July 2, 2020
ทริปนี้มีเหตุเกิดจากพี่สาวของภรรยาสุดสวยของผมที่อยู่ที่บอสตันชวนไปเที่ยวแดนมะกันและออกปากว่าจะอาสาเป็นไกด์ให้ตลอดทริป บวกกับค่าเงินที่กำลังดิ่งลง (เรทช่วงเดือนเมษาที่ไปประมาณ 30 บาทนิดๆ ต่อดอลลาร์) คุณภรรยาก็ไม่ลังเลสิครับ กดจองตั๋วไปเรียบร้อยยกบ้าน ลางานแทบไม่ทัน อย่างที่รู้กันครับว่าจะไปเที่ยวบ้านพี่มะกัน ก็ต้องผ่านพิธีรีตองขั้นตอนเยอะมากกกกกก ก.ไก่ล้านตัว แต่ภรรยาผมก็ไม่หวั่น จัดการให้ทุกอย่างตั้งแต่เตรียมเอกสารทำวีซ่า นัดเวลาไปสถานฑูต ซึ่งทุกอย่างผ่านฉลุยเลยไม่มีอะไรให้ปวดหัว ขั้นตอนต่อไปคือ เก็บตังค์เที่ยวสิครับ 17 วัน ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่? ถ้าคิดจะเที่ยวไม่ต้องไปคำนวนให้เครียดครับ ใส่เกียร์เดินหน้า ลุย!! และแล้ววันเดินทางที่เรารอคอยก็มาถึง 11 เมษา ฤกษ์งามยามดี ตีหนึ่งกว่าๆ นั่งรอในสนามบินกันแกร่วมาก รอกันนานจริงๆ เด็กๆ สลบกันหมด แต่พอขึ้นเครื่องเจอจอเท่านั้นล่ะครับ นั่งตาปรือเล่นเกมดูการ์ตูนที่เอมิเรตส์จัดเต็มมาเพียบ ชั่วโมงนี้อนุญาตปล่อยเขาเล่นไปก่อนเพราะต้องนั่งกันอีกยาวเกือบ 1 วันเต็ม เพื่อไม่ให้เสียเวลาขอวาร์ปไปตอนถึงนิวยอร์กกันเลยล่ะกันนะครับ เดินทางมาถึงนิวยอร์ก เวลาก็ถอยหลังเป็นวันที่ 10 ตอนบ่ายสองกว่าๆ...
ได้ยินคำว่าเกม หลายคนเบือนหน้าหนี แต่ขอยืนยันตรงนี้ครับว่าเกมไม่ใช่ผู้ร้าย แต่ที่ร้ายน่าจะเป็นเพราะเราไม่มีเวลาเล่นเกมกับลูกต่างหาก! อย่างที่ทราบกันครับว่าการใช้เวลาคุณภาพกับครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญท่ามกลางยุคของข้อมูลข่าวสารที่ล้นหลามในปัจจุบัน คุณพ่อคุณแม่ต้องทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยคัดกรองการใช้สื่อที่หลากหลายอย่างเหมาะสม ซึ่งการเล่นเกมจริงๆ แล้วมีประโยชน์มากมาย สร้างความเพลิดเพลินผ่อนคลาย สร้างเสียงหัวเราะ การล้อมวงเล่นเป็นการสานความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันพูดคุยกันมากขึ้น อื่นๆ ที่เป็นผลพลอยได้คือการพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ทั้งสมาธิ ความจำ ฝึกสมอง ส่งเสริมสร้างกระบวนการคิดของเด็กๆ เด็กที่เล่นบอร์ดเกมจะเรียนรู้อะไรได้ไว นอกจากนี้ยังพัฒนาอารมณ์ ความอดกลั้น รู้จักเคารพกฏกติกา รู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย รู้วิธีจัดการอารมณ์ของตัวเองเมื่อเกมส์ไม่เป็นไปในแบบที่ต้องการ หรือเมื่อเล่นแพ้คนอื่น ฯลฯ วันนี้ผมได้รวบรวม Puzzle & Board Game เท่าที่มีอยู่และเล่นสนุกมาแนะนำเบื้องต้นกันเผื่อว่าจะมีเกมไหนถูกใจไปชวนเล่นกับเด็กๆ ที่บ้านกันครับ แล้วจะรู้ว่าสิ่งที่ผมบอกไปข้างต้นนั้นไม่ได้เกินจริงเลย (หมายเหตุ: จำนวนเกมอาจจะค่อยๆ อัพเดตเรื่อยๆ นะครับ ^^) Oh Snap! เกมนี้สนุกมากครับเล่นกันได้ทั้งครอบครัว กติกาง่ายๆ...
