December 6, 2019
บ้านผมนี่สาวกเลโก้เลยครับ และดีใจมากๆ ที่ได้ข่าวว่า บีอีซี-เทโร กำลังจะนำเอาทัวร์บริคไลฟ์ที่ปกติจะตระเวนจัดในต่างประเทศจนเป็นกระแสไปทั่วโลกอย่างงาน BRICKLIVE Built For LEGO Fans มาจัดที่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก เย้!!! BRICKLIVE Built For LEGO Fans ครั้งนี้นับเป็นงานเลโก้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่จะเปิดโอกาสให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่หัวใจเลโก้ได้ตื่นตาตื่นใจไปกับเลโก้จำนวนมหาศาลกว่าล้านชิ้น บนพื้นที่ครอบคลุมกว่า 4,000 ตารางเมตร โดยงานนี้จะเริ่มในวันที่ 26 – 29 กรกฎาคม นี้ ณ เพลนารี ฮอลล์ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สามารถคลิกซื้อบัตรล่วงหน้าได้ที่ Thai Ticket Major ตามลิงค์นี้ได้เลยครับ -> BRICKLIVE...
สำหรับคนกลัวเข็ม การบริจาคเลือดอาจไม่เคยอยู่ในหัว หรือคิดอยู่แต่ไม่กล้าเสียที จะบอกว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ... ผมเองก็กลัวเข็มครับ (จุ๊ๆ อย่าบอกใครนะ) และก็เพิ่งจะมาเริ่มบริจาคเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง ยังจำได้ว่าครั้งแรกที่ไปก็แบบงงๆ ไปถึงห้องซักประวัติโดนคุณหมอไล่ให้ออกไปทานข้าวให้เรียบร้อยก่อนค่อยมาใหม่ (นั่นมันตรวจเลือดต่างหากที่ต้องงดน้ำงดอาหาร!) วันเกิดปีนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ไปบริจาค โดยปกติแล้วผมมักจะเลือกไปที่โรงพยาบาลศิริราช แต่วันนี้จะขอพาไปอีกที่เปลี่ยนบรรยากาศ ใครอยากบริจาคบ้างก็ตามมากันได้เลยนะครับ การบริจาคเลือด ดีต่อร่างกายของเราจริงหรือ? หลายคนอาจเคยได้ยินมาว่า การบริจาคเลือดจะทำให้ร่างกายของเราอ่อนแอลงจากการที่ต้องสูญเสียเลือดเป็นจำนวนมาก ต้องบอกเลยครับว่าเป็นความเชื่อที่ผิดอย่างสิ้นเชิง! กลับกันยังทำให้เรามีสุขภาพที่ดีขึ้นอีกต่างหาก เพราะการบริจาคเลือดจะกระตุ้นการทำงานของไขกระดูกสันหลัง ให้สร้างเม็ดเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทน ส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้นมากมาย และผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นกับเราหลังบริจาคเลือด ก็คือการกระตุ้นการทำงานของไขกระดูกสันหลัง ให้สร้างเม็ดเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทน ส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น ร่างกายแข็งแรงขึ้น รวมไปถึงการทำให้ผิวพรรณดี มีน้ำมีนวล หน้าใสแบบไม่ต้องพึ่งคอลลาเจน ที่สำคัญ สถิติระบุว่าผู้ที่บริจาคเลือดเป็นประจำจะมีโอกาสเป็นโรคมะเร็งน้อยกว่าผู้ไม่บริจาค ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูแลสุขภาพควบคู่ไปด้วย ไม่ใช่ดื่มเหล้า...
บ้านไหนยังคิดไม่ออกว่าปิดเทอมนี้จะพาเด็กๆ ไปเที่ยวไหนดีที่ได้ความรู้ควบคู่กันไปด้วย ได้ทำกิจกรรมสนุกๆ อยู่กับธรรมชาติ และที่สำคัญใกล้กรุงเทพฯ ขับรถไปเช้าเย็นกลับสบายๆ "โรงเรียนนาเกลือ" ของครูโต บุญปรอด เจริญฤทธิ์ เป็นอีกแห่งที่น่าสนใจครับ โรงเรียนนาเกลือ อยู่บนถนนพระราม 2 ขาเข้า ถ้าขับจากรุงเทพฯ ใช้ถนนพระราม 2 มุ่งหน้าไปสมุทรสงคราม ถึงกม. 60 ให้กลับรถมาฝั่ง Big C ที่อยู่ตรงข้าม แล้วออกทางขนาน สังเกตช่วงที่ข้างทางจะมีร้านขายของฝาก จะมีป้ายไม้เขียนว่าโรงเรียนนาเกลือ เลี้ยวซ้ายเข้าไปจอดที่ลาดจอดรถแล้วเดินเข้าไปยังนาเกลือบริเวณบ้านไม้หลังคาสีน้ำเงินได้เลยครับ อ้อ บอกก่อนว่าปกติแล้วที่นี่จะเปิดรับเด็กนักเรียนเป็นหมู่คณะ และวันเวลาไม่แน่นอน ต้องลองโทรไปสอบถามครูโต ที่หมายเลข 081-8562673, 034-723-611 ก่อนเดินทางนะครับ กิจกรรมที่นี่จะเริ่มประมาณ 9 โมงเช้า เริ่มจากการบรรยายให้ความรู้เรื่องวิธีทำนาเกลือโดยครูโต ว่ากว่าจะมาเป็นเม็ดเกลือที่เด็กๆ ชอบ...
