August 18, 2019
บ้านไหนยังคิดไม่ออกว่าปิดเทอมนี้จะพาเด็กๆ ไปเที่ยวไหนดีที่ได้ความรู้ควบคู่กันไปด้วย ได้ทำกิจกรรมสนุกๆ อยู่กับธรรมชาติ และที่สำคัญใกล้กรุงเทพฯ ขับรถไปเช้าเย็นกลับสบายๆ "โรงเรียนนาเกลือ" ของครูโต บุญปรอด เจริญฤทธิ์ เป็นอีกแห่งที่น่าสนใจครับ โรงเรียนนาเกลือ อยู่บนถนนพระราม 2 ขาเข้า ถ้าขับจากรุงเทพฯ ใช้ถนนพระราม 2 มุ่งหน้าไปสมุทรสงคราม ถึงกม. 60 ให้กลับรถมาฝั่ง Big C ที่อยู่ตรงข้าม แล้วออกทางขนาน สังเกตช่วงที่ข้างทางจะมีร้านขายของฝาก จะมีป้ายไม้เขียนว่าโรงเรียนนาเกลือ เลี้ยวซ้ายเข้าไปจอดที่ลาดจอดรถแล้วเดินเข้าไปยังนาเกลือบริเวณบ้านไม้หลังคาสีน้ำเงินได้เลยครับ อ้อ บอกก่อนว่าปกติแล้วที่นี่จะเปิดรับเด็กนักเรียนเป็นหมู่คณะ และวันเวลาไม่แน่นอน ต้องลองโทรไปสอบถามครูโต ที่หมายเลข 081-8562673, 034-723-611 ก่อนเดินทางนะครับ กิจกรรมที่นี่จะเริ่มประมาณ 9 โมงเช้า เริ่มจากการบรรยายให้ความรู้เรื่องวิธีทำนาเกลือโดยครูโต ว่ากว่าจะมาเป็นเม็ดเกลือที่เด็กๆ ชอบ...
สำหรับคนกลัวเข็ม การบริจาคเลือดอาจไม่เคยอยู่ในหัว หรือคิดอยู่แต่ไม่กล้าเสียที จะบอกว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ... ผมเองก็กลัวเข็มครับ (จุ๊ๆ อย่าบอกใครนะ) และก็เพิ่งจะมาเริ่มบริจาคเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง ยังจำได้ว่าครั้งแรกที่ไปก็แบบงงๆ ไปถึงห้องซักประวัติโดนคุณหมอไล่ให้ออกไปทานข้าวให้เรียบร้อยก่อนค่อยมาใหม่ (นั่นมันตรวจเลือดต่างหากที่ต้องงดน้ำงดอาหาร!) วันเกิดปีนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ไปบริจาค โดยปกติแล้วผมมักจะเลือกไปที่โรงพยาบาลศิริราช แต่วันนี้จะขอพาไปอีกที่เปลี่ยนบรรยากาศ ใครอยากบริจาคบ้างก็ตามมากันได้เลยนะครับ การบริจาคเลือด ดีต่อร่างกายของเราจริงหรือ? หลายคนอาจเคยได้ยินมาว่า การบริจาคเลือดจะทำให้ร่างกายของเราอ่อนแอลงจากการที่ต้องสูญเสียเลือดเป็นจำนวนมาก ต้องบอกเลยครับว่าเป็นความเชื่อที่ผิดอย่างสิ้นเชิง! กลับกันยังทำให้เรามีสุขภาพที่ดีขึ้นอีกต่างหาก เพราะการบริจาคเลือดจะกระตุ้นการทำงานของไขกระดูกสันหลัง ให้สร้างเม็ดเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทน ส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้นมากมาย และผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นกับเราหลังบริจาคเลือด ก็คือการกระตุ้นการทำงานของไขกระดูกสันหลัง ให้สร้างเม็ดเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทน ส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น ร่างกายแข็งแรงขึ้น รวมไปถึงการทำให้ผิวพรรณดี มีน้ำมีนวล หน้าใสแบบไม่ต้องพึ่งคอลลาเจน ที่สำคัญ สถิติระบุว่าผู้ที่บริจาคเลือดเป็นประจำจะมีโอกาสเป็นโรคมะเร็งน้อยกว่าผู้ไม่บริจาค ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูแลสุขภาพควบคู่ไปด้วย ไม่ใช่ดื่มเหล้า...
