงามดังภาพด้านบน แถมยังเข้าใจง่ายด้วยการที่มันเป็นแบบอินเทอแรคทีฟ คือสามารถเป่าลมเข้าไปเพื่อทำให้กังหันหมุน! พอหมุนแล้วก็จะแสดงให้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น  และถ้าหยุดเป่า กังหันหยุดหมุน จะเกิดอะไรขึ้น?? ... แค่นี้เราก็สามารถใช้ iPad...
นานมาแล้ว มีคนเคยแนะนำและตัวเองก็เคยคิดตั้งใจที่จะทำตารางบันทึกกิจกรรมและความดีที่ลูกๆ ทำ แต่เชื่อไหมว่าถึงทุกวันนี้ผมก็ยังไม่ได้ทำซักที ไอสมุดบันทึกง่ายๆ ใช้กระดาษตีตารางแบ่งเป็นช่องๆ มีช่องวันที่, กิจกรรม/ความดีที่ทำ และช่องรับรอง ... จนเมื่อวานไปเดินเล่นในแผนกเครื่องเขียนแห่งหนึ่ง ก็ไปสะดุดตากับเจ้าสมุดเล่มเล็กๆ หน้าตาคล้าย Book Bank แขวนไว้มุมเชลฟ์ 'สมุดบันทึกความดี' ราคาก็น่ารัก เล่มละ 12 บาท!!! ลังเลอยู่ 2 นาที ว่าเดี๋ยวจะกลับไปทำไอสมุดง่ายๆแบบนี้ด้วยตัวเอง หรือควัก 24 บาท (หยิบติดมือมาแล้ว 2 เล่ม) ในที่สุดก็เลือกอย่างหลัง ... เชื่อผมเถอะครับ ว่าจ่าย 24 บาทนี่คุ้มแน่นอน (ดีกว่าไปซื้อโคอาล่ามาร์ชมาเขย่าตั้งเยอะ) ไม่ใช่ว่าดูถูกคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายนะครับ แต่เอาเข้าจริงมีข้อแก้ตัวต่างๆ นาน ลืมบ้างหล่ะ ขี้เกียจบ้างหล่ะ ไม่มีเวลาบ้างหล่ะ ... สุดท้ายเราก็จะกลายเป็นคนที่พลัดวันไปเรื่อยๆ และพลาดการบันทึกความดีที่ลูกของคุณทำไปในแต่ละวันอย่างน่าเสียดาย ทำดีก็ดีแล้ว ทำไมต้องบันทึก? พ่อแม่ไม่ว่ากี่ยุคสมัย สังเกตกันไหมว่าเรามักจะพูดตำหนิลูกเวลาที่พวกเขาทำผิด แต่เวลาที่ทำความดี ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหน พวกเรากลับมองข้ามและเพิกเฉย หรือไม่ก็คิดอยู่ในใจว่าเออ ลูกเรานี่มันน่ารักจัง! เราควรหัดที่จะชมเชยเวลาที่เด็กๆ ทำดี ไม่ว่าจะเป็นแค่การตื่นนอนตอนเช้าแบบไม่อิดออด การอาบน้ำเอง กินข้าวเอง ... ไม่ต้องถึงขั้นความดีระดับไปวัดเวียนเทียน หรือช่วยเหลือผู้ยากไร้อะไรหรอกครับ ทำดีต้องชม!! และวิธีที่เป็นรูปธรรมที่สุด ก็คือบันทึกพฤติกรรมดีๆ ของพวกเค้าไว้ในสมุดเล่มเล็กๆ นี้และหยิบมาอ่านก่อนนอนทุกวัน...
เมื่อสองวันก่อน ผมได้มีโอกาสไปเข้าร่วมเวิร์กชอปเกี่ยวกับการใช้ ‘แผนผังความคิด’ หรือที่ช่วงนี้ได้ยินกันบ่อยๆ ว่า ‘Mind Map’ เพื่อช่วยกระตุ้นการพัฒนาสมองของเด็ก (จะว่าไปสมองผู้ใหญ่ก็พัฒนาด้วยนะ) ซึ่งเจ้าแผนผังความคิดนี้หลายคนอาจมองว่าเหย มันมีมานานแล้วนี่ ใครๆ ก็เขียนได้ แค่วงๆ ขีดๆ ลากเส้นโยงกัน บลา บลา ...  แต่ผิดถนัดครับ ‘แผนผังความคิด’ ที่ถูกต้องจะต้องเขียนอย่างมีหลักการโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าต้องการนำมาฝึกใช้กับเด็ก ซึ่งว่ากันว่ามันสามารถช่วยกระตุ้นสมองอันนำไปสู่การพัฒนากระบวนการคิดของพวกเขาได้เป็นอย่างดี ... ฮั่นแน่ อยากรู้แล้วใช่มั้ยหล่ะครับ? เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง ก่อนที่จะไปถึงเรื่องของแผนผังความคิด เรามา ทำความรู้จักกับ ‘สมอง’ กันก่อน อันนี้เป็นข้อมูลที่ฟังจากคุณหมอที่มาพูดในงานนะครับ (หากผิดพลาดต้องขออภัย) ... ทารกแรกคลอดทุกคนที่เกิดมาจะมีสมองที่แบ่งออกเป็นสมองซีกซ้ายและซีกขวาโดยมีเซลล์สมองรวมกันอยู่ในนั้นประมาณ 1 แสนล้านเซลล์ เซลล์เหล่านี้บางส่วน (ประมาณ 20%) จะเชื่อมโยงถึงกันแล้วตั้งแต่เกิด