โอกาสที่เด็กในเมืองส่วนใหญ่จะได้ออกไปเหยียบหิน ดิน ทราย เล่นในท้องนา หาได้ไม่ง่ายนัก แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป... จะว่าไปมนุษย์กับธรรมชาตินั้น มีสัมพันธ์แน่นแฟ้นเกินเข้าใจ หลายครั้งที่เราเหนื่อย ท้อ ... แค่มองออกไปบนท้องฟ้า ไปเดินเล่นในสวน หรือหากมีเวลาหน่อย การไปทะเล ภูเขา น้ำตก ตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ก็สามารถชาร์จพลังให้เราได้อย่างรวดเร็วแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เด็กๆ ก็เช่นกันครับ การเปิดโอกาสพาลูกออกนอกบ้าน ไปสัมผัสธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ จะช่วยให้หัวใจ ปอด และระบบหมุนเวียนของเลือดทำงานดีและแข็งแรง การที่เด็กๆ ได้วิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน จะช่วยพัฒนาการทางร่างกายครบทุกส่วน กระตุ้นให้เกิดภูมิต้านทาน สุขภาพแข็งแรง พื้นผิวที่แปลกใหม่ที่สัมผัสได้ด้วยมือและเท้าจะช่วยให้สมองตื่นตัว ระบบประสาททำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อย่างสมวัย ในขณะเดียวกัน ธรรมชาติยังส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการด้านอารมณ์ ให้ความรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า มีความสุข ทำให้จิตใจอ่อนโยนขึ้น และสามารถปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่นได้...
วันนี้จะพาน้องมามินำกระปุกออมสินไปแลกกระปุกที่ระลึกของในหลวง รัชกาลที่ ๙ ที่โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์กันครับ อย่างที่ทราบกันแล้วในหน้าข่าวต่างๆ ว่าโครงการ “ออมเพื่อให้ตามรอยพ่อ” เป็นโครงการเพื่อน้อมรำลึกถึงพระราชจริยวัตรและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นแบบอย่างในการออมตั้งแต่ทรงพระเยาว์ และได้พระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่ประชาชนเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และปลูกฝังให้ประชาชนรู้จักการออมและการใช้จ่ายเงินอย่างพอเพียง ทางโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์จึงได้จัดโครงการ “ออมเพื่อให้ตามรอยพ่อ” ชวนพวกเรามาเดินตามรอยเท้าพ่อ ออกเงินใส่กระปุกให้เต็มแล้วนำไปแลกกระปุกอุปกรณ์และของทรงงาน 3 แบบคือ กล้องถ่ายรูป พระราชพาหนะทรงงาน และวิทยุสื่อสาร และถือเป็นโอกาสดีมากๆ ที่เราจะได้ชวนเด็กๆ มาสร้างวินัยการอยู่อย่างพอเพียง ประหยัด อดออม หยอดเงินใส่กระปุก และสอนให้รู้จัก "การให้" โดยการนำเงินออมนั้นไปร่วมบริจาคเพื่อสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา อาคารศูนย์การแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลหลังสุดท้ายที่ได้รับพระราชทานนามจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ปลูกฝังจิดสำนึกให้เด็กทั้งการประหยัดอดออม และการเป็นผู้ให้... คุณพ่อคุณแม่ท่านใดสนใจ รีบชวนเด็กๆ หยอดกระปุกให้เต็ม .....
