31 C
Bangkok
April 22, 2019
Home กิจกรรมน่าทำ

กิจกรรมน่าทำ

โอกาสที่เด็กในเมืองส่วนใหญ่จะได้ออกไปเหยียบหิน ดิน ทราย เล่นในท้องนา หาได้ไม่ง่ายนัก แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป... จะว่าไปมนุษย์กับธรรมชาตินั้น มีสัมพันธ์แน่นแฟ้นเกินเข้าใจ หลายครั้งที่เราเหนื่อย ท้อ ... แค่มองออกไปบนท้องฟ้า ไปเดินเล่นในสวน หรือหากมีเวลาหน่อย การไปทะเล ภูเขา น้ำตก ตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ก็สามารถชาร์จพลังให้เราได้อย่างรวดเร็วแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เด็กๆ ก็เช่นกันครับ การเปิดโอกาสพาลูกออกนอกบ้าน ไปสัมผัสธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ จะช่วยให้หัวใจ ปอด และระบบหมุนเวียนของเลือดทำงานดีและแข็งแรง การที่เด็กๆ ได้วิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน จะช่วยพัฒนาการทางร่างกายครบทุกส่วน กระตุ้นให้เกิดภูมิต้านทาน สุขภาพแข็งแรง พื้นผิวที่แปลกใหม่ที่สัมผัสได้ด้วยมือและเท้าจะช่วยให้สมองตื่นตัว ระบบประสาททำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อย่างสมวัย ในขณะเดียวกัน ธรรมชาติยังส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการด้านอารมณ์ ให้ความรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า มีความสุข ทำให้จิตใจอ่อนโยนขึ้น และสามารถปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่นได้ ... มีแต่ข้อดี ไม่มีข้อเสียจริงๆ ครับ หลายคนบอกรู้แล้ว.. แต่มันไม่มีเวลา! ผมว่าไม่จริงเสมอไป เพราะสถานที่ใกล้ๆ ที่เราสามารถพาเด็กๆ ไปสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติพร้อมกิจกรรมสนุกๆ แบบไปเช้าเย็นกลับได้ ใกล้กทม.นิดเดียว โดยเฉพาะใครที่อยู่ฝั่งธน ใช้เวลาขับรถน้อยกว่าไปดูไดโนเสาร์ปลอมที่เอ็มควอเทียร์ซะอีก... ที่แห่งนั้นคือ “ไร่ปลูกรัก”  … โหยย เก่า!! แต่เชื่อเหลือเกินครับว่าหลายครอบครัวยังไม่เคยไป .. หรือไม่ก็ลังเลว่าลูกจะชอบเล่นเลอะเทอะแนวนี้ไหม (จริงๆ...
วันนี้จะพาน้องมามินำกระปุกออมสินไปแลกกระปุกที่ระลึกของในหลวง รัชกาลที่ ๙ ที่โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์กันครับ อย่างที่ทราบกันแล้วในหน้าข่าวต่างๆ ว่าโครงการ “ออมเพื่อให้ตามรอยพ่อ” เป็นโครงการเพื่อน้อมรำลึกถึงพระราชจริยวัตรและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นแบบอย่างในการออมตั้งแต่ทรงพระเยาว์ และได้พระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่ประชาชนเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และปลูกฝังให้ประชาชนรู้จักการออมและการใช้จ่ายเงินอย่างพอเพียง ทางโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์จึงได้จัดโครงการ “ออมเพื่อให้ตามรอยพ่อ” ชวนพวกเรามาเดินตามรอยเท้าพ่อ ออกเงินใส่กระปุกให้เต็มแล้วนำไปแลกกระปุกอุปกรณ์และของทรงงาน 3 แบบคือ กล้องถ่ายรูป พระราชพาหนะทรงงาน และวิทยุสื่อสาร และถือเป็นโอกาสดีมากๆ ที่เราจะได้ชวนเด็กๆ มาสร้างวินัยการอยู่อย่างพอเพียง ประหยัด อดออม หยอดเงินใส่กระปุก และสอนให้รู้จัก "การให้" โดยการนำเงินออมนั้นไปร่วมบริจาคเพื่อสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา อาคารศูนย์การแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลหลังสุดท้ายที่ได้รับพระราชทานนามจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ปลูกฝังจิดสำนึกให้เด็กทั้งการประหยัดอดออม และการเป็นผู้ให้... คุณพ่อคุณแม่ท่านใดสนใจ รีบชวนเด็กๆ หยอดกระปุกให้เต็ม .. ใครยังไม่เริ่ม เริ่มตอนนี้ยังทันครับ เพราะสามารถแลกรับกระปุกที่ระลึกได้ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม – 20 ตุลาคม 2560 โดยจะทยอยเปิดให้แลกทั้งสามแบบตามช่วงเวลาที่กำหนดดังนี้ครับ แบบที่ 1 แลกรับวิทยุสื่อสาร 4 ส.ค. – 20 ส.ค. แบบที่ 2 แลกรับกล้องถ่ายรูป 21 ส.ค. –...