บ้านผมนี่สาวกเลโก้เลยครับ และดีใจมากๆ ที่ได้ข่าวว่า บีอีซี-เทโร กำลังจะนำเอาทัวร์บริคไลฟ์ที่ปกติจะตระเวนจัดในต่างประเทศจนเป็นกระแสไปทั่วโลกอย่างงาน BRICKLIVE Built For LEGO Fans มาจัดที่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก เย้!!! BRICKLIVE Built For LEGO Fans ครั้งนี้นับเป็นงานเลโก้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่จะเปิดโอกาสให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่หัวใจเลโก้ได้ตื่นตาตื่นใจไปกับเลโก้จำนวนมหาศาลกว่าล้านชิ้น บนพื้นที่ครอบคลุมกว่า 4,000 ตารางเมตร โดยงานนี้จะเริ่มในวันที่ 26 – 29 กรกฎาคม นี้ ณ เพลนารี ฮอลล์ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สามารถคลิกซื้อบัตรล่วงหน้าได้ที่ Thai Ticket Major ตามลิงค์นี้ได้เลยครับ -> BRICKLIVE...
สำหรับคนกลัวเข็ม การบริจาคเลือดอาจไม่เคยอยู่ในหัว หรือคิดอยู่แต่ไม่กล้าเสียที จะบอกว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ... ผมเองก็กลัวเข็มครับ (จุ๊ๆ อย่าบอกใครนะ) และก็เพิ่งจะมาเริ่มบริจาคเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง ยังจำได้ว่าครั้งแรกที่ไปก็แบบงงๆ ไปถึงห้องซักประวัติโดนคุณหมอไล่ให้ออกไปทานข้าวให้เรียบร้อยก่อนค่อยมาใหม่ (นั่นมันตรวจเลือดต่างหากที่ต้องงดน้ำงดอาหาร!) วันเกิดปีนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ไปบริจาค โดยปกติแล้วผมมักจะเลือกไปที่โรงพยาบาลศิริราช แต่วันนี้จะขอพาไปอีกที่เปลี่ยนบรรยากาศ ใครอยากบริจาคบ้างก็ตามมากันได้เลยนะครับ การบริจาคเลือด ดีต่อร่างกายของเราจริงหรือ? หลายคนอาจเคยได้ยินมาว่า การบริจาคเลือดจะทำให้ร่างกายของเราอ่อนแอลงจากการที่ต้องสูญเสียเลือดเป็นจำนวนมาก ต้องบอกเลยครับว่าเป็นความเชื่อที่ผิดอย่างสิ้นเชิง! กลับกันยังทำให้เรามีสุขภาพที่ดีขึ้นอีกต่างหาก เพราะการบริจาคเลือดจะกระตุ้นการทำงานของไขกระดูกสันหลัง ให้สร้างเม็ดเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทน ส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้นมากมาย และผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นกับเราหลังบริจาคเลือด ก็คือการกระตุ้นการทำงานของไขกระดูกสันหลัง ให้สร้างเม็ดเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทน ส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น ร่างกายแข็งแรงขึ้น รวมไปถึงการทำให้ผิวพรรณดี มีน้ำมีนวล หน้าใสแบบไม่ต้องพึ่งคอลลาเจน ที่สำคัญ สถิติระบุว่าผู้ที่บริจาคเลือดเป็นประจำจะมีโอกาสเป็นโรคมะเร็งน้อยกว่าผู้ไม่บริจาค ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูแลสุขภาพควบคู่ไปด้วย ไม่ใช่ดื่มเหล้า...
