January 19, 2021
ขออนุญาตประชาสัมพันธ์กิจกรรมดีๆ ที่มีประโยชน์กับลูกๆ ของเรากันครับ ในช่วงกลางเดือนนี้ คือระหว่างวันที่ 16-21 กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะมีการจัดงาน 'มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2556'  ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (หรือถ้าใครไปไม่สะดวก ก็สามารถไปชมที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ช่วงวันที่ 14-18 สิงหาได้ครับ เค้าจัดคู่ขนานกันอีกที่ แต่อาจจะไม่ใหญ่เท่าที่ไบเทค)  เมื่อปีก่อนผมก็พาเจ้าลูกชายโมโม่ไปชมมาเช่นกัน สนุกดีครับ ในงานก็จะมีการจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ต่างๆ ทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน มีการนำนวัตกรรมที่นำสมัย สร้างความตื่นตาตื่นใจ สร้างความประทับใจ สร้างแรงบันดาลใจ ตลอดจนสามารถสร้างความตระหนักในความสำคัญและปลูกฝังให้เด็กๆ ชื่นชอบและสนใจวิทยาศาสตร์ กิจกรรมภายงานในปีนี้จะประกอบไปด้วย • นิทรรศการและกิจกรรมเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว“พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” • นิทรรศการและกิจกรรมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว“พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” และ “พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย” • นิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ์ผู้ทรงมีบทบาทและให้ความสำคัญด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี • นิทรรศการและกิจกรรมการแสดงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนของไทย และต่างประเทศ • ห้องทดลองปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ • ลานกิจกรรมพัฒนาปัญญาเยาว์ สำหรับเด็กก่อนวัยเรียน...
จุดเริ่มต้นของทริปรถไฟนี้ จริงๆ ผมคิดไว้นานแล้วว่าถ้าโมโม่และมามิโตพอที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ จะลองพาไปนั่งเก็บประสบการณ์ สัมผัสการเที่ยวแบบลำบากๆ ดูบ้าง (ตามประสาเด็กในเมืองอะนะ) แต่ยังหาจังหวะเวลาเหมาะๆ ไม่ได้ จนเมื่อสองเดือนก่อนได้คุยกับเพื่อนที่เป็นคุณแม่ในกลุ่มโรงเรียนรุ่งอรุณ ซึ่งเป็นจังหวะพอดีที่เค้ากำลังจะจัดทริปพาเด็กๆ นั่งรถไฟไปหัวหิน เลยเอ่ยปากขอแจมด้วย โปรแกรมเที่ยวของทริปนี้จะเหมิอนกับโปรแกรมรถไฟนำเที่ยว 'กรุงเทพฯ-สวนสนประดิพัทธ์' ที่การรถไฟเปิดให้บริการสำหรับผู้ที่สนใจไปเที่ยวทุกวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ทุกประการ แต่ต่างกันที่ตู้โดยสารจะเป็นแบบพิเศษที่เรียกว่า 'Otop Train' จำนวน 2 ตู้พ่วงติดท้ายขบวน 911 ไป (แวะไหนแวะด้วย จอดไหนจอดด้วย) ซึ่งขบวน Otop Train นี้โดยปกติจะไม่ได้เปิดให้บริการเป็นขบวนสาธารณะครับ หากต้องการนั่งจะต้องติดต่อเช่าเหมาขบวนกับการรถไฟเป็นครั้งๆ รายละเอียดคร่าวๆ ที่พอรู้มาก็คือจะต้องเช่าเหมาทั้ง 2 ตู้ 112 ที่นั่ง และต้องติดต่อล่วงหน้าพอสมควร ใครสนใจลองติดต่อการรถไฟดูนะครับ ... เจ้าหน้าที่พูดน้อย แต่ใจดี...