             นักวิชาการทั้งในและต่างประเทศ ศึกษาค้นคว้าจนพบว่า ในการดำรงชีวิต เมื่อมีและต้องแก้ไขปัญหาที่เผชิญ  ร้อยละ 95 ของการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ของคน มาจากจิตใต้สำนึกที่สั่งให้จิตสำนึกทำ              นั่นหมายถึงการทำดี ทำชั่วของคนเป็นผลมาจาก ‘จิตใต้สำนึก’ มากกว่า ‘จิตสำนึก’              จิตใต้สำนึก มีอิทธิพลต่อการทำงานของจิตสำนึก  เพราะเป็นแหล่งเก็บข้อมูลที่เด็กได้เรียนรู้ เก็บความทรงจำ  เก็บประสบการณ์ที่ตนเองได้สัมผัส ได้เห็น ได้ยิน ได้พูด ได้ลิ้มรสและได้ทำด้วยตนเอง หรือได้เห็นพ่อแม่ทำ ได้ยินพ่อแม่พูด  ทุกเรื่องราวจะถูกบันทึกไว้ในจิตใต้สำนึกทันที             ดังนั้น การปลูกฝังจิตใต้สำนึกที่ดีให้ลูกจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่พ่อแม่ต้องสร้างด้วยการคิดดี พูดดีและทำดี เพื่อให้ตา หู...
การประชุมผู้ปกครองโรงเรียนน้องโมโม่เมื่อครั้งล่าสุด คุณครูแนะนำให้หากิจกรรมที่ต้องออกกำลังมากๆ หน่อย ซึ่งก็บังเอิญตรงกับความคิดของผมที่กำลังจะหาจักรยานมาเปลี่ยนแทนสามล้อถีบที่โมโม่ไม่ค่อยจะชอบปั่นแล้ว เช่นเดิมครับ เข้า Google ค้นข้อมูลเกี่ยวกับจักรยานเด็ก เจอเว็บไซต์หนึ่ง น่าสนใจมาก เพราะจักรยานของเค้าเรียกว่า 'จักรยานทรงตัว' หรือ 'Balance Bike' ที่มีแต่ตัวถังกับล้อ ไม่มีที่ปั่น ไม่มีโซ่! แอบตีสนิทกับเจ้าของร้าน (คือดูจากวิดีโอนั่นแหล่ะ) ได้ใจความว่า ที่มาหรือแรงบันดาลใจในการสร้างจักรยาน Balance Bike ขึ้นมาก็เพราะตัวเขาเองก็เป็นเหมือนคุณพ่อทั่วไป ที่ไปหาซื้อจักรยานสำหรับเด็กแต่ไม่เจอไอ้คันที่ถูกใจเสียที แต่ก็ไม่มีทางเลือกต้องซื้อกลับมา ลูกของเขาดูเหมือนจะชอบมันมาก จนกระทั่งเริ่มขี่จริง ปัญหาก็บังเกิด แทนที่เด็กจะสนุกไปกับการขี่จักรยานฉวัดเฉวียนไปมา การล้มบ่อยๆ ก็ทำให้ความสุขเหล่านั้นลดน้อยและหมดไป... ในที่สุดความเจ็บ ก็ทำให้เข็ดขยาด ไม่อยากขี่อีก คุณพ่อท่านดังกล่าวจึงลงมือประดิษฐ์จักรยาน ในแบบที่ตัวเองคิดว่าน่าจะเหมาะสำหรับเด็กๆ มากกว่า จักรยานของเขา ไม่มีบันได ไม่มีโซ่ให้เลอะเทอะหรือหนีบกุงเกงเด็ก การเคลื่อนที่ไปข้างหน้าต้องใช้ขาไถไปเรื่อยๆ ที่สำคัญคือตัวรถต้องไม่สูงเกินไปและเด็กๆ สามารถใช้ขายันไว้ได้เมื่อจะล้ม เมื่อลูกของเขาขึ้นขี่...