สวัสดีทุกท่านครับ พอดีมีโอกาสพาครอบครัวไปเที่ยวโตเกียวเมื่อช่วงพฤษภาคมที่ผ่านมา ก็เลยอยากนำประสบการณ์มาแชร์เผื่อคุณพ่อคุณแม่ท่านใดอยากพาเด็กๆ ไปเปิดโลกในต่างแดนดูสักครั้ง ^^ การเดินทางทริปนี้เกิดขึ้นในช่วงปลายเมษา-ต้นพฤษภาครับ สภาพอากาศถือว่ากำลังเย็นสบายไม่หนาวไม่ร้อน จุดหมายของทริปนี้คือพาเด็กๆ ไปเปิดหูเปิดตาหาประสบการณ์ใหม่ๆ บ้าง คุยกับภรรยาว่าตั้งใจอยากจะพาเด็กๆ ไปเดินดูบรรยากาศต่างเมือง และแวะชมมิวเซียมที่กระจายอยู่ในโตเกียวมากมายหลายแห่ง หลังจากจองได้ที่พักแล้ว ก็เริ่มวางแผนปักหมุดจุดเที่ยวที่น่าสนใจไว้ในแอพฯ Google Maps จะบอกว่าใครยังไม่มี Google Maps ในมือถือ แนะนำให้โหลดมาติดเครื่องไว้เลยครับ สะดวกมากที่สุดในสามโลก โดยเฉพาะตอนนี้ที่ Google เค้าเพิ่งเพิ่มฟังก์ชันการทำลิสต์รายชื่อสถานที่โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ “Favorites”, Starred Places”, และ “Want to Go” ซึ่งอันสุดท้ายนี่ล่ะครับมีประโยชน์มาก ทั้งสำหรับการวางแผนเดินทาง รวมไปถึงขณะที่เรากำลังเดินทางและเกิดเหตุที่ทำให้ต้องเปลี่ยนแพลน ซึ่งจะทำให้เราประเมินสถานการณ์ในการเดินทางต่อไปยังจุดต่อไป ทั้งเรื่องเส้นทาง ระยะเวลาที่ใช้...
จุดเริ่มต้นของทริปรถไฟนี้ จริงๆ ผมคิดไว้นานแล้วว่าถ้าโมโม่และมามิโตพอที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ จะลองพาไปนั่งเก็บประสบการณ์ สัมผัสการเที่ยวแบบลำบากๆ ดูบ้าง (ตามประสาเด็กในเมืองอะนะ) แต่ยังหาจังหวะเวลาเหมาะๆ ไม่ได้ จนเมื่อสองเดือนก่อนได้คุยกับเพื่อนที่เป็นคุณแม่ในกลุ่มโรงเรียนรุ่งอรุณ ซึ่งเป็นจังหวะพอดีที่เค้ากำลังจะจัดทริปพาเด็กๆ นั่งรถไฟไปหัวหิน เลยเอ่ยปากขอแจมด้วย โปรแกรมเที่ยวของทริปนี้จะเหมิอนกับโปรแกรมรถไฟนำเที่ยว 'กรุงเทพฯ-สวนสนประดิพัทธ์' ที่การรถไฟเปิดให้บริการสำหรับผู้ที่สนใจไปเที่ยวทุกวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ทุกประการ แต่ต่างกันที่ตู้โดยสารจะเป็นแบบพิเศษที่เรียกว่า 'Otop Train' จำนวน 2 ตู้พ่วงติดท้ายขบวน 911 ไป (แวะไหนแวะด้วย จอดไหนจอดด้วย) ซึ่งขบวน Otop Train นี้โดยปกติจะไม่ได้เปิดให้บริการเป็นขบวนสาธารณะครับ หากต้องการนั่งจะต้องติดต่อเช่าเหมาขบวนกับการรถไฟเป็นครั้งๆ รายละเอียดคร่าวๆ ที่พอรู้มาก็คือจะต้องเช่าเหมาทั้ง 2 ตู้ 112 ที่นั่ง และต้องติดต่อล่วงหน้าพอสมควร ใครสนใจลองติดต่อการรถไฟดูนะครับ ... เจ้าหน้าที่พูดน้อย แต่ใจดี...
เวลาไปเดินห้างสรรพสินค้า ที่พลาดไม่แวะไม่ได้เลยคือร้านหนังสือ นอกจากจะไปหาหนังสือให้ตัวเองอ่านแล้ว ก็เลยไปส่วนของหนังสือเด็กเพื่อดูว่ามีเรื่องอะไรน่าสนใจมาเล่าให้ลูกๆ ฟังก่อนนอนบ้าง ... แต่พักหลังเริ่มรู้สึกว่าราคาของหนังสือเด็กค่อนข้างแพงเอาเรื่อง นิทานเล่มบางๆ ราคาเหยียบร้อย รวมราคาหลายๆ เล่มแล้วมีอาการปาดเหงื่อกันเลยทีเดียว บังเอิ๊ญ บังเอิญ ได้เห็นข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับโครงการ "นำหนังสือดีสู่เด็กไทย" ของมูลนิธิเอสซีจี เห็นมีหนังสือชื่อและรูปเล่มที่น่าอ่านหลายเล่ม ไปเดินหาตามซีเอ็ด นายอินทร์ บางแห่งมีแค่เรื่องสองเรื่อง แต่อยากได้แบบครบชุด ... เลยลองติดต่อเข้าไปที่มูลนิธิเพื่อขอซื้อหนังสือ ไม่นานก็ได้รับอีเมล์ตอบกลับถึงวิธีการ 'บริจาค' ใช่แล้วครับ มูลนิธิเอสซีจี เขาจะนำรายได้จากการจำหน่ายหนังสือภาพในโครงการนี้ไปสมทบทุนผลิตหนังสือมอบให้แก่โรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ขาดแคลน เป้าหมายก็เพื่อให้เด็กไทยได้มีโอกาสเรียนรู้ และเสริมสร้างพัฒนาการผ่านหนังสือภาพเฉกเช่นเดียวกับเด็กทั่วโลก (ใครสนใจรายละเอียดการบริจาคเงิน เพื่อขอรับหนังสือ ผมลงข้อมูลไว้ด้านล่างแล้ว) ความน่าสนใจคือหนังสือในโครงการนำหนังสือดีสู่เด็กไทยนั้นเป็น 'หนังสือภาพระดับโลก' จากประเทศต่างๆ ซึ่งได้รับการยอมรับจากนักวิชาการด้านการศึกษาและนักสร้างสรรค์หนังสือเด็กทั่วโลกว่า มีทั้งความดีในด้านสาระและมีความงดงามทางศิลปะ เหมาะแก่การอ่านให้เด็กปฐมวัยฟัง โดยใส่ใจในทุกองค์ประกอบอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่การเลือกเรื่อง, การออกแบบ, สีสัน,...
