July 2, 2020
เมื่อวานนี้ (13/09/57) มีโอกาสดีได้พาเด็กๆไปร่วมชมนิทรรศการที่บอกได้คำเดียวว่าหาดูได้ยาก เพราะไม่ได้มีให้ดูทุกวันแต่จัดแค่ปีละครั้ง นั่นก็คืองาน ‘เอนฟา เบรน เอ็กซ์โป 360° จีเนียส’ จัดโดยบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด และกลุ่มผลิตภัณฑ์เอนฟา เอพลัส และที่อยากจะบอกคือ งานนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ครับ ไม่จำเป็นต้องดื่มนมเอนฟา แต่ในงานมีขายนมเอนฟาครับ ถ้าน้องคนไหนทานอยู่ก็จัดได้เลย ราคาโปรโมชั่นแถมมีของแถมเพียบ แต่ถ้าไม่ได้ซื้ออะไร ก็ไม่ต้องห่วง เค้ายังสแตมป์บัตรจอดรถได้ฟรีอีก 4 ชั่วโมงต่างหาก! สำหรับปีนี้ต้องบอกว่าอลังการงานสร้างกว่าปีที่ผ่านๆ มาหลายเท่า เพราะใช้พื้นที่ในรอยัล พารากอน ฮอลล์ แบบจัดเต็ม เอาเป็นว่าใครจะพาเด็กๆ ไปขอให้เตรียมเสบียงอาหารเผื่อไว้ด้วยเพราะรับรองว่าเด็กๆ จะได้ใช้พลังและเล่นสนุกกันจนแทบลืมเวลา (คุณพ่อคุณแม่หิวแทน) โดยธีมงานของปีนี้ยังคงเน้นไปที่การปลดล็อกศักยภาพสมองของเด็กๆ และธีมงานสำหรับปีนี้คือ...
มีใครไม่รู้จัก Google บ้างครับ? เชื่อว่าส่วนใหญ่จะรู้จัก Google และใช้กันอยู่แล้วในฐานะ 'เสิร์ชเอนจิน' สำหรับการค้นหาเว็บไซต์หรือข้อมูลต่างๆ ที่อยากรู้ แต่เชื่อไหมครับว่าวันนี้ Google เป็นมากกว่านั้น ...  จากการที่ผมได้โอกาสไปร่วมงานอีเว้นท์ของ Google ที่กรุงไทเปในไต้หวันเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่ง Google ได้นำเสนอบริการใหม่ๆ มากมายที่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาพยายามแทรกซึม ... ไม่เอา ขอเรียกเติมเต็มดีกว่า ความพยายามของ Google เพื่อช่วยเติมเต็มการชีวิตประจำวันของเราให้สมบูรณ์ได้ถูกนำมาเปิดเผยในงานแสดงวิสัยทรรศน์ชื่อเก๋ๆ ‘A Day with Google’ โดย Google ได้เนรมิต Huashan Creative Park สถานที่จัดงานให้มีบรรยากาศเหมือนบ้านที่ดูอบอุ่นเป็นกันเอง โดยแบ่งแต่ละห้องออกเป็นธีมที่แตกต่างกันไปตามคอนเซ็ปต์ของโปรเจ็กต์ต่างๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่านอกจากการเสิร์ชแล้ว Google ยังมีบริการอื่นๆ ที่มีประโยชน์อีกมากมายสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันของเรา บางอย่างก็พอรู้อยู่แล้ว แต่บางอย่างก็เกินคาดไปมาก ......