เมื่อสองวันก่อน ผมได้มีโอกาสไปเข้าร่วมเวิร์กชอปเกี่ยวกับการใช้ ‘แผนผังความคิด’ หรือที่ช่วงนี้ได้ยินกันบ่อยๆ ว่า ‘Mind Map’ เพื่อช่วยกระตุ้นการพัฒนาสมองของเด็ก (จะว่าไปสมองผู้ใหญ่ก็พัฒนาด้วยนะ) ซึ่งเจ้าแผนผังความคิดนี้หลายคนอาจมองว่าเหย มันมีมานานแล้วนี่ ใครๆ ก็เขียนได้ แค่วงๆ ขีดๆ ลากเส้นโยงกัน บลา บลา ...  แต่ผิดถนัดครับ ‘แผนผังความคิด’ ที่ถูกต้องจะต้องเขียนอย่างมีหลักการโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าต้องการนำมาฝึกใช้กับเด็ก ซึ่งว่ากันว่ามันสามารถช่วยกระตุ้นสมองอันนำไปสู่การพัฒนากระบวนการคิดของพวกเขาได้เป็นอย่างดี ... ฮั่นแน่ อยากรู้แล้วใช่มั้ยหล่ะครับ? เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง ก่อนที่จะไปถึงเรื่องของแผนผังความคิด เรามา ทำความรู้จักกับ ‘สมอง’ กันก่อน อันนี้เป็นข้อมูลที่ฟังจากคุณหมอที่มาพูดในงานนะครับ (หากผิดพลาดต้องขออภัย) ... ทารกแรกคลอดทุกคนที่เกิดมาจะมีสมองที่แบ่งออกเป็นสมองซีกซ้ายและซีกขวาโดยมีเซลล์สมองรวมกันอยู่ในนั้นประมาณ 1 แสนล้านเซลล์ เซลล์เหล่านี้บางส่วน (ประมาณ 20%) จะเชื่อมโยงถึงกันแล้วตั้งแต่เกิด...
เหตุเกิดเมื่อภรรยาต้องไปประชุมที่สิงคโปร์ 4 วัน 3 คืน แล้วลูกสาวอยากไปด้วย ทางเลือกไม่มีครับ ยังไงก็ต้องไป 555
ได้อ่านนิตยสาร 'TIME' ฉบับพฤกภาคมที่ผ่านมา หน้าปกเรื่อง “ME ME ME Generation” เนื้อหาน่าสนใจมาก ... และบังเอิญโชคดีที่มีคอลัมนิสต์ท่านหนึ่งได้นำเนื้อหาเรื่องนี้มาสรุปไว้อย่างน่าสนใจ เลยอยากนำมาฝากคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ทุกท่านให้ลองคิดตามดู ผมว่ามันเป็นสิ่งที่เราต้องรับรู้ ต้องยอมรับ และต้องประณีประนอมเพื่อแก้ไข ... มีประโยชน์มากครับ ----------------------------------------------------------------------- เลี้ยงลูกท่าไหน ถึงผลักไสให้เขา กลายเป็น Generation ME Gen ที่หลงตัวเองที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมามีข่าวที่ฮือฮามากในนิตยสาร “TIME” ที่ทำสกู๊ปหน้าปกเรื่อง “ME ME ME Generation” พร้อมภาพเด็กหญิงวัยสาวกำลังนอนราบกับพื้นและยกกล้องจากโทรศัพท์มือถือขึ้นโน้มลงมาถ่ายรูปหน้าตัวเอง เนื้อหาเกี่ยวข้องกับคนรุ่นใหม่ ที่อ้างข้อมูลของโจเอล สไตน์ จาก “The National Institutes of Health” (สถาบันสุขภาพแห่งชาติอเมริกา) พบว่า คนรุ่นใหม่กว่า 80...
ทริปนี้มีเหตุเกิดจากพี่สาวของภรรยาสุดสวยของผมที่อยู่ที่บอสตันชวนไปเที่ยวแดนมะกันและออกปากว่าจะอาสาเป็นไกด์ให้ตลอดทริป บวกกับค่าเงินที่กำลังดิ่งลง (เรทช่วงเดือนเมษาที่ไปประมาณ 30 บาทนิดๆ ต่อดอลลาร์) คุณภรรยาก็ไม่ลังเลสิครับ กดจองตั๋วไปเรียบร้อยยกบ้าน ลางานแทบไม่ทัน อย่างที่รู้กันครับว่าจะไปเที่ยวบ้านพี่มะกัน ก็ต้องผ่านพิธีรีตองขั้นตอนเยอะมากกกกกก ก.ไก่ล้านตัว แต่ภรรยาผมก็ไม่หวั่น จัดการให้ทุกอย่างตั้งแต่เตรียมเอกสารทำวีซ่า นัดเวลาไปสถานฑูต ซึ่งทุกอย่างผ่านฉลุยเลยไม่มีอะไรให้ปวดหัว ขั้นตอนต่อไปคือ เก็บตังค์เที่ยวสิครับ 17 วัน ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่? ถ้าคิดจะเที่ยวไม่ต้องไปคำนวนให้เครียดครับ ใส่เกียร์เดินหน้า ลุย!! และแล้ววันเดินทางที่เรารอคอยก็มาถึง 11 เมษา ฤกษ์งามยามดี ตีหนึ่งกว่าๆ นั่งรอในสนามบินกันแกร่วมาก รอกันนานจริงๆ เด็กๆ สลบกันหมด แต่พอขึ้นเครื่องเจอจอเท่านั้นล่ะครับ นั่งตาปรือเล่นเกมดูการ์ตูนที่เอมิเรตส์จัดเต็มมาเพียบ ชั่วโมงนี้อนุญาตปล่อยเขาเล่นไปก่อนเพราะต้องนั่งกันอีกยาวเกือบ 1 วันเต็ม เพื่อไม่ให้เสียเวลาขอวาร์ปไปตอนถึงนิวยอร์กกันเลยล่ะกันนะครับ เดินทางมาถึงนิวยอร์ก เวลาก็ถอยหลังเป็นวันที่ 10 ตอนบ่ายสองกว่าๆ...