โดยในช่วง 1,365 วันแรกของชีวิต เซลล์สมองจะขยายตัวและใยประสาทจะเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว ถามว่าจะมากหรือน้อยนั้น ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมและการกระตุ้น... ยิ่งกระตุ้นมาก ใยประสาทก็เพิ่มจำนวนมาก ยิ่งใยประสาทมาก เด็กก็จะยิ่งฉลาดและเรียนรู้ได้เร็ว แต่!!! ... ตรงนี้ฟังดีๆ นะครับ ... หลังจากพ้นช่วง 1,365 วันไปแล้ว กลไกของสมองจะทำการตรวจสอบว่ามีเซลล์สมองใดที่ไม่จำเป็น ไม่ได้ใช้ หรือไม่ได้ถูกเชื่อมโยง...
การประชุมผู้ปกครองโรงเรียนน้องโมโม่เมื่อครั้งล่าสุด คุณครูแนะนำให้หากิจกรรมที่ต้องออกกำลังมากๆ หน่อย ซึ่งก็บังเอิญตรงกับความคิดของผมที่กำลังจะหาจักรยานมาเปลี่ยนแทนสามล้อถีบที่โมโม่ไม่ค่อยจะชอบปั่นแล้ว เช่นเดิมครับ เข้า Google ค้นข้อมูลเกี่ยวกับจักรยานเด็ก เจอเว็บไซต์หนึ่ง น่าสนใจมาก เพราะจักรยานของเค้าเรียกว่า 'จักรยานทรงตัว' หรือ 'Balance Bike' ที่มีแต่ตัวถังกับล้อ ไม่มีที่ปั่น ไม่มีโซ่! แอบตีสนิทกับเจ้าของร้าน (คือดูจากวิดีโอนั่นแหล่ะ) ได้ใจความว่า ที่มาหรือแรงบันดาลใจในการสร้างจักรยาน Balance Bike ขึ้นมาก็เพราะตัวเขาเองก็เป็นเหมือนคุณพ่อทั่วไป ที่ไปหาซื้อจักรยานสำหรับเด็กแต่ไม่เจอไอ้คันที่ถูกใจเสียที แต่ก็ไม่มีทางเลือกต้องซื้อกลับมา ลูกของเขาดูเหมือนจะชอบมันมาก จนกระทั่งเริ่มขี่จริง ปัญหาก็บังเกิด แทนที่เด็กจะสนุกไปกับการขี่จักรยานฉวัดเฉวียนไปมา การล้มบ่อยๆ ก็ทำให้ความสุขเหล่านั้นลดน้อยและหมดไป... ในที่สุดความเจ็บ ก็ทำให้เข็ดขยาด ไม่อยากขี่อีก คุณพ่อท่านดังกล่าวจึงลงมือประดิษฐ์จักรยาน ในแบบที่ตัวเองคิดว่าน่าจะเหมาะสำหรับเด็กๆ มากกว่า จักรยานของเขา ไม่มีบันได ไม่มีโซ่ให้เลอะเทอะหรือหนีบกุงเกงเด็ก การเคลื่อนที่ไปข้างหน้าต้องใช้ขาไถไปเรื่อยๆ ที่สำคัญคือตัวรถต้องไม่สูงเกินไปและเด็กๆ สามารถใช้ขายันไว้ได้เมื่อจะล้ม เมื่อลูกของเขาขึ้นขี่ ก็สนุกกับมันมาก ขี่ทั้งวันไม่ยอมเลิก แค่ไม่กี่วันจากการเอาขาไถ ก็เริ่มยกขาทรงตัวในขณะที่แล่นไปข้างหน้าด้วยความเร็วได้ ของเล่นชิ้นโปรดนี้ถูกนำมาปรับปรุงโครงสร้างให้มีความแข็งแรง แต่มีน้ำหนักเบาเพื่อที่เด็กๆ จะสามารถควบคุมและยกไปมาได้ด้วยแรงแขนเล็กๆ ในเมืองไทยมีขายจักรยาน Balance Bike มาระยะหนึ่งแล้ว แต่ไม่ฮิตเพราะติดที่ราคาค่อนข้างสูง มี 4 ยี่ห้อคือ Cruzee, Strider, Bikinki และเพิ่งมาใหม่ล่าสุดยี่ห้อ Smiley จากเมืองจีน ราคาก็ไล่จากแพงมาถูกตามลำดับ...

Popular

พักกายใจที่ ‘ไร่ปลูกรัก’ ที่เดียวเที่ยวทั้งวัน!

โอกาสที่เด็กในเมืองส่วนใหญ่จะได้ออกไปเหยียบหิน ดิน ทราย เล่นในท้องนา หาได้ไม่ง่ายนัก แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป... จะว่าไปมนุษย์กับธรรมชาตินั้น มีสัมพันธ์แน่นแฟ้นเกินเข้าใจ หลายครั้งที่เราเหนื่อย ท้อ ... แค่มองออกไปบนท้องฟ้า ไปเดินเล่นในสวน หรือหากมีเวลาหน่อย การไปทะเล ภูเขา น้ำตก ตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ก็สามารถชาร์จพลังให้เราได้อย่างรวดเร็วแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เด็กๆ ก็เช่นกันครับ การเปิดโอกาสพาลูกออกนอกบ้าน ไปสัมผัสธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ จะช่วยให้หัวใจ ปอด...