จำได้ว่าปีที่ผ่านมา มีข่าวอุบัติเหตุเกิดขึ้นจากการเดินช็อบปิ้งในห้างสรรพสินค้าหลายครั้ง ทั้งในบ้านเราเองก็ดี ในต่างประเทศก็ดี และพวกเราชาวผู้ปกครองส่วนใหญ่ที่ใช้ชีวิตในเมืองบางครั้งก็จำเป็นต้องไปซื้อหาข้าวปลาอาหาร แวะฝากเงินธนาคาร ช็อบมิดไนท์เซล ... การเลี่ยงที่จะไม่ผูกลูกไปห้างด้วยจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย วันนี้ผมมีข้อมูลเกี่ยวจุดเสี่ยงที่มักเกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะกับเด็กๆ เวลาไปเดินห้างและคำแนะนำดีๆ มาฝาก รู้ไว้ลูกเราปลอดภัยแน่นอนครับ  ลานจอดรถ: หากเป็นไปได้ ควรจอดให้ใกล้กับประตูทางเข้า หรือใช้บริการ Valet หรือที่จอดรถสำหรับครอบครัว ซึ่งปกติทางห้างจะกันไว้ให้สำหรับรถที่มีสมาชิกนั่งมาด้วย 3-4 คนขึ้นไป หลังจากจอดรถแล้ว เราควรเดินมาเปิดประตูรับเด็กลงจากรถเสมอ ไม่ควรปล่อยเด็กเดินในลานจอดโดยไม่จูงมือ หรือถ้าเป็นไปได้ควรอุ้มเด็กเดินเข้าประตูห้างให้เร็วที่สุดเพื่อเลี่ยงการสูดก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ที่คละคลุ้งในลานจอด (โดยเฉพาะลานจอดรถชั้นใต้ดิน) บันไดเลื่อน: เด็กวัยกำลังซนแถมยังอยากรู้อยากเห็น แนะนำว่าควรจับมือลูกไว้ตลอดเวลาขณะยืนอยู่บนบันไดเลื่อน หากไม่เชื่อฟังและยังวิ่งเล่น ให้ค่อยๆ อธิบายอันตรายที่อาจเกิดขึ้นให้เขาฟัง เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็สำคัญ ดูว่าชายเสื้อ ชายกางเกง กระโปรง เชือกผูกรองเท้า เรียบร้อยดีไหม เพราะอาจถูกหนีบเข้าไปติดในซี่ฟันบันไดเลื่อนได้ ส่วนใครที่ใช้รถเข็นเด็กแนะนำให้โดยสารลิฟท์แทน เมืองนอกมีข่าวอุบัติเหตุรถเข็นหลุดมือ ลื่นไถล...
             นักวิชาการทั้งในและต่างประเทศ ศึกษาค้นคว้าจนพบว่า ในการดำรงชีวิต เมื่อมีและต้องแก้ไขปัญหาที่เผชิญ  ร้อยละ 95 ของการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ของคน มาจากจิตใต้สำนึกที่สั่งให้จิตสำนึกทำ              นั่นหมายถึงการทำดี ทำชั่วของคนเป็นผลมาจาก ‘จิตใต้สำนึก’ มากกว่า ‘จิตสำนึก’              จิตใต้สำนึก มีอิทธิพลต่อการทำงานของจิตสำนึก  เพราะเป็นแหล่งเก็บข้อมูลที่เด็กได้เรียนรู้ เก็บความทรงจำ  เก็บประสบการณ์ที่ตนเองได้สัมผัส ได้เห็น ได้ยิน ได้พูด ได้ลิ้มรสและได้ทำด้วยตนเอง หรือได้เห็นพ่อแม่ทำ ได้ยินพ่อแม่พูด  ทุกเรื่องราวจะถูกบันทึกไว้ในจิตใต้สำนึกทันที             ดังนั้น การปลูกฝังจิตใต้สำนึกที่ดีให้ลูกจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่พ่อแม่ต้องสร้างด้วยการคิดดี พูดดีและทำดี เพื่อให้ตา หู...
