August 18, 2019
บ้านไหนยังคิดไม่ออกว่าปิดเทอมนี้จะพาเด็กๆ ไปเที่ยวไหนดีที่ได้ความรู้ควบคู่กันไปด้วย ได้ทำกิจกรรมสนุกๆ อยู่กับธรรมชาติ และที่สำคัญใกล้กรุงเทพฯ ขับรถไปเช้าเย็นกลับสบายๆ "โรงเรียนนาเกลือ" ของครูโต บุญปรอด เจริญฤทธิ์ เป็นอีกแห่งที่น่าสนใจครับ โรงเรียนนาเกลือ อยู่บนถนนพระราม 2 ขาเข้า ถ้าขับจากรุงเทพฯ ใช้ถนนพระราม 2 มุ่งหน้าไปสมุทรสงคราม ถึงกม. 60 ให้กลับรถมาฝั่ง Big C ที่อยู่ตรงข้าม แล้วออกทางขนาน สังเกตช่วงที่ข้างทางจะมีร้านขายของฝาก จะมีป้ายไม้เขียนว่าโรงเรียนนาเกลือ เลี้ยวซ้ายเข้าไปจอดที่ลาดจอดรถแล้วเดินเข้าไปยังนาเกลือบริเวณบ้านไม้หลังคาสีน้ำเงินได้เลยครับ อ้อ บอกก่อนว่าปกติแล้วที่นี่จะเปิดรับเด็กนักเรียนเป็นหมู่คณะ และวันเวลาไม่แน่นอน ต้องลองโทรไปสอบถามครูโต ที่หมายเลข 081-8562673, 034-723-611 ก่อนเดินทางนะครับ กิจกรรมที่นี่จะเริ่มประมาณ 9 โมงเช้า เริ่มจากการบรรยายให้ความรู้เรื่องวิธีทำนาเกลือโดยครูโต ว่ากว่าจะมาเป็นเม็ดเกลือที่เด็กๆ ชอบ...
โอกาสที่เด็กในเมืองส่วนใหญ่จะได้ออกไปเหยียบหิน ดิน ทราย เล่นในท้องนา หาได้ไม่ง่ายนัก แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป... จะว่าไปมนุษย์กับธรรมชาตินั้น มีสัมพันธ์แน่นแฟ้นเกินเข้าใจ หลายครั้งที่เราเหนื่อย ท้อ ... แค่มองออกไปบนท้องฟ้า ไปเดินเล่นในสวน หรือหากมีเวลาหน่อย การไปทะเล ภูเขา น้ำตก ตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ก็สามารถชาร์จพลังให้เราได้อย่างรวดเร็วแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เด็กๆ ก็เช่นกันครับ การเปิดโอกาสพาลูกออกนอกบ้าน ไปสัมผัสธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ จะช่วยให้หัวใจ ปอด และระบบหมุนเวียนของเลือดทำงานดีและแข็งแรง การที่เด็กๆ ได้วิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน จะช่วยพัฒนาการทางร่างกายครบทุกส่วน กระตุ้นให้เกิดภูมิต้านทาน สุขภาพแข็งแรง พื้นผิวที่แปลกใหม่ที่สัมผัสได้ด้วยมือและเท้าจะช่วยให้สมองตื่นตัว ระบบประสาททำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อย่างสมวัย ในขณะเดียวกัน ธรรมชาติยังส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการด้านอารมณ์ ให้ความรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า มีความสุข ทำให้จิตใจอ่อนโยนขึ้น และสามารถปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่นได้...