โอกาสที่เด็กในเมืองส่วนใหญ่จะได้ออกไปเหยียบหิน ดิน ทราย เล่นในท้องนา หาได้ไม่ง่ายนัก แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป... จะว่าไปมนุษย์กับธรรมชาตินั้น มีสัมพันธ์แน่นแฟ้นเกินเข้าใจ หลายครั้งที่เราเหนื่อย ท้อ ... แค่มองออกไปบนท้องฟ้า ไปเดินเล่นในสวน หรือหากมีเวลาหน่อย การไปทะเล ภูเขา น้ำตก ตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ก็สามารถชาร์จพลังให้เราได้อย่างรวดเร็วแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เด็กๆ ก็เช่นกันครับ การเปิดโอกาสพาลูกออกนอกบ้าน ไปสัมผัสธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ จะช่วยให้หัวใจ ปอด และระบบหมุนเวียนของเลือดทำงานดีและแข็งแรง การที่เด็กๆ ได้วิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน จะช่วยพัฒนาการทางร่างกายครบทุกส่วน กระตุ้นให้เกิดภูมิต้านทาน สุขภาพแข็งแรง พื้นผิวที่แปลกใหม่ที่สัมผัสได้ด้วยมือและเท้าจะช่วยให้สมองตื่นตัว ระบบประสาททำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อย่างสมวัย ในขณะเดียวกัน ธรรมชาติยังส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการด้านอารมณ์ ให้ความรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า มีความสุข ทำให้จิตใจอ่อนโยนขึ้น และสามารถปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่นได้...
นานมาแล้ว มีคนเคยแนะนำและตัวเองก็เคยคิดตั้งใจที่จะทำตารางบันทึกกิจกรรมและความดีที่ลูกๆ ทำ แต่เชื่อไหมว่าถึงทุกวันนี้ผมก็ยังไม่ได้ทำซักที ไอสมุดบันทึกง่ายๆ ใช้กระดาษตีตารางแบ่งเป็นช่องๆ มีช่องวันที่, กิจกรรม/ความดีที่ทำ และช่องรับรอง ... จนเมื่อวานไปเดินเล่นในแผนกเครื่องเขียนแห่งหนึ่ง ก็ไปสะดุดตากับเจ้าสมุดเล่มเล็กๆ หน้าตาคล้าย Book Bank แขวนไว้มุมเชลฟ์ 'สมุดบันทึกความดี' ราคาก็น่ารัก เล่มละ 12 บาท!!! ลังเลอยู่ 2 นาที ว่าเดี๋ยวจะกลับไปทำไอสมุดง่ายๆแบบนี้ด้วยตัวเอง หรือควัก 24 บาท (หยิบติดมือมาแล้ว 2 เล่ม) ในที่สุดก็เลือกอย่างหลัง ... เชื่อผมเถอะครับ ว่าจ่าย 24 บาทนี่คุ้มแน่นอน (ดีกว่าไปซื้อโคอาล่ามาร์ชมาเขย่าตั้งเยอะ) ไม่ใช่ว่าดูถูกคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายนะครับ แต่เอาเข้าจริงมีข้อแก้ตัวต่างๆ นาน ลืมบ้างหล่ะ ขี้เกียจบ้างหล่ะ ไม่มีเวลาบ้างหล่ะ ......