1 พ่อแม่ แบบอย่างที่ดี จิตใต้สำนึกของลูกจะเปิดกว้างขณะอยู่กับพ่อแม่ ถ้าพ่อแม่คิดดี ทำดี ลูกก็จะคิดดี ทำดีตาม การปลูกฝังจิตใต้สำนึกที่ได้ผลอย่ามุ่งแต่พูดจาสั่งสอน โดยไม่ได้ทำให้ลูกเห็นเป็นตัวอย่าง ลูกจะฟังแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา สิ่งที่พ่อแม่พูดจะไม่เข้าลงไปถึงจิตใต้สำนึก แต่จะต้องเกิดขึ้นจากการกระทำและคำพูดของพ่อแม่ให้ลูกได้เห็นและได้ยินทุกวันด้วยถึงจะได้ผล  2 มอบความรัก จุดอ่อนที่สำคัญของมนุษย์ คือ ความรู้สึก เป็นพลังที่ฝังลึกอยู่ในจิตใต้สำนึก ไม่ใช่สมอง ยากที่จะทำลายให้หายไป ได้ ดังนั้นรักลูกให้มาก ผลตอบแทนของความรักที่พ่อแม่มีต่อลูก จะทำให้ลูกรักและเชื่อฟังพ่อแม่เมื่อโตขึ้น รู้จักมอบความรักต่อผู้อื่นเป็น อย่าเผลอใช้อารมณ์ตี ตะคอกลูกรุนแรง เพราะการทำเช่นนั้นเพียงครั้งเดียว ก็จะกลายเป็นความรู้สึกที่ไม่ดีให้ลูกมีความทรงจำในเชิงลบไปตลอดชีวิต ยากที่ลูกจะลืม แม้ว่าก่อนหน้าหรือหลังจากนั้นจะทำดีกับลูกมากแค่ไหนก็ตาม 3  พูดแต่สิ่งดีๆ ป้อนความคิดในเชิงบวกกับลูกทุกวัน เพื่อให้คำพูดเหล่านี้ลงเข้าไปถึงจิตใต้สำนึกของลูก ระวังคำพูดในเชิงลบ เช่น “อย่าสอบตกนะ” แต่ให้พูดในเชิงบวกว่า “สอบให้ได้คะแนนดีๆ นะลูก” หรืองดพูด “อย่าเหลวไหลนะ” แต่ให้พูด...
ได้อ่านนิตยสาร 'TIME' ฉบับพฤกภาคมที่ผ่านมา หน้าปกเรื่อง “ME ME ME Generation” เนื้อหาน่าสนใจมาก ... และบังเอิญโชคดีที่มีคอลัมนิสต์ท่านหนึ่งได้นำเนื้อหาเรื่องนี้มาสรุปไว้อย่างน่าสนใจ เลยอยากนำมาฝากคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ทุกท่านให้ลองคิดตามดู ผมว่ามันเป็นสิ่งที่เราต้องรับรู้ ต้องยอมรับ และต้องประณีประนอมเพื่อแก้ไข ... มีประโยชน์มากครับ ----------------------------------------------------------------------- เลี้ยงลูกท่าไหน ถึงผลักไสให้เขา กลายเป็น Generation ME Gen ที่หลงตัวเองที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมามีข่าวที่ฮือฮามากในนิตยสาร “TIME” ที่ทำสกู๊ปหน้าปกเรื่อง “ME ME ME Generation” พร้อมภาพเด็กหญิงวัยสาวกำลังนอนราบกับพื้นและยกกล้องจากโทรศัพท์มือถือขึ้นโน้มลงมาถ่ายรูปหน้าตัวเอง เนื้อหาเกี่ยวข้องกับคนรุ่นใหม่ ที่อ้างข้อมูลของโจเอล สไตน์ จาก “The National Institutes of Health” (สถาบันสุขภาพแห่งชาติอเมริกา) พบว่า คนรุ่นใหม่กว่า 80...