วันนี้จะพาน้องมามินำกระปุกออมสินไปแลกกระปุกที่ระลึกของในหลวง รัชกาลที่ ๙ ที่โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์กันครับ อย่างที่ทราบกันแล้วในหน้าข่าวต่างๆ ว่าโครงการ “ออมเพื่อให้ตามรอยพ่อ” เป็นโครงการเพื่อน้อมรำลึกถึงพระราชจริยวัตรและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นแบบอย่างในการออมตั้งแต่ทรงพระเยาว์ และได้พระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่ประชาชนเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และปลูกฝังให้ประชาชนรู้จักการออมและการใช้จ่ายเงินอย่างพอเพียง ทางโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์จึงได้จัดโครงการ “ออมเพื่อให้ตามรอยพ่อ” ชวนพวกเรามาเดินตามรอยเท้าพ่อ ออกเงินใส่กระปุกให้เต็มแล้วนำไปแลกกระปุกอุปกรณ์และของทรงงาน 3 แบบคือ กล้องถ่ายรูป พระราชพาหนะทรงงาน และวิทยุสื่อสาร และถือเป็นโอกาสดีมากๆ ที่เราจะได้ชวนเด็กๆ มาสร้างวินัยการอยู่อย่างพอเพียง ประหยัด อดออม หยอดเงินใส่กระปุก และสอนให้รู้จัก "การให้" โดยการนำเงินออมนั้นไปร่วมบริจาคเพื่อสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา อาคารศูนย์การแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลหลังสุดท้ายที่ได้รับพระราชทานนามจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ปลูกฝังจิดสำนึกให้เด็กทั้งการประหยัดอดออม และการเป็นผู้ให้... คุณพ่อคุณแม่ท่านใดสนใจ รีบชวนเด็กๆ หยอดกระปุกให้เต็ม .....
สวัสดีทุกท่านครับ พอดีมีโอกาสพาครอบครัวไปเที่ยวโตเกียวเมื่อช่วงพฤษภาคมที่ผ่านมา ก็เลยอยากนำประสบการณ์มาแชร์เผื่อคุณพ่อคุณแม่ท่านใดอยากพาเด็กๆ ไปเปิดโลกในต่างแดนดูสักครั้ง ^^ การเดินทางทริปนี้เกิดขึ้นในช่วงปลายเมษา-ต้นพฤษภาครับ สภาพอากาศถือว่ากำลังเย็นสบายไม่หนาวไม่ร้อน จุดหมายของทริปนี้คือพาเด็กๆ ไปเปิดหูเปิดตาหาประสบการณ์ใหม่ๆ บ้าง คุยกับภรรยาว่าตั้งใจอยากจะพาเด็กๆ ไปเดินดูบรรยากาศต่างเมือง และแวะชมมิวเซียมที่กระจายอยู่ในโตเกียวมากมายหลายแห่ง หลังจากจองได้ที่พักแล้ว ก็เริ่มวางแผนปักหมุดจุดเที่ยวที่น่าสนใจไว้ในแอพฯ Google Maps จะบอกว่าใครยังไม่มี Google Maps ในมือถือ แนะนำให้โหลดมาติดเครื่องไว้เลยครับ สะดวกมากที่สุดในสามโลก โดยเฉพาะตอนนี้ที่ Google เค้าเพิ่งเพิ่มฟังก์ชันการทำลิสต์รายชื่อสถานที่โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ “Favorites”, Starred Places”, และ “Want to Go” ซึ่งอันสุดท้ายนี่ล่ะครับมีประโยชน์มาก ทั้งสำหรับการวางแผนเดินทาง รวมไปถึงขณะที่เรากำลังเดินทางและเกิดเหตุที่ทำให้ต้องเปลี่ยนแพลน ซึ่งจะทำให้เราประเมินสถานการณ์ในการเดินทางต่อไปยังจุดต่อไป ทั้งเรื่องเส้นทาง ระยะเวลาที่ใช้...