สวัสดีทุกท่านครับ พอดีมีโอกาสพาครอบครัวไปเที่ยวโตเกียวเมื่อช่วงพฤษภาคมที่ผ่านมา ก็เลยอยากนำประสบการณ์มาแชร์เผื่อคุณพ่อคุณแม่ท่านใดอยากพาเด็กๆ ไปเปิดโลกในต่างแดนดูสักครั้ง ^^ การเดินทางทริปนี้เกิดขึ้นในช่วงปลายเมษา-ต้นพฤษภาครับ สภาพอากาศถือว่ากำลังเย็นสบายไม่หนาวไม่ร้อน จุดหมายของทริปนี้คือพาเด็กๆ ไปเปิดหูเปิดตาหาประสบการณ์ใหม่ๆ บ้าง คุยกับภรรยาว่าตั้งใจอยากจะพาเด็กๆ ไปเดินดูบรรยากาศต่างเมือง และแวะชมมิวเซียมที่กระจายอยู่ในโตเกียวมากมายหลายแห่ง หลังจากจองได้ที่พักแล้ว ก็เริ่มวางแผนปักหมุดจุดเที่ยวที่น่าสนใจไว้ในแอพฯ Google Maps จะบอกว่าใครยังไม่มี Google Maps ในมือถือ แนะนำให้โหลดมาติดเครื่องไว้เลยครับ สะดวกมากที่สุดในสามโลก โดยเฉพาะตอนนี้ที่ Google เค้าเพิ่งเพิ่มฟังก์ชันการทำลิสต์รายชื่อสถานที่โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ “Favorites”, Starred Places”, และ “Want to Go” ซึ่งอันสุดท้ายนี่ล่ะครับมีประโยชน์มาก ทั้งสำหรับการวางแผนเดินทาง รวมไปถึงขณะที่เรากำลังเดินทางและเกิดเหตุที่ทำให้ต้องเปลี่ยนแพลน ซึ่งจะทำให้เราประเมินสถานการณ์ในการเดินทางต่อไปยังจุดต่อไป ทั้งเรื่องเส้นทาง ระยะเวลาที่ใช้ ได้ทันที ภาพข้างล่างคือแผนที่ Want to Go ของคุณพ่ออยากรู้ คุณหนูอยากไป และต้องเอาใจภรรยา ...ออกมาได้ทริปประมาณนี้ครับ (การปักสามารถทำได้ทั้งบนมือถือ หรือจะบนพีซี, แมค ได้หมดครับ) ที่ดีงามของการปักหมุดสถานที่ไว้ก่อนแบบนี้คือ เราจะได้เห็นภาพรวมของแผนที่ ว่าแต่ละที่ที่เราอยากไปนั้นมันอยู่ละแวกใกล้กัน หรืออยู่ไกลกันจนเสียเวลาเดินทางเกินไปไหม? นอกจากนี้ยังสามารถกดแชร์ให้ภรรยาได้รู้ได้ดูได้เห็นอีกด้วย  ...  พอแชร์ไปให้ คำถามแรกที่สวนมาคือ “เราไปกัน 5 วันนะคะคุณสามี...