สำหรับคนกลัวเข็ม การบริจาคเลือดอาจไม่เคยอยู่ในหัว หรือคิดอยู่แต่ไม่กล้าเสียที จะบอกว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ... ผมเองก็กลัวเข็มครับ (จุ๊ๆ อย่าบอกใครนะ) และก็เพิ่งจะมาเริ่มบริจาคเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง ยังจำได้ว่าครั้งแรกที่ไปก็แบบงงๆ ไปถึงห้องซักประวัติโดนคุณหมอไล่ให้ออกไปทานข้าวให้เรียบร้อยก่อนค่อยมาใหม่ (นั่นมันตรวจเลือดต่างหากที่ต้องงดน้ำงดอาหาร!) วันเกิดปีนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ไปบริจาค โดยปกติแล้วผมมักจะเลือกไปที่โรงพยาบาลศิริราช แต่วันนี้จะขอพาไปอีกที่เปลี่ยนบรรยากาศ ใครอยากบริจาคบ้างก็ตามมากันได้เลยนะครับ การบริจาคเลือด ดีต่อร่างกายของเราจริงหรือ? หลายคนอาจเคยได้ยินมาว่า การบริจาคเลือดจะทำให้ร่างกายของเราอ่อนแอลงจากการที่ต้องสูญเสียเลือดเป็นจำนวนมาก ต้องบอกเลยครับว่าเป็นความเชื่อที่ผิดอย่างสิ้นเชิง! กลับกันยังทำให้เรามีสุขภาพที่ดีขึ้นอีกต่างหาก เพราะการบริจาคเลือดจะกระตุ้นการทำงานของไขกระดูกสันหลัง ให้สร้างเม็ดเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทน ส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้นมากมาย และผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นกับเราหลังบริจาคเลือด ก็คือการกระตุ้นการทำงานของไขกระดูกสันหลัง ให้สร้างเม็ดเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทน ส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น ร่างกายแข็งแรงขึ้น รวมไปถึงการทำให้ผิวพรรณดี มีน้ำมีนวล หน้าใสแบบไม่ต้องพึ่งคอลลาเจน ที่สำคัญ สถิติระบุว่าผู้ที่บริจาคเลือดเป็นประจำจะมีโอกาสเป็นโรคมะเร็งน้อยกว่าผู้ไม่บริจาค ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูแลสุขภาพควบคู่ไปด้วย ไม่ใช่ดื่มเหล้า...
บ้านไหนยังคิดไม่ออกว่าปิดเทอมนี้จะพาเด็กๆ ไปเที่ยวไหนดีที่ได้ความรู้ควบคู่กันไปด้วย ได้ทำกิจกรรมสนุกๆ อยู่กับธรรมชาติ และที่สำคัญใกล้กรุงเทพฯ ขับรถไปเช้าเย็นกลับสบายๆ "โรงเรียนนาเกลือ" ของครูโต บุญปรอด เจริญฤทธิ์ เป็นอีกแห่งที่น่าสนใจครับ โรงเรียนนาเกลือ อยู่บนถนนพระราม 2 ขาเข้า ถ้าขับจากรุงเทพฯ ใช้ถนนพระราม 2 มุ่งหน้าไปสมุทรสงคราม ถึงกม. 60 ให้กลับรถมาฝั่ง Big C ที่อยู่ตรงข้าม แล้วออกทางขนาน สังเกตช่วงที่ข้างทางจะมีร้านขายของฝาก จะมีป้ายไม้เขียนว่าโรงเรียนนาเกลือ เลี้ยวซ้ายเข้าไปจอดที่ลาดจอดรถแล้วเดินเข้าไปยังนาเกลือบริเวณบ้านไม้หลังคาสีน้ำเงินได้เลยครับ อ้อ บอกก่อนว่าปกติแล้วที่นี่จะเปิดรับเด็กนักเรียนเป็นหมู่คณะ และวันเวลาไม่แน่นอน ต้องลองโทรไปสอบถามครูโต ที่หมายเลข 081-8562673, 034-723-611 ก่อนเดินทางนะครับ กิจกรรมที่นี่จะเริ่มประมาณ 9 โมงเช้า เริ่มจากการบรรยายให้ความรู้เรื่องวิธีทำนาเกลือโดยครูโต ว่ากว่าจะมาเป็นเม็ดเกลือที่เด็กๆ ชอบ...