จุดเริ่มต้นของทริปรถไฟนี้ จริงๆ ผมคิดไว้นานแล้วว่าถ้าโมโม่และมามิโตพอที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ จะลองพาไปนั่งเก็บประสบการณ์ สัมผัสการเที่ยวแบบลำบากๆ ดูบ้าง (ตามประสาเด็กในเมืองอะนะ) แต่ยังหาจังหวะเวลาเหมาะๆ ไม่ได้ จนเมื่อสองเดือนก่อนได้คุยกับเพื่อนที่เป็นคุณแม่ในกลุ่มโรงเรียนรุ่งอรุณ ซึ่งเป็นจังหวะพอดีที่เค้ากำลังจะจัดทริปพาเด็กๆ นั่งรถไฟไปหัวหิน เลยเอ่ยปากขอแจมด้วย โปรแกรมเที่ยวของทริปนี้จะเหมิอนกับโปรแกรมรถไฟนำเที่ยว 'กรุงเทพฯ-สวนสนประดิพัทธ์' ที่การรถไฟเปิดให้บริการสำหรับผู้ที่สนใจไปเที่ยวทุกวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ทุกประการ แต่ต่างกันที่ตู้โดยสารจะเป็นแบบพิเศษที่เรียกว่า 'Otop Train' จำนวน 2 ตู้พ่วงติดท้ายขบวน 911 ไป (แวะไหนแวะด้วย จอดไหนจอดด้วย) ซึ่งขบวน Otop Train นี้โดยปกติจะไม่ได้เปิดให้บริการเป็นขบวนสาธารณะครับ หากต้องการนั่งจะต้องติดต่อเช่าเหมาขบวนกับการรถไฟเป็นครั้งๆ รายละเอียดคร่าวๆ ที่พอรู้มาก็คือจะต้องเช่าเหมาทั้ง 2 ตู้ 112 ที่นั่ง และต้องติดต่อล่วงหน้าพอสมควร ใครสนใจลองติดต่อการรถไฟดูนะครับ ... เจ้าหน้าที่พูดน้อย แต่ใจดี...
เวลาไปเดินห้างสรรพสินค้า ที่พลาดไม่แวะไม่ได้เลยคือร้านหนังสือ นอกจากจะไปหาหนังสือให้ตัวเองอ่านแล้ว ก็เลยไปส่วนของหนังสือเด็กเพื่อดูว่ามีเรื่องอะไรน่าสนใจมาเล่าให้ลูกๆ ฟังก่อนนอนบ้าง ... แต่พักหลังเริ่มรู้สึกว่าราคาของหนังสือเด็กค่อนข้างแพงเอาเรื่อง นิทานเล่มบางๆ ราคาเหยียบร้อย รวมราคาหลายๆ เล่มแล้วมีอาการปาดเหงื่อกันเลยทีเดียว บังเอิ๊ญ บังเอิญ ได้เห็นข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับโครงการ "นำหนังสือดีสู่เด็กไทย" ของมูลนิธิเอสซีจี เห็นมีหนังสือชื่อและรูปเล่มที่น่าอ่านหลายเล่ม ไปเดินหาตามซีเอ็ด นายอินทร์ บางแห่งมีแค่เรื่องสองเรื่อง แต่อยากได้แบบครบชุด ... เลยลองติดต่อเข้าไปที่มูลนิธิเพื่อขอซื้อหนังสือ ไม่นานก็ได้รับอีเมล์ตอบกลับถึงวิธีการ 'บริจาค' ใช่แล้วครับ มูลนิธิเอสซีจี เขาจะนำรายได้จากการจำหน่ายหนังสือภาพในโครงการนี้ไปสมทบทุนผลิตหนังสือมอบให้แก่โรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ขาดแคลน เป้าหมายก็เพื่อให้เด็กไทยได้มีโอกาสเรียนรู้ และเสริมสร้างพัฒนาการผ่านหนังสือภาพเฉกเช่นเดียวกับเด็กทั่วโลก (ใครสนใจรายละเอียดการบริจาคเงิน เพื่อขอรับหนังสือ ผมลงข้อมูลไว้ด้านล่างแล้ว) ความน่าสนใจคือหนังสือในโครงการนำหนังสือดีสู่เด็กไทยนั้นเป็น 'หนังสือภาพระดับโลก' จากประเทศต่างๆ ซึ่งได้รับการยอมรับจากนักวิชาการด้านการศึกษาและนักสร้างสรรค์หนังสือเด็กทั่วโลกว่า มีทั้งความดีในด้านสาระและมีความงดงามทางศิลปะ เหมาะแก่การอ่านให้เด็กปฐมวัยฟัง โดยใส่ใจในทุกองค์ประกอบอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่การเลือกเรื่อง, การออกแบบ, สีสัน,...