วันนี้จะพาน้องมามินำกระปุกออมสินไปแลกกระปุกที่ระลึกของในหลวง รัชกาลที่ ๙ ที่โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์กันครับ อย่างที่ทราบกันแล้วในหน้าข่าวต่างๆ ว่าโครงการ “ออมเพื่อให้ตามรอยพ่อ” เป็นโครงการเพื่อน้อมรำลึกถึงพระราชจริยวัตรและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นแบบอย่างในการออมตั้งแต่ทรงพระเยาว์ และได้พระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่ประชาชนเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และปลูกฝังให้ประชาชนรู้จักการออมและการใช้จ่ายเงินอย่างพอเพียง ทางโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์จึงได้จัดโครงการ “ออมเพื่อให้ตามรอยพ่อ” ชวนพวกเรามาเดินตามรอยเท้าพ่อ ออกเงินใส่กระปุกให้เต็มแล้วนำไปแลกกระปุกอุปกรณ์และของทรงงาน 3 แบบคือ กล้องถ่ายรูป พระราชพาหนะทรงงาน และวิทยุสื่อสาร และถือเป็นโอกาสดีมากๆ ที่เราจะได้ชวนเด็กๆ มาสร้างวินัยการอยู่อย่างพอเพียง ประหยัด อดออม หยอดเงินใส่กระปุก และสอนให้รู้จัก "การให้" โดยการนำเงินออมนั้นไปร่วมบริจาคเพื่อสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา อาคารศูนย์การแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลหลังสุดท้ายที่ได้รับพระราชทานนามจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ปลูกฝังจิดสำนึกให้เด็กทั้งการประหยัดอดออม และการเป็นผู้ให้... คุณพ่อคุณแม่ท่านใดสนใจ รีบชวนเด็กๆ หยอดกระปุกให้เต็ม .....
ขอโหนกระแสซีรีส์เรื่องฮอร์โมน 'วัยว้าวุ่น' ที่ตีแผ่ปัญหาของวัยรุ่นได้อย่างถึงใจจนเกือบโดนแบน... ไหนจะมีข่าวไม่ค่อยจะดีเกี่ยวกับเด็กๆ เยาวชนออกมาค่อนข้างถี่ เห็นและอ่านทีไรก็อดเป็นลูกๆ หลานๆ ของเราไม่ได้  เลยนึกถึงบทความที่ผมเคยเขียนไว้เมื่อสองปีก่อนเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กชอบเล่นบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งพฤติกรรมบางอย่างนั้นเข้าข่ายเสี่ยงอันตรายและส่งผลกระทบกับพฤติกรรมของพวกเขาโดยตรง มองว่าคุณพ่อคุณแม่ยุคนี้สมัยนี้ควรรู้เท่าทันเด็กๆ อย่างน้อยก็เพื่อเป็นแนวทางในการควบคุมดูแลแบบเนียนๆ ไม่ให้เจ้าตัวตกใจเกินเหตุ ... แต่เอาเข้าจริงผมว่าคนที่เป็นพ่อเป็นแม่นั่นแหล่ะจะตกใจมากกว่า ^^' เพื่อไม่ให้เสียเวลา เรามาดูกันเลยดีกว่า 1. วิดีโอแชท แชท (หรือการคุยกันด้วยการพิมพ์ข้อความ) นั้นถือว่าล้าสมัยไปแล้ว ตอนนี้บนอินเทอร์เน็ตนั้นมีบริการ Video Chat เช่น Chatroulette.com ซึ่งถือเป็นเว็บที่เติบโตเร็วที่สุดทั่วโลกด้วยอัตราผู้เยี่ยมชม 500,000 คนต่อวัน โดยคนที่เข้าไปใช้บริการจะถูกสุ่ม ID เพื่อที่จะได้แชทแบบเห็นหน้าค่าตากันจะจะกับคนแปลกหน้าโดยสิ้นเชิงผ่านกล้องเว็บแคม ... น่ากลัวมาก 2. Twitter ไมโครบล็อกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอินเทอร์เน็ต ลูกหลานของเราสามารถส่งข้อความ 140 ตัวอักษรลอยไปในอากาศโดยมีเพื่อนทั้งที่สนิทและเพื่อนแปลกหน้าเป็นคนอ่าน ซึ่งนอกจากข่าวสารต่างๆ แล้ว ยังมีการส่งข้อความสบประมาท เย้ยหยัน...