ขออนุญาตประชาสัมพันธ์กิจกรรมดีๆ ที่มีประโยชน์กับลูกๆ ของเรากันครับ ในช่วงกลางเดือนนี้ คือระหว่างวันที่ 16-21 กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะมีการจัดงาน 'มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2556'  ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (หรือถ้าใครไปไม่สะดวก ก็สามารถไปชมที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ช่วงวันที่ 14-18 สิงหาได้ครับ เค้าจัดคู่ขนานกันอีกที่ แต่อาจจะไม่ใหญ่เท่าที่ไบเทค)  เมื่อปีก่อนผมก็พาเจ้าลูกชายโมโม่ไปชมมาเช่นกัน สนุกดีครับ ในงานก็จะมีการจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ต่างๆ ทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน มีการนำนวัตกรรมที่นำสมัย สร้างความตื่นตาตื่นใจ สร้างความประทับใจ สร้างแรงบันดาลใจ ตลอดจนสามารถสร้างความตระหนักในความสำคัญและปลูกฝังให้เด็กๆ ชื่นชอบและสนใจวิทยาศาสตร์ กิจกรรมภายงานในปีนี้จะประกอบไปด้วย • นิทรรศการและกิจกรรมเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว“พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” • นิทรรศการและกิจกรรมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว“พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” และ “พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย” • นิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ์ผู้ทรงมีบทบาทและให้ความสำคัญด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี • นิทรรศการและกิจกรรมการแสดงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนของไทย และต่างประเทศ • ห้องทดลองปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ • ลานกิจกรรมพัฒนาปัญญาเยาว์ สำหรับเด็กก่อนวัยเรียน...
ขอโหนกระแสซีรีส์เรื่องฮอร์โมน 'วัยว้าวุ่น' ที่ตีแผ่ปัญหาของวัยรุ่นได้อย่างถึงใจจนเกือบโดนแบน... ไหนจะมีข่าวไม่ค่อยจะดีเกี่ยวกับเด็กๆ เยาวชนออกมาค่อนข้างถี่ เห็นและอ่านทีไรก็อดเป็นลูกๆ หลานๆ ของเราไม่ได้  เลยนึกถึงบทความที่ผมเคยเขียนไว้เมื่อสองปีก่อนเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กชอบเล่นบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งพฤติกรรมบางอย่างนั้นเข้าข่ายเสี่ยงอันตรายและส่งผลกระทบกับพฤติกรรมของพวกเขาโดยตรง มองว่าคุณพ่อคุณแม่ยุคนี้สมัยนี้ควรรู้เท่าทันเด็กๆ อย่างน้อยก็เพื่อเป็นแนวทางในการควบคุมดูแลแบบเนียนๆ ไม่ให้เจ้าตัวตกใจเกินเหตุ ... แต่เอาเข้าจริงผมว่าคนที่เป็นพ่อเป็นแม่นั่นแหล่ะจะตกใจมากกว่า ^^' เพื่อไม่ให้เสียเวลา เรามาดูกันเลยดีกว่า 1. วิดีโอแชท แชท (หรือการคุยกันด้วยการพิมพ์ข้อความ) นั้นถือว่าล้าสมัยไปแล้ว ตอนนี้บนอินเทอร์เน็ตนั้นมีบริการ Video Chat เช่น Chatroulette.com ซึ่งถือเป็นเว็บที่เติบโตเร็วที่สุดทั่วโลกด้วยอัตราผู้เยี่ยมชม 500,000 คนต่อวัน โดยคนที่เข้าไปใช้บริการจะถูกสุ่ม ID เพื่อที่จะได้แชทแบบเห็นหน้าค่าตากันจะจะกับคนแปลกหน้าโดยสิ้นเชิงผ่านกล้องเว็บแคม ... น่ากลัวมาก 2. Twitter ไมโครบล็อกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอินเทอร์เน็ต ลูกหลานของเราสามารถส่งข้อความ 140 ตัวอักษรลอยไปในอากาศโดยมีเพื่อนทั้งที่สนิทและเพื่อนแปลกหน้าเป็นคนอ่าน ซึ่งนอกจากข่าวสารต่างๆ แล้ว ยังมีการส่งข้อความสบประมาท เย้ยหยัน...