เมื่อวานนี้ (13/09/57) มีโอกาสดีได้พาเด็กๆไปร่วมชมนิทรรศการที่บอกได้คำเดียวว่าหาดูได้ยาก เพราะไม่ได้มีให้ดูทุกวันแต่จัดแค่ปีละครั้ง นั่นก็คืองาน ‘เอนฟา เบรน เอ็กซ์โป 360° จีเนียส’ จัดโดยบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด และกลุ่มผลิตภัณฑ์เอนฟา เอพลัส และที่อยากจะบอกคือ งานนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ครับ ไม่จำเป็นต้องดื่มนมเอนฟา แต่ในงานมีขายนมเอนฟาครับ ถ้าน้องคนไหนทานอยู่ก็จัดได้เลย ราคาโปรโมชั่นแถมมีของแถมเพียบ แต่ถ้าไม่ได้ซื้ออะไร ก็ไม่ต้องห่วง เค้ายังสแตมป์บัตรจอดรถได้ฟรีอีก 4 ชั่วโมงต่างหาก! สำหรับปีนี้ต้องบอกว่าอลังการงานสร้างกว่าปีที่ผ่านๆ มาหลายเท่า เพราะใช้พื้นที่ในรอยัล พารากอน ฮอลล์ แบบจัดเต็ม เอาเป็นว่าใครจะพาเด็กๆ ไปขอให้เตรียมเสบียงอาหารเผื่อไว้ด้วยเพราะรับรองว่าเด็กๆ จะได้ใช้พลังและเล่นสนุกกันจนแทบลืมเวลา (คุณพ่อคุณแม่หิวแทน) โดยธีมงานของปีนี้ยังคงเน้นไปที่การปลดล็อกศักยภาพสมองของเด็กๆ และธีมงานสำหรับปีนี้คือ...
มีใครไม่รู้จัก Google บ้างครับ? เชื่อว่าส่วนใหญ่จะรู้จัก Google และใช้กันอยู่แล้วในฐานะ 'เสิร์ชเอนจิน' สำหรับการค้นหาเว็บไซต์หรือข้อมูลต่างๆ ที่อยากรู้ แต่เชื่อไหมครับว่าวันนี้ Google เป็นมากกว่านั้น ...  จากการที่ผมได้โอกาสไปร่วมงานอีเว้นท์ของ Google ที่กรุงไทเปในไต้หวันเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่ง Google ได้นำเสนอบริการใหม่ๆ มากมายที่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาพยายามแทรกซึม ... ไม่เอา ขอเรียกเติมเต็มดีกว่า ความพยายามของ Google เพื่อช่วยเติมเต็มการชีวิตประจำวันของเราให้สมบูรณ์ได้ถูกนำมาเปิดเผยในงานแสดงวิสัยทรรศน์ชื่อเก๋ๆ ‘A Day with Google’ โดย Google ได้เนรมิต Huashan Creative Park สถานที่จัดงานให้มีบรรยากาศเหมือนบ้านที่ดูอบอุ่นเป็นกันเอง โดยแบ่งแต่ละห้องออกเป็นธีมที่แตกต่างกันไปตามคอนเซ็ปต์ของโปรเจ็กต์ต่างๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่านอกจากการเสิร์ชแล้ว Google ยังมีบริการอื่นๆ ที่มีประโยชน์อีกมากมายสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันของเรา บางอย่างก็พอรู้อยู่แล้ว แต่บางอย่างก็เกินคาดไปมาก ......