จุดเริ่มต้นของทริปรถไฟนี้ จริงๆ ผมคิดไว้นานแล้วว่าถ้าโมโม่และมามิโตพอที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ จะลองพาไปนั่งเก็บประสบการณ์ สัมผัสการเที่ยวแบบลำบากๆ ดูบ้าง (ตามประสาเด็กในเมืองอะนะ) แต่ยังหาจังหวะเวลาเหมาะๆ ไม่ได้ จนเมื่อสองเดือนก่อนได้คุยกับเพื่อนที่เป็นคุณแม่ในกลุ่มโรงเรียนรุ่งอรุณ ซึ่งเป็นจังหวะพอดีที่เค้ากำลังจะจัดทริปพาเด็กๆ นั่งรถไฟไปหัวหิน เลยเอ่ยปากขอแจมด้วย โปรแกรมเที่ยวของทริปนี้จะเหมิอนกับโปรแกรมรถไฟนำเที่ยว 'กรุงเทพฯ-สวนสนประดิพัทธ์' ที่การรถไฟเปิดให้บริการสำหรับผู้ที่สนใจไปเที่ยวทุกวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ทุกประการ แต่ต่างกันที่ตู้โดยสารจะเป็นแบบพิเศษที่เรียกว่า 'Otop Train' จำนวน 2 ตู้พ่วงติดท้ายขบวน 911 ไป (แวะไหนแวะด้วย จอดไหนจอดด้วย) ซึ่งขบวน Otop Train นี้โดยปกติจะไม่ได้เปิดให้บริการเป็นขบวนสาธารณะครับ หากต้องการนั่งจะต้องติดต่อเช่าเหมาขบวนกับการรถไฟเป็นครั้งๆ รายละเอียดคร่าวๆ ที่พอรู้มาก็คือจะต้องเช่าเหมาทั้ง 2 ตู้ 112 ที่นั่ง และต้องติดต่อล่วงหน้าพอสมควร ใครสนใจลองติดต่อการรถไฟดูนะครับ ... เจ้าหน้าที่พูดน้อย แต่ใจดี -> คุณเพื่อนแม่บุ๋มไม่ได้กล่าวไว้ ;p Otop Train เป็นตู้โดยสารเก่าที่ถูกนำมาปรับโฉมใหม่ให้มีความสวยงาม หรูหรา เบาะหุ้มหนังนุ่มๆ สะอาดนั่งสบาย ปรับเอนและหมุน 360 องศาหันหน้าเข้าหากันได้ (เด็กๆ ชอบมาก) ระยะห่างระหว่างที่นั่งสามารถยืดขาสบายๆ ไม่อึดอัด โดยทั้งสองตู้มีห้องคาราโอเกะส่วนตัวให้เค้าไประบายความบันเทิงกันได้เต็มที่โดยไม่ต้องกลัวรบกวนคนอื่น ในส่วนของห้องน้ำนี่ก็ต้องยกนิ้วให้ ข้างในดูใหม่และสะอาดสะอ้าน แบ่งเป็นห้องชาย-หญิงเป็นสัดส่วนดี อ้อมี...
เวลาไปเดินห้างสรรพสินค้า ที่พลาดไม่แวะไม่ได้เลยคือร้านหนังสือ นอกจากจะไปหาหนังสือให้ตัวเองอ่านแล้ว ก็เลยไปส่วนของหนังสือเด็กเพื่อดูว่ามีเรื่องอะไรน่าสนใจมาเล่าให้ลูกๆ ฟังก่อนนอนบ้าง ... แต่พักหลังเริ่มรู้สึกว่าราคาของหนังสือเด็กค่อนข้างแพงเอาเรื่อง นิทานเล่มบางๆ ราคาเหยียบร้อย รวมราคาหลายๆ เล่มแล้วมีอาการปาดเหงื่อกันเลยทีเดียว บังเอิ๊ญ บังเอิญ ได้เห็นข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับโครงการ "นำหนังสือดีสู่เด็กไทย" ของมูลนิธิเอสซีจี เห็นมีหนังสือชื่อและรูปเล่มที่น่าอ่านหลายเล่ม ไปเดินหาตามซีเอ็ด นายอินทร์ บางแห่งมีแค่เรื่องสองเรื่อง แต่อยากได้แบบครบชุด ... เลยลองติดต่อเข้าไปที่มูลนิธิเพื่อขอซื้อหนังสือ ไม่นานก็ได้รับอีเมล์ตอบกลับถึงวิธีการ 'บริจาค' ใช่แล้วครับ มูลนิธิเอสซีจี เขาจะนำรายได้จากการจำหน่ายหนังสือภาพในโครงการนี้ไปสมทบทุนผลิตหนังสือมอบให้แก่โรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ขาดแคลน