ต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งว่าเด็กรุ่นใหม่วันนี้ เกิดมาท่ามกลางพัฒนาการของเทคโนโลยีสมัยใหม่รอบด้าน มีแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ต่างจากรุ่นสมัยของพวกเราที่มีโทรทัศน์เป็นสิ่งที่ให้ความบันเทิง แต่ที่ไม่ต่างกันเลยก็คือ การถูกตั้งกฏเหล็ก 'ห้าม' ไม่ให้ดูหากยังทำการบ้านไม่เสร็จ หรือต้องจัดการตัวเอง กินข้าว อาบน้ำ แปรงฟัน ให้เรียบร้อยเสียก่อน  มีข้อโต้แย้งกันในหมู่เราชาวคุณพ่อคุณแม่ คุณหมอเด็ก ผู้เชี่ยวชาญเด็ก ฯลฯ เกี่ยวกับความเหมาะสมของการให้เด็กสัมผัสกับเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ซึ่งก็แน่นอนครับว่าเหรียญมีสองด้านเสมอ ในแง่ของประโยชน์ คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้สื่อเหล่านี้ช่วยในการเรียนรู้ของลูกๆ ได้เป็นอย่างดี จากการบรูณาการข้อมูลความรู้เข้าด้วยกันในแบบที่สมัยก่อนไม่มีทางทำได้ เช่น นอกจากการอธิบายเป็นตัวหนังสือแล้ว ยังมีภาพประกอบที่ชัดเจน บางเรื่องยังมีวิดีโอให้เด็กๆ ได้เห็นของจริง ซึ่งผมว่ามันเป็นอะไรที่มหัศจรรย์มาก (แอบอิจฉาเด็กนิดๆ เพราะสมัยเรานี่ลืมเรื่องพวกนี้ไปได้เลย) ยกตัวอย่างเช่นตอนที่โมโม่ 3 ขวบ อินเรื่องพัดลม กังหัน แบบเข้าไส้ ผมก็เลยไปโหลดหนังสือใน iPad เรื่อง 'Our...
นานมาแล้ว มีคนเคยแนะนำและตัวเองก็เคยคิดตั้งใจที่จะทำตารางบันทึกกิจกรรมและความดีที่ลูกๆ ทำ แต่เชื่อไหมว่าถึงทุกวันนี้ผมก็ยังไม่ได้ทำซักที ไอสมุดบันทึกง่ายๆ ใช้กระดาษตีตารางแบ่งเป็นช่องๆ มีช่องวันที่, กิจกรรม/ความดีที่ทำ และช่องรับรอง ... จนเมื่อวานไปเดินเล่นในแผนกเครื่องเขียนแห่งหนึ่ง ก็ไปสะดุดตากับเจ้าสมุดเล่มเล็กๆ หน้าตาคล้าย Book Bank แขวนไว้มุมเชลฟ์ 'สมุดบันทึกความดี' ราคาก็น่ารัก เล่มละ 12 บาท!!! ลังเลอยู่ 2 นาที ว่าเดี๋ยวจะกลับไปทำไอสมุดง่ายๆแบบนี้ด้วยตัวเอง หรือควัก 24 บาท (หยิบติดมือมาแล้ว 2 เล่ม) ในที่สุดก็เลือกอย่างหลัง ... เชื่อผมเถอะครับ ว่าจ่าย 24 บาทนี่คุ้มแน่นอน (ดีกว่าไปซื้อโคอาล่ามาร์ชมาเขย่าตั้งเยอะ) ไม่ใช่ว่าดูถูกคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายนะครับ แต่เอาเข้าจริงมีข้อแก้ตัวต่างๆ นาน ลืมบ้างหล่ะ ขี้เกียจบ้างหล่ะ ไม่มีเวลาบ้างหล่ะ ......