บ้านไหนยังคิดไม่ออกว่าปิดเทอมนี้จะพาเด็กๆ ไปเที่ยวไหนดีที่ได้ความรู้ควบคู่กันไปด้วย ได้ทำกิจกรรมสนุกๆ อยู่กับธรรมชาติ และที่สำคัญใกล้กรุงเทพฯ ขับรถไปเช้าเย็นกลับสบายๆ "โรงเรียนนาเกลือ" ของครูโต บุญปรอด เจริญฤทธิ์ เป็นอีกแห่งที่น่าสนใจครับ โรงเรียนนาเกลือ อยู่บนถนนพระราม 2 ขาเข้า ถ้าขับจากรุงเทพฯ ใช้ถนนพระราม 2 มุ่งหน้าไปสมุทรสงคราม ถึงกม. 60 ให้กลับรถมาฝั่ง Big C ที่อยู่ตรงข้าม แล้วออกทางขนาน สังเกตช่วงที่ข้างทางจะมีร้านขายของฝาก จะมีป้ายไม้เขียนว่าโรงเรียนนาเกลือ เลี้ยวซ้ายเข้าไปจอดที่ลาดจอดรถแล้วเดินเข้าไปยังนาเกลือบริเวณบ้านไม้หลังคาสีน้ำเงินได้เลยครับ อ้อ บอกก่อนว่าปกติแล้วที่นี่จะเปิดรับเด็กนักเรียนเป็นหมู่คณะ และวันเวลาไม่แน่นอน ต้องลองโทรไปสอบถามครูโต ที่หมายเลข 081-8562673, 034-723-611 ก่อนเดินทางนะครับ กิจกรรมที่นี่จะเริ่มประมาณ 9 โมงเช้า เริ่มจากการบรรยายให้ความรู้เรื่องวิธีทำนาเกลือโดยครูโต ว่ากว่าจะมาเป็นเม็ดเกลือที่เด็กๆ ชอบ...
โอกาสที่เด็กในเมืองส่วนใหญ่จะได้ออกไปเหยียบหิน ดิน ทราย เล่นในท้องนา หาได้ไม่ง่ายนัก แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป... จะว่าไปมนุษย์กับธรรมชาตินั้น มีสัมพันธ์แน่นแฟ้นเกินเข้าใจ หลายครั้งที่เราเหนื่อย ท้อ ... แค่มองออกไปบนท้องฟ้า ไปเดินเล่นในสวน หรือหากมีเวลาหน่อย การไปทะเล ภูเขา น้ำตก ตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ก็สามารถชาร์จพลังให้เราได้อย่างรวดเร็วแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เด็กๆ ก็เช่นกันครับ การเปิดโอกาสพาลูกออกนอกบ้าน ไปสัมผัสธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ จะช่วยให้หัวใจ ปอด และระบบหมุนเวียนของเลือดทำงานดีและแข็งแรง การที่เด็กๆ ได้วิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน จะช่วยพัฒนาการทางร่างกายครบทุกส่วน กระตุ้นให้เกิดภูมิต้านทาน สุขภาพแข็งแรง พื้นผิวที่แปลกใหม่ที่สัมผัสได้ด้วยมือและเท้าจะช่วยให้สมองตื่นตัว ระบบประสาททำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อย่างสมวัย ในขณะเดียวกัน ธรรมชาติยังส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการด้านอารมณ์ ให้ความรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า มีความสุข ทำให้จิตใจอ่อนโยนขึ้น และสามารถปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่นได้...