เป้าหมายก็เพื่อให้เด็กไทยได้มีโอกาสเรียนรู้ และเสริมสร้างพัฒนาการผ่านหนังสือภาพเฉกเช่นเดียวกับเด็กทั่วโลก (ใครสนใจรายละเอียดการบริจาคเงิน เพื่อขอรับหนังสือ ผมลงข้อมูลไว้ด้านล่างแล้ว) ความน่าสนใจคือหนังสือในโครงการนำหนังสือดีสู่เด็กไทยนั้นเป็น 'หนังสือภาพระดับโลก' จากประเทศต่างๆ ซึ่งได้รับการยอมรับจากนักวิชาการด้านการศึกษาและนักสร้างสรรค์หนังสือเด็กทั่วโลกว่า มีทั้งความดีในด้านสาระและมีความงดงามทางศิลปะ เหมาะแก่การอ่านให้เด็กปฐมวัยฟัง โดยใส่ใจในทุกองค์ประกอบอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่การเลือกเรื่อง, การออกแบบ, สีสัน, การแปล, การนำเสนอประเด็น และแม้กระทั่งตัวอักษรทุกตัว ... ที่สำคัญคือ "ในราคาย่อมเยา" ... จริงๆ!! ไม่เชื่อลองเลื่อนไปดูตารางราคาด้านล่าง ส่วนตัวซื้อมาครบชุดตั้งแต่ปี 1-6 รวม (29 เล่ม 1715 บาท เฉลี่ยแค่เล่มละ  59.13 บาท) บอกได้เลยว่าไม่ผิดหวังซักเล่ม ^^ ข้างล่างนี้คือตัวอย่างหนังสือที่น้องโมโม่และมามิชอบอ่านมาก (ขออนุญาตคัดมาปีละเรื่องให้ดูเป็นไอเดียครับ)   มือหนูอยู่ไหน...
เมื่อวานนี้ (13/09/57) มีโอกาสดีได้พาเด็กๆไปร่วมชมนิทรรศการที่บอกได้คำเดียวว่าหาดูได้ยาก เพราะไม่ได้มีให้ดูทุกวันแต่จัดแค่ปีละครั้ง นั่นก็คืองาน ‘เอนฟา เบรน เอ็กซ์โป 360° จีเนียส’ จัดโดยบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด และกลุ่มผลิตภัณฑ์เอนฟา เอพลัส และที่อยากจะบอกคือ งานนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ครับ ไม่จำเป็นต้องดื่มนมเอนฟา แต่ในงานมีขายนมเอนฟาครับ ถ้าน้องคนไหนทานอยู่ก็จัดได้เลย ราคาโปรโมชั่นแถมมีของแถมเพียบ แต่ถ้าไม่ได้ซื้ออะไร ก็ไม่ต้องห่วง เค้ายังสแตมป์บัตรจอดรถได้ฟรีอีก 4 ชั่วโมงต่างหาก! สำหรับปีนี้ต้องบอกว่าอลังการงานสร้างกว่าปีที่ผ่านๆ มาหลายเท่า เพราะใช้พื้นที่ในรอยัล พารากอน ฮอลล์ แบบจัดเต็ม เอาเป็นว่าใครจะพาเด็กๆ ไปขอให้เตรียมเสบียงอาหารเผื่อไว้ด้วยเพราะรับรองว่าเด็กๆ จะได้ใช้พลังและเล่นสนุกกันจนแทบลืมเวลา (คุณพ่อคุณแม่หิวแทน) โดยธีมงานของปีนี้ยังคงเน้นไปที่การปลดล็อกศักยภาพสมองของเด็กๆ และธีมงานสำหรับปีนี้คือ '4 ปฏิบัติการทางสมอง เส้นทางสู่ 360° อัจฉริยะรอบด้าน' ภายในงานมีกิจกรรมเชิงปฏิบัติการทางสมองในรูปแบบอินเตอร์แอคทีฟให้คุณพ่อคุณแม่ได้เรียนรู้เทคนิคการกระตุ้นทักษะแห่งอัจฉริยภาพของเด็กๆ ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ฉลาดเรียนรู้ ฉลาดเคลื่อนไหว ฉลาดสื่อสาร และฉลาดด้านอารมณ์  ผ่านโซนกิจกรรมที่น่าสนใจทั้งหมด 5 โซน แต่ก่อนจะเข้าไปดูกันผมขออนุญาตบอกข้อมูลการจัดงานเผื่อคุณพ่อคุณแม่ท่านใดสนใจอยากพาเด็กๆ ไปเล่น (มีถึงแค่วันอาทิตย์หน้าเท่านั้น) งาน ‘เอนฟา...