เมื่อวานนี้ (13/09/57) มีโอกาสดีได้พาเด็กๆไปร่วมชมนิทรรศการที่บอกได้คำเดียวว่าหาดูได้ยาก เพราะไม่ได้มีให้ดูทุกวันแต่จัดแค่ปีละครั้ง นั่นก็คืองาน ‘เอนฟา เบรน เอ็กซ์โป 360° จีเนียส’ จัดโดยบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด และกลุ่มผลิตภัณฑ์เอนฟา เอพลัส และที่อยากจะบอกคือ งานนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ครับ ไม่จำเป็นต้องดื่มนมเอนฟา แต่ในงานมีขายนมเอนฟาครับ ถ้าน้องคนไหนทานอยู่ก็จัดได้เลย ราคาโปรโมชั่นแถมมีของแถมเพียบ แต่ถ้าไม่ได้ซื้ออะไร ก็ไม่ต้องห่วง เค้ายังสแตมป์บัตรจอดรถได้ฟรีอีก 4 ชั่วโมงต่างหาก! สำหรับปีนี้ต้องบอกว่าอลังการงานสร้างกว่าปีที่ผ่านๆ มาหลายเท่า เพราะใช้พื้นที่ในรอยัล พารากอน ฮอลล์ แบบจัดเต็ม เอาเป็นว่าใครจะพาเด็กๆ ไปขอให้เตรียมเสบียงอาหารเผื่อไว้ด้วยเพราะรับรองว่าเด็กๆ จะได้ใช้พลังและเล่นสนุกกันจนแทบลืมเวลา (คุณพ่อคุณแม่หิวแทน) โดยธีมงานของปีนี้ยังคงเน้นไปที่การปลดล็อกศักยภาพสมองของเด็กๆ และธีมงานสำหรับปีนี้คือ...
มีใครไม่รู้จัก Google บ้างครับ? เชื่อว่าส่วนใหญ่จะรู้จัก Google และใช้กันอยู่แล้วในฐานะ 'เสิร์ชเอนจิน' สำหรับการค้นหาเว็บไซต์หรือข้อมูลต่างๆ ที่อยากรู้ แต่เชื่อไหมครับว่าวันนี้ Google เป็นมากกว่านั้น ...  จากการที่ผมได้โอกาสไปร่วมงานอีเว้นท์ของ Google ที่กรุงไทเปในไต้หวันเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่ง Google ได้นำเสนอบริการใหม่ๆ มากมายที่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาพยายามแทรกซึม ... ไม่เอา ขอเรียกเติมเต็มดีกว่า ความพยายามของ Google เพื่อช่วยเติมเต็มการชีวิตประจำวันของเราให้สมบูรณ์ได้ถูกนำมาเปิดเผยในงานแสดงวิสัยทรรศน์ชื่อเก๋ๆ ‘A Day with Google’ โดย Google ได้เนรมิต Huashan Creative Park สถานที่จัดงานให้มีบรรยากาศเหมือนบ้านที่ดูอบอุ่นเป็นกันเอง โดยแบ่งแต่ละห้องออกเป็นธีมที่แตกต่างกันไปตามคอนเซ็ปต์ของโปรเจ็กต์ต่างๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่านอกจากการเสิร์ชแล้ว Google ยังมีบริการอื่นๆ ที่มีประโยชน์อีกมากมายสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันของเรา บางอย่างก็พอรู้อยู่แล้ว แต่บางอย่างก็เกินคาดไปมาก ......