มีใครไม่รู้จัก Google บ้างครับ? เชื่อว่าส่วนใหญ่จะรู้จัก Google และใช้กันอยู่แล้วในฐานะ 'เสิร์ชเอนจิน' สำหรับการค้นหาเว็บไซต์หรือข้อมูลต่างๆ ที่อยากรู้ แต่เชื่อไหมครับว่าวันนี้ Google เป็นมากกว่านั้น ...  จากการที่ผมได้โอกาสไปร่วมงานอีเว้นท์ของ Google ที่กรุงไทเปในไต้หวันเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่ง Google ได้นำเสนอบริการใหม่ๆ มากมายที่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาพยายามแทรกซึม ... ไม่เอา ขอเรียกเติมเต็มดีกว่า ความพยายามของ Google เพื่อช่วยเติมเต็มการชีวิตประจำวันของเราให้สมบูรณ์ได้ถูกนำมาเปิดเผยในงานแสดงวิสัยทรรศน์ชื่อเก๋ๆ ‘A Day with Google’ โดย Google ได้เนรมิต Huashan Creative Park สถานที่จัดงานให้มีบรรยากาศเหมือนบ้านที่ดูอบอุ่นเป็นกันเอง โดยแบ่งแต่ละห้องออกเป็นธีมที่แตกต่างกันไปตามคอนเซ็ปต์ของโปรเจ็กต์ต่างๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่านอกจากการเสิร์ชแล้ว Google ยังมีบริการอื่นๆ ที่มีประโยชน์อีกมากมายสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันของเรา บางอย่างก็พอรู้อยู่แล้ว แต่บางอย่างก็เกินคาดไปมาก ......
จำได้ว่าปีที่ผ่านมา มีข่าวอุบัติเหตุเกิดขึ้นจากการเดินช็อบปิ้งในห้างสรรพสินค้าหลายครั้ง ทั้งในบ้านเราเองก็ดี ในต่างประเทศก็ดี และพวกเราชาวผู้ปกครองส่วนใหญ่ที่ใช้ชีวิตในเมืองบางครั้งก็จำเป็นต้องไปซื้อหาข้าวปลาอาหาร แวะฝากเงินธนาคาร ช็อบมิดไนท์เซล ... การเลี่ยงที่จะไม่ผูกลูกไปห้างด้วยจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย วันนี้ผมมีข้อมูลเกี่ยวจุดเสี่ยงที่มักเกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะกับเด็กๆ เวลาไปเดินห้างและคำแนะนำดีๆ มาฝาก รู้ไว้ลูกเราปลอดภัยแน่นอนครับ  ลานจอดรถ: หากเป็นไปได้ ควรจอดให้ใกล้กับประตูทางเข้า หรือใช้บริการ Valet หรือที่จอดรถสำหรับครอบครัว ซึ่งปกติทางห้างจะกันไว้ให้สำหรับรถที่มีสมาชิกนั่งมาด้วย 3-4 คนขึ้นไป หลังจากจอดรถแล้ว เราควรเดินมาเปิดประตูรับเด็กลงจากรถเสมอ ไม่ควรปล่อยเด็กเดินในลานจอดโดยไม่จูงมือ หรือถ้าเป็นไปได้ควรอุ้มเด็กเดินเข้าประตูห้างให้เร็วที่สุดเพื่อเลี่ยงการสูดก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ที่คละคลุ้งในลานจอด (โดยเฉพาะลานจอดรถชั้นใต้ดิน) บันไดเลื่อน: เด็กวัยกำลังซนแถมยังอยากรู้อยากเห็น แนะนำว่าควรจับมือลูกไว้ตลอดเวลาขณะยืนอยู่บนบันไดเลื่อน หากไม่เชื่อฟังและยังวิ่งเล่น ให้ค่อยๆ อธิบายอันตรายที่อาจเกิดขึ้นให้เขาฟัง เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็สำคัญ ดูว่าชายเสื้อ ชายกางเกง กระโปรง เชือกผูกรองเท้า เรียบร้อยดีไหม เพราะอาจถูกหนีบเข้าไปติดในซี่ฟันบันไดเลื่อนได้ ส่วนใครที่ใช้รถเข็นเด็กแนะนำให้โดยสารลิฟท์แทน เมืองนอกมีข่าวอุบัติเหตุรถเข็นหลุดมือ ลื่นไถล...