วันนี้จะพาน้องมามินำกระปุกออมสินไปแลกกระปุกที่ระลึกของในหลวง รัชกาลที่ ๙ ที่โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์กันครับ อย่างที่ทราบกันแล้วในหน้าข่าวต่างๆ ว่าโครงการ “ออมเพื่อให้ตามรอยพ่อ” เป็นโครงการเพื่อน้อมรำลึกถึงพระราชจริยวัตรและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นแบบอย่างในการออมตั้งแต่ทรงพระเยาว์ และได้พระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่ประชาชนเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และปลูกฝังให้ประชาชนรู้จักการออมและการใช้จ่ายเงินอย่างพอเพียง ทางโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์จึงได้จัดโครงการ “ออมเพื่อให้ตามรอยพ่อ” ชวนพวกเรามาเดินตามรอยเท้าพ่อ ออกเงินใส่กระปุกให้เต็มแล้วนำไปแลกกระปุกอุปกรณ์และของทรงงาน 3 แบบคือ กล้องถ่ายรูป พระราชพาหนะทรงงาน และวิทยุสื่อสาร และถือเป็นโอกาสดีมากๆ ที่เราจะได้ชวนเด็กๆ มาสร้างวินัยการอยู่อย่างพอเพียง ประหยัด อดออม หยอดเงินใส่กระปุก และสอนให้รู้จัก "การให้" โดยการนำเงินออมนั้นไปร่วมบริจาคเพื่อสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา อาคารศูนย์การแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลหลังสุดท้ายที่ได้รับพระราชทานนามจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ปลูกฝังจิดสำนึกให้เด็กทั้งการประหยัดอดออม และการเป็นผู้ให้... คุณพ่อคุณแม่ท่านใดสนใจ รีบชวนเด็กๆ หยอดกระปุกให้เต็ม .....
สวัสดีทุกท่านครับ พอดีมีโอกาสพาครอบครัวไปเที่ยวโตเกียวเมื่อช่วงพฤษภาคมที่ผ่านมา ก็เลยอยากนำประสบการณ์มาแชร์เผื่อคุณพ่อคุณแม่ท่านใดอยากพาเด็กๆ ไปเปิดโลกในต่างแดนดูสักครั้ง ^^ การเดินทางทริปนี้เกิดขึ้นในช่วงปลายเมษา-ต้นพฤษภาครับ สภาพอากาศถือว่ากำลังเย็นสบายไม่หนาวไม่ร้อน จุดหมายของทริปนี้คือพาเด็กๆ ไปเปิดหูเปิดตาหาประสบการณ์ใหม่ๆ บ้าง คุยกับภรรยาว่าตั้งใจอยากจะพาเด็กๆ ไปเดินดูบรรยากาศต่างเมือง และแวะชมมิวเซียมที่กระจายอยู่ในโตเกียวมากมายหลายแห่ง หลังจากจองได้ที่พักแล้ว ก็เริ่มวางแผนปักหมุดจุดเที่ยวที่น่าสนใจไว้ในแอพฯ Google Maps จะบอกว่าใครยังไม่มี Google Maps ในมือถือ แนะนำให้โหลดมาติดเครื่องไว้เลยครับ สะดวกมากที่สุดในสามโลก โดยเฉพาะตอนนี้ที่ Google เค้าเพิ่งเพิ่มฟังก์ชันการทำลิสต์รายชื่อสถานที่โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ “Favorites”, Starred Places”, และ “Want to Go” ซึ่งอันสุดท้ายนี่ล่ะครับมีประโยชน์มาก ทั้งสำหรับการวางแผนเดินทาง รวมไปถึงขณะที่เรากำลังเดินทางและเกิดเหตุที่ทำให้ต้องเปลี่ยนแพลน ซึ่งจะทำให้เราประเมินสถานการณ์ในการเดินทางต่อไปยังจุดต่อไป ทั้งเรื่องเส้นทาง ระยะเวลาที่ใช้...