ต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งว่าเด็กรุ่นใหม่วันนี้ เกิดมาท่ามกลางพัฒนาการของเทคโนโลยีสมัยใหม่รอบด้าน มีแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ต่างจากรุ่นสมัยของพวกเราที่มีโทรทัศน์เป็นสิ่งที่ให้ความบันเทิง แต่ที่ไม่ต่างกันเลยก็คือ การถูกตั้งกฏเหล็ก 'ห้าม' ไม่ให้ดูหากยังทำการบ้านไม่เสร็จ หรือต้องจัดการตัวเอง กินข้าว อาบน้ำ แปรงฟัน ให้เรียบร้อยเสียก่อน  มีข้อโต้แย้งกันในหมู่เราชาวคุณพ่อคุณแม่ คุณหมอเด็ก ผู้เชี่ยวชาญเด็ก ฯลฯ เกี่ยวกับความเหมาะสมของการให้เด็กสัมผัสกับเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ซึ่งก็แน่นอนครับว่าเหรียญมีสองด้านเสมอ ในแง่ของประโยชน์ คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้สื่อเหล่านี้ช่วยในการเรียนรู้ของลูกๆ ได้เป็นอย่างดี จากการบรูณาการข้อมูลความรู้เข้าด้วยกันในแบบที่สมัยก่อนไม่มีทางทำได้ เช่น นอกจากการอธิบายเป็นตัวหนังสือแล้ว ยังมีภาพประกอบที่ชัดเจน บางเรื่องยังมีวิดีโอให้เด็กๆ ได้เห็นของจริง ซึ่งผมว่ามันเป็นอะไรที่มหัศจรรย์มาก (แอบอิจฉาเด็กนิดๆ เพราะสมัยเรานี่ลืมเรื่องพวกนี้ไปได้เลย) ยกตัวอย่างเช่นตอนที่โมโม่ 3 ขวบ อินเรื่องพัดลม กังหัน แบบเข้าไส้ ผมก็เลยไปโหลดหนังสือใน iPad เรื่อง 'Our...
สวัสดีทุกท่านครับ พอดีมีโอกาสพาครอบครัวไปเที่ยวโตเกียวเมื่อช่วงพฤษภาคมที่ผ่านมา ก็เลยอยากนำประสบการณ์มาแชร์เผื่อคุณพ่อคุณแม่ท่านใดอยากพาเด็กๆ ไปเปิดโลกในต่างแดนดูสักครั้ง ^^ การเดินทางทริปนี้เกิดขึ้นในช่วงปลายเมษา-ต้นพฤษภาครับ สภาพอากาศถือว่ากำลังเย็นสบายไม่หนาวไม่ร้อน จุดหมายของทริปนี้คือพาเด็กๆ ไปเปิดหูเปิดตาหาประสบการณ์ใหม่ๆ บ้าง คุยกับภรรยาว่าตั้งใจอยากจะพาเด็กๆ ไปเดินดูบรรยากาศต่างเมือง และแวะชมมิวเซียมที่กระจายอยู่ในโตเกียวมากมายหลายแห่ง หลังจากจองได้ที่พักแล้ว ก็เริ่มวางแผนปักหมุดจุดเที่ยวที่น่าสนใจไว้ในแอพฯ Google Maps จะบอกว่าใครยังไม่มี Google Maps ในมือถือ แนะนำให้โหลดมาติดเครื่องไว้เลยครับ สะดวกมากที่สุดในสามโลก โดยเฉพาะตอนนี้ที่ Google เค้าเพิ่งเพิ่มฟังก์ชันการทำลิสต์รายชื่อสถานที่โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ “Favorites”, Starred Places”, และ “Want to Go” ซึ่งอันสุดท้ายนี่ล่ะครับมีประโยชน์มาก ทั้งสำหรับการวางแผนเดินทาง รวมไปถึงขณะที่เรากำลังเดินทางและเกิดเหตุที่ทำให้ต้องเปลี่ยนแพลน ซึ่งจะทำให้เราประเมินสถานการณ์ในการเดินทางต่อไปยังจุดต่อไป ทั้งเรื่องเส้นทาง ระยะเวลาที่ใช้...