จำได้ว่าปีที่ผ่านมา มีข่าวอุบัติเหตุเกิดขึ้นจากการเดินช็อบปิ้งในห้างสรรพสินค้าหลายครั้ง ทั้งในบ้านเราเองก็ดี ในต่างประเทศก็ดี และพวกเราชาวผู้ปกครองส่วนใหญ่ที่ใช้ชีวิตในเมืองบางครั้งก็จำเป็นต้องไปซื้อหาข้าวปลาอาหาร แวะฝากเงินธนาคาร ช็อบมิดไนท์เซล ... การเลี่ยงที่จะไม่ผูกลูกไปห้างด้วยจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย วันนี้ผมมีข้อมูลเกี่ยวจุดเสี่ยงที่มักเกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะกับเด็กๆ เวลาไปเดินห้างและคำแนะนำดีๆ มาฝาก รู้ไว้ลูกเราปลอดภัยแน่นอนครับ  ลานจอดรถ: หากเป็นไปได้ ควรจอดให้ใกล้กับประตูทางเข้า หรือใช้บริการ Valet หรือที่จอดรถสำหรับครอบครัว ซึ่งปกติทางห้างจะกันไว้ให้สำหรับรถที่มีสมาชิกนั่งมาด้วย 3-4 คนขึ้นไป หลังจากจอดรถแล้ว เราควรเดินมาเปิดประตูรับเด็กลงจากรถเสมอ ไม่ควรปล่อยเด็กเดินในลานจอดโดยไม่จูงมือ หรือถ้าเป็นไปได้ควรอุ้มเด็กเดินเข้าประตูห้างให้เร็วที่สุดเพื่อเลี่ยงการสูดก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ที่คละคลุ้งในลานจอด (โดยเฉพาะลานจอดรถชั้นใต้ดิน) บันไดเลื่อน: เด็กวัยกำลังซนแถมยังอยากรู้อยากเห็น แนะนำว่าควรจับมือลูกไว้ตลอดเวลาขณะยืนอยู่บนบันไดเลื่อน หากไม่เชื่อฟังและยังวิ่งเล่น ให้ค่อยๆ อธิบายอันตรายที่อาจเกิดขึ้นให้เขาฟัง เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็สำคัญ ดูว่าชายเสื้อ ชายกางเกง กระโปรง เชือกผูกรองเท้า เรียบร้อยดีไหม เพราะอาจถูกหนีบเข้าไปติดในซี่ฟันบันไดเลื่อนได้ ส่วนใครที่ใช้รถเข็นเด็กแนะนำให้โดยสารลิฟท์แทน เมืองนอกมีข่าวอุบัติเหตุรถเข็นหลุดมือ ลื่นไถล...
             นักวิชาการทั้งในและต่างประเทศ ศึกษาค้นคว้าจนพบว่า ในการดำรงชีวิต เมื่อมีและต้องแก้ไขปัญหาที่เผชิญ  ร้อยละ 95 ของการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ของคน มาจากจิตใต้สำนึกที่สั่งให้จิตสำนึกทำ              นั่นหมายถึงการทำดี ทำชั่วของคนเป็นผลมาจาก ‘จิตใต้สำนึก’ มากกว่า ‘จิตสำนึก’              จิตใต้สำนึก มีอิทธิพลต่อการทำงานของจิตสำนึก  เพราะเป็นแหล่งเก็บข้อมูลที่เด็กได้เรียนรู้ เก็บความทรงจำ  เก็บประสบการณ์ที่ตนเองได้สัมผัส ได้เห็น ได้ยิน ได้พูด ได้ลิ้มรสและได้ทำด้วยตนเอง หรือได้เห็นพ่อแม่ทำ ได้ยินพ่อแม่พูด  ทุกเรื่องราวจะถูกบันทึกไว้ในจิตใต้สำนึกทันที             ดังนั้น การปลูกฝังจิตใต้สำนึกที่ดีให้ลูกจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่พ่อแม่ต้องสร้างด้วยการคิดดี พูดดีและทำดี เพื่อให้ตา หู...