จุดเริ่มต้นของทริปรถไฟนี้ จริงๆ ผมคิดไว้นานแล้วว่าถ้าโมโม่และมามิโตพอที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ จะลองพาไปนั่งเก็บประสบการณ์ สัมผัสการเที่ยวแบบลำบากๆ ดูบ้าง (ตามประสาเด็กในเมืองอะนะ) แต่ยังหาจังหวะเวลาเหมาะๆ ไม่ได้ จนเมื่อสองเดือนก่อนได้คุยกับเพื่อนที่เป็นคุณแม่ในกลุ่มโรงเรียนรุ่งอรุณ ซึ่งเป็นจังหวะพอดีที่เค้ากำลังจะจัดทริปพาเด็กๆ นั่งรถไฟไปหัวหิน เลยเอ่ยปากขอแจมด้วย โปรแกรมเที่ยวของทริปนี้จะเหมิอนกับโปรแกรมรถไฟนำเที่ยว 'กรุงเทพฯ-สวนสนประดิพัทธ์' ที่การรถไฟเปิดให้บริการสำหรับผู้ที่สนใจไปเที่ยวทุกวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ทุกประการ แต่ต่างกันที่ตู้โดยสารจะเป็นแบบพิเศษที่เรียกว่า 'Otop Train' จำนวน 2 ตู้พ่วงติดท้ายขบวน 911 ไป (แวะไหนแวะด้วย จอดไหนจอดด้วย) ซึ่งขบวน Otop Train นี้โดยปกติจะไม่ได้เปิดให้บริการเป็นขบวนสาธารณะครับ หากต้องการนั่งจะต้องติดต่อเช่าเหมาขบวนกับการรถไฟเป็นครั้งๆ รายละเอียดคร่าวๆ ที่พอรู้มาก็คือจะต้องเช่าเหมาทั้ง 2 ตู้ 112 ที่นั่ง และต้องติดต่อล่วงหน้าพอสมควร ใครสนใจลองติดต่อการรถไฟดูนะครับ ... เจ้าหน้าที่พูดน้อย แต่ใจดี...
เวลาไปห้างสรรพสินค้า จุดที่พลาดไม่แวะไม่ได้เลยคือร้านหนังสือ นอกจากจะไปหาหนังสืออ่านเองแล้ว ก็ชอบมองหนังสือเด็กเล่มใหม่ๆ เอาไว้เล่าให้ลูกๆ ฟังก่อนนอนด้วย ... แต่ไม่รู้คิดเหมือนกันหรือเปล่า ว่าพักหลังราคาหนังสือเด็กค่อนข้างสูงเอาเรื่อง นิทานเล่มบางๆ ราคาเหยียบร้อย หยิบหลายเล่มนี่อาจมีปาดเหงื่อกันเลยทีเดียว บังเอิ๊ญ บังเอิญ ได้เห็นข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับโครงการ "นำหนังสือดีสู่เด็กไทย" ของมูลนิธิเอสซีจี เห็นมีหนังสือชื่อและรูปเล่มที่น่าอ่านหลายเล่ม ไปเดินหาตามซีเอ็ด นายอินทร์ บางแห่งมีแค่เรื่องสองเรื่อง แต่อยากได้แบบครบชุด ... เลยลองติดต่อเข้าไปที่มูลนิธิเพื่อขอซื้อหนังสือ  ไม่นานก็ได้รับอีเมล์ตอบกลับถึงวิธีการ 'บริจาค' ใช่แล้วครับ มูลนิธิเอสซีจี เขาจะนำรายได้จากการจำหน่ายหนังสือภาพในโครงการนี้ไปสมทบทุนผลิตหนังสือมอบให้แก่โรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ขาดแคลน เป้าหมายก็เพื่อให้เด็กไทยได้มีโอกาสเรียนรู้ และเสริมสร้างพัฒนาการผ่านหนังสือภาพเฉกเช่นเดียวกับเด็กทั่วโลก (ใครสนใจรายละเอียดการบริจาคเงิน เพื่อขอรับหนังสือ ผมใส่ข้อมูลไว้ด้านล่างแล้ว)   ปล. อัพเดต มกราคม 2563 ปัจจุบันหนังสือในโครงการเอสซีจี มีถึงปี 12 แล้ว (ดูรายชื่อทั้งหมดได้ท้ายบทความครับ)...