มีใครไม่รู้จัก Google บ้างครับ? เชื่อว่าส่วนใหญ่จะรู้จัก Google และใช้กันอยู่แล้วในฐานะ 'เสิร์ชเอนจิน' สำหรับการค้นหาเว็บไซต์หรือข้อมูลต่างๆ ที่อยากรู้ แต่เชื่อไหมครับว่าวันนี้ Google เป็นมากกว่านั้น ...  จากการที่ผมได้โอกาสไปร่วมงานอีเว้นท์ของ Google ที่กรุงไทเปในไต้หวันเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่ง Google ได้นำเสนอบริการใหม่ๆ มากมายที่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาพยายามแทรกซึม ... ไม่เอา ขอเรียกเติมเต็มดีกว่า ความพยายามของ Google เพื่อช่วยเติมเต็มการชีวิตประจำวันของเราให้สมบูรณ์ได้ถูกนำมาเปิดเผยในงานแสดงวิสัยทรรศน์ชื่อเก๋ๆ ‘A Day with Google’ โดย Google ได้เนรมิต Huashan Creative Park สถานที่จัดงานให้มีบรรยากาศเหมือนบ้านที่ดูอบอุ่นเป็นกันเอง โดยแบ่งแต่ละห้องออกเป็นธีมที่แตกต่างกันไปตามคอนเซ็ปต์ของโปรเจ็กต์ต่างๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่านอกจากการเสิร์ชแล้ว Google ยังมีบริการอื่นๆ ที่มีประโยชน์อีกมากมายสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันของเรา บางอย่างก็พอรู้อยู่แล้ว แต่บางอย่างก็เกินคาดไปมาก ... ไม่ว่าจะเป็นการเป็นผู้ช่วยเหลือยามเดินทาง (มีวุ้นแปลภาษาด้วยนะ) การทำครัว หรือแม้แต่การออกกำลังกาย! แต่ที่ผมคิดว่ามีประโยชน์มากๆ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองทั้งหลาย ก็คือการเปลี่ยนห้องนั่งเล่นให้กลายเป็นโลกทั้งใบ ด้วยการเปิดสถาบันด้านวัฒนธรรม 'Google Cultural Institute' ให้บริการตลอด 24/7 ไม่มีวันหยุด (นอกจากเน็ตล่ม ;P) Google บอกว่านอกไปจากการดูรายการโทรทัศน์หรือ YouTube เพื่อความบันเทิงแล้วในบ้านแล้ว เรายังสามารถเติมความรู้หรือส่งเสริมการเรียนรู้ให้เด็กๆ ได้ด้วย ง่ายๆ...
จำได้ว่าปีที่ผ่านมา มีข่าวอุบัติเหตุเกิดขึ้นจากการเดินช็อบปิ้งในห้างสรรพสินค้าหลายครั้ง ทั้งในบ้านเราเองก็ดี ในต่างประเทศก็ดี และพวกเราชาวผู้ปกครองส่วนใหญ่ที่ใช้ชีวิตในเมืองบางครั้งก็จำเป็นต้องไปซื้อหาข้าวปลาอาหาร แวะฝากเงินธนาคาร ช็อบมิดไนท์เซล ... การเลี่ยงที่จะไม่ผูกลูกไปห้างด้วยจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย วันนี้ผมมีข้อมูลเกี่ยวจุดเสี่ยงที่มักเกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะกับเด็กๆ เวลาไปเดินห้างและคำแนะนำดีๆ มาฝาก รู้ไว้ลูกเราปลอดภัยแน่นอนครับ  ลานจอดรถ: หากเป็นไปได้ ควรจอดให้ใกล้กับประตูทางเข้า หรือใช้บริการ Valet หรือที่จอดรถสำหรับครอบครัว ซึ่งปกติทางห้างจะกันไว้ให้สำหรับรถที่มีสมาชิกนั่งมาด้วย 3-4 คนขึ้นไป หลังจากจอดรถแล้ว เราควรเดินมาเปิดประตูรับเด็กลงจากรถเสมอ ไม่ควรปล่อยเด็กเดินในลานจอดโดยไม่จูงมือ หรือถ้าเป็นไปได้ควรอุ้มเด็กเดินเข้าประตูห้างให้เร็วที่สุดเพื่อเลี่ยงการสูดก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ที่คละคลุ้งในลานจอด (โดยเฉพาะลานจอดรถชั้นใต้ดิน) บันไดเลื่อน: เด็กวัยกำลังซนแถมยังอยากรู้อยากเห็น แนะนำว่าควรจับมือลูกไว้ตลอดเวลาขณะยืนอยู่บนบันไดเลื่อน หากไม่เชื่อฟังและยังวิ่งเล่น ให้ค่อยๆ อธิบายอันตรายที่อาจเกิดขึ้นให้เขาฟัง เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็สำคัญ ดูว่าชายเสื้อ ชายกางเกง กระโปรง เชือกผูกรองเท้า เรียบร้อยดีไหม เพราะอาจถูกหนีบเข้าไปติดในซี่ฟันบันไดเลื่อนได้ ส่วนใครที่ใช้รถเข็นเด็กแนะนำให้โดยสารลิฟท์แทน เมืองนอกมีข่าวอุบัติเหตุรถเข็นหลุดมือ ลื่นไถล จนลูกตกลงมาบาดเจ็บมีให้เห็นประจำ ลิฟท์:  ไม่ควรใจร้อน หากคนแน่นมาก ให้รอรอบต่อไปจะดีกว่า การอัดกันแน่นๆ นอกจากจะทำให้เด็กๆ อึดอัด ยังอาจทำให้ลิฟท์ค้างและเป็นอันตราย ไม่ควรให้เด็กยืนพิงประตูลิฟท์ บางคนชอบกดปุ่ม ก็ใช้โอกาสนี้บอกให้เด็กสังเกตปุ่มต่างๆ ว่ามีหน้าที่อะไร เน้นสอนเรื่องปุ่ม Emergency Call หากกรณีฉุกเฉินต้องติดอยู่ในลิฟท์ให้กดปุ่มนี้ ประตูหนีบ-พื้นลื่น: การเดินเข้า-ออกบริเวณประตู ควรเดินเข้าตรงกลางประตู โดยจับมือเด็กๆ เอาไว้ หรือหากยังเดินไม่คล่องแนะนำให้อุ้มไว้ดีกว่า โดยเฉพาะประตูแบบอัตโนมัติที่มีเซนเซอร์เปิด-ปิดเองได้ มักจะหนีบเด็กๆ...
             นักวิชาการทั้งในและต่างประเทศ ศึกษาค้นคว้าจนพบว่า ในการดำรงชีวิต เมื่อมีและต้องแก้ไขปัญหาที่เผชิญ  ร้อยละ 95 ของการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ของคน มาจากจิตใต้สำนึกที่สั่งให้จิตสำนึกทำ              นั่นหมายถึงการทำดี ทำชั่วของคนเป็นผลมาจาก ‘จิตใต้สำนึก’ มากกว่า ‘จิตสำนึก’              จิตใต้สำนึก มีอิทธิพลต่อการทำงานของจิตสำนึก  เพราะเป็นแหล่งเก็บข้อมูลที่เด็กได้เรียนรู้ เก็บความทรงจำ  เก็บประสบการณ์ที่ตนเองได้สัมผัส ได้เห็น ได้ยิน ได้พูด ได้ลิ้มรสและได้ทำด้วยตนเอง หรือได้เห็นพ่อแม่ทำ ได้ยินพ่อแม่พูด  ทุกเรื่องราวจะถูกบันทึกไว้ในจิตใต้สำนึกทันที             ดังนั้น การปลูกฝังจิตใต้สำนึกที่ดีให้ลูกจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่พ่อแม่ต้องสร้างด้วยการคิดดี พูดดีและทำดี เพื่อให้ตา หู จมูก ลิ้น กายและใจของลูกได้สัมผัสกับสิ่งดีๆ เป็นประจำ             นี่คือ ‘เหตุ’ ที่สมัยโบราณนิยมร้องเพลงกล่อมเด็ก เพลงร้องเล่น เพลงประกอบการละเล่น และเล่านิทานดีที่มีคติสอนใจให้ลูกหลานฟังก่อนนอนเป็นประจำ เพราะล้วนมีสิ่งดีที่ควรปลูกฝังในจิตใต้สำนึกของลูกหลานตั้งแต่ยังเล็ก..ทั้งนั้น  พ่อแม่ถือเป็นต้นทางที่สำคัญในการสร้างจิตใต้สำนึกที่ดีให้แก่ลูก             ทั้งวัน..และทุกวันที่ลูกอยู่บ้าน  สิ่งที่อยู่ในบ้านจึงเป็นสิ่งที่ลูกเรียนรู้ทั้งรู้ตัว และไม่รู้ตัว โดยที่พ่อแม่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ             ลูกเรียนรู้แบบเชื่อมโยงและสอดคล้องกันอย่างรวดเร็วมาก            ...
1 พ่อแม่ แบบอย่างที่ดี จิตใต้สำนึกของลูกจะเปิดกว้างขณะอยู่กับพ่อแม่ ถ้าพ่อแม่คิดดี ทำดี ลูกก็จะคิดดี ทำดีตาม การปลูกฝังจิตใต้สำนึกที่ได้ผลอย่ามุ่งแต่พูดจาสั่งสอน โดยไม่ได้ทำให้ลูกเห็นเป็นตัวอย่าง ลูกจะฟังแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา สิ่งที่พ่อแม่พูดจะไม่เข้าลงไปถึงจิตใต้สำนึก แต่จะต้องเกิดขึ้นจากการกระทำและคำพูดของพ่อแม่ให้ลูกได้เห็นและได้ยินทุกวันด้วยถึงจะได้ผล  2 มอบความรัก จุดอ่อนที่สำคัญของมนุษย์ คือ ความรู้สึก เป็นพลังที่ฝังลึกอยู่ในจิตใต้สำนึก ไม่ใช่สมอง ยากที่จะทำลายให้หายไป ได้ ดังนั้นรักลูกให้มาก ผลตอบแทนของความรักที่พ่อแม่มีต่อลูก จะทำให้ลูกรักและเชื่อฟังพ่อแม่เมื่อโตขึ้น รู้จักมอบความรักต่อผู้อื่นเป็น อย่าเผลอใช้อารมณ์ตี ตะคอกลูกรุนแรง เพราะการทำเช่นนั้นเพียงครั้งเดียว ก็จะกลายเป็นความรู้สึกที่ไม่ดีให้ลูกมีความทรงจำในเชิงลบไปตลอดชีวิต ยากที่ลูกจะลืม แม้ว่าก่อนหน้าหรือหลังจากนั้นจะทำดีกับลูกมากแค่ไหนก็ตาม 3  พูดแต่สิ่งดีๆ ป้อนความคิดในเชิงบวกกับลูกทุกวัน เพื่อให้คำพูดเหล่านี้ลงเข้าไปถึงจิตใต้สำนึกของลูก ระวังคำพูดในเชิงลบ เช่น “อย่าสอบตกนะ” แต่ให้พูดในเชิงบวกว่า “สอบให้ได้คะแนนดีๆ นะลูก” หรืองดพูด “อย่าเหลวไหลนะ” แต่ให้พูด “เป็นคนดีนะลูก” หรืองดพูด “อย่ากลับดึก” แต่ให้พูด “กลับเร็วๆ นะ” เพราะลูกจะคิดในเชิงบวกถึงการกลับบ้านให้เร็วขึ้น เป็นต้น 4 ทำแต่สิ่งดีๆ มีวิธีทำได้มากมาย เช่น ทำบุญใส่บาตร ทำทานให้อาหารปลา พาลูกไปเลี้ยงอาหารเด็ก รักษาศีล 5 ไม่ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ไม่พูดปด สวดมนต์ไหว้พระทำจิตใจให้สุขสงบก่อนนอน ผลที่ได้ ลูกก็จะเป็นเด็กที่คิดดี...

Popular

พักกายใจที่ ‘ไร่ปลูกรัก’ ที่เดียวเที่ยวทั้งวัน!

โอกาสที่เด็กในเมืองส่วนใหญ่จะได้ออกไปเหยียบหิน ดิน ทราย เล่นในท้องนา หาได้ไม่ง่ายนัก แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป... จะว่าไปมนุษย์กับธรรมชาตินั้น มีสัมพันธ์แน่นแฟ้นเกินเข้าใจ หลายครั้งที่เราเหนื่อย ท้อ ... แค่มองออกไปบนท้องฟ้า ไปเดินเล่นในสวน หรือหากมีเวลาหน่อย การไปทะเล ภูเขา น้ำตก ตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ก็สามารถชาร์จพลังให้เราได้อย่างรวดเร็วแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เด็กๆ ก็เช่นกันครับ การเปิดโอกาสพาลูกออกนอกบ้าน ไปสัมผัสธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ จะช่วยให้หัวใจ ปอด...