December 6, 2019
จำได้ว่าปีที่ผ่านมา มีข่าวอุบัติเหตุเกิดขึ้นจากการเดินช็อบปิ้งในห้างสรรพสินค้าหลายครั้ง ทั้งในบ้านเราเองก็ดี ในต่างประเทศก็ดี และพวกเราชาวผู้ปกครองส่วนใหญ่ที่ใช้ชีวิตในเมืองบางครั้งก็จำเป็นต้องไปซื้อหาข้าวปลาอาหาร แวะฝากเงินธนาคาร ช็อบมิดไนท์เซล ... การเลี่ยงที่จะไม่ผูกลูกไปห้างด้วยจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย วันนี้ผมมีข้อมูลเกี่ยวจุดเสี่ยงที่มักเกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะกับเด็กๆ เวลาไปเดินห้างและคำแนะนำดีๆ มาฝาก รู้ไว้ลูกเราปลอดภัยแน่นอนครับ  ลานจอดรถ: หากเป็นไปได้ ควรจอดให้ใกล้กับประตูทางเข้า หรือใช้บริการ Valet หรือที่จอดรถสำหรับครอบครัว ซึ่งปกติทางห้างจะกันไว้ให้สำหรับรถที่มีสมาชิกนั่งมาด้วย 3-4 คนขึ้นไป หลังจากจอดรถแล้ว เราควรเดินมาเปิดประตูรับเด็กลงจากรถเสมอ ไม่ควรปล่อยเด็กเดินในลานจอดโดยไม่จูงมือ หรือถ้าเป็นไปได้ควรอุ้มเด็กเดินเข้าประตูห้างให้เร็วที่สุดเพื่อเลี่ยงการสูดก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ที่คละคลุ้งในลานจอด (โดยเฉพาะลานจอดรถชั้นใต้ดิน) บันไดเลื่อน: เด็กวัยกำลังซนแถมยังอยากรู้อยากเห็น แนะนำว่าควรจับมือลูกไว้ตลอดเวลาขณะยืนอยู่บนบันไดเลื่อน หากไม่เชื่อฟังและยังวิ่งเล่น ให้ค่อยๆ อธิบายอันตรายที่อาจเกิดขึ้นให้เขาฟัง เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็สำคัญ ดูว่าชายเสื้อ ชายกางเกง กระโปรง เชือกผูกรองเท้า เรียบร้อยดีไหม เพราะอาจถูกหนีบเข้าไปติดในซี่ฟันบันไดเลื่อนได้ ส่วนใครที่ใช้รถเข็นเด็กแนะนำให้โดยสารลิฟท์แทน เมืองนอกมีข่าวอุบัติเหตุรถเข็นหลุดมือ ลื่นไถล...
วันนี้ขอนำข้อมูลน่าสนใจจากการได้ไปรับฟังการบรรยายเรื่อง 'เด็กติดเกม' ซึ่งจัดโดยหน่วยงานเวชศาสตร์ผู้ป่วยเด็กและวัยรุ่น คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โดย รศ.นพ.ศิริชัย หงษ์สงวนศรี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ให้คำแนะนำที่น่าสนใจสรุปได้ดังนี้ครับ ปัจจุบันมีเด็กจำนวนมากใช้เวลาเกินควรกับไอที จนก่ออันตรายต่อสุขภาพ มีผลกระทบด้านลบต่อพัฒนาการด้านต่างๆ รวมทั้งได้รับผลร้ายจากการรับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม เช่น เกม เว็บไซต์ ปัญหาเด็กติดเกมฯ เหล่านี้เป็นปัญหาที่มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นและทวีความรุนแรงขึ้นตลอดเวลาทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก “เด็กบางคนที่อยู่กับจอคอมพิวเตอร์หรือ ตู้เกมทั้งวัน การเล่นอย่างขาดการควบคุมที่เรียกว่าติดเกมนั้น ส่งผลให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพกาย ทั้งเรื่องสายตา ปวดกระดูกข้อมือและหลัง ความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ เด็กขาดโอกาสในการเรียนรู้จากการทำกิจกรรมอื่นๆ ใช้เวลากับการเล่นเกมจนขาดความกระตือรือร้น ขาดความรับผิดชอบต่อตนเองที่จะทำกิจวัตรประจำวัน และหน้าที่สำคัญ โดยเฉพาะเรื่องการเรียน อดนอน ตื่นสาย เพลีย ง่วงในช่วงเวลาเรียน หรือมีพฤติกรรมสังคมเปลี่ยนแปลง เช่น แยกตัว ไม่นอน ไม่กินข้าว ซึ่งโทษต่อสุขภาพจิตมีมากมาย เช่น...
คงเป็นเรื่องชื่นใจสุดๆ ที่ลูกของเราจะมีพัฒนาการเคลื่อนไหวร่างกายคล่องแคล่ว มีความสนใจอยากรู้ อยากเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัว แต่คงไม่ดีแน่ถ้าสิ่งเหล่านั้นจะกลายเป็นความเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ คุณพ่อแม่จึงไม่ควรมองข้ามความปลอดภัย ต่อไปนี้คืออุบัติเหตุยอดฮิตที่มักเกิดขึ้นกับเจ้าวัยซน อุบัติเหตุทางน้ำ สถิติระบุว่ามีเด็กเล็กที่เสียชีวิตจากการจมน้ำในบ่อน้ำหลังบ้านถึงร้อยละ 47 ดังนั้นบ้านใครที่มีบ่อไม่ว่าจะเป็นสระน้ำ บ่อปลา หรือแม้แต่อ่างเลี้ยงปลาตื้นๆ ก็ไม่ควรประมาท พึงระลึกไว้เสมอว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่เราเข้าห้องน้ำ, รับโทรศัพท์ หรือเดินไปทำอาหาร วิธีป้องกันคือ ไม่ควรปล่อยให้ลูกคลาดสายตา เล่นน้ำหรืออยู่ในห้องน้ำตามลำพัง แหล่งน้ำในบ้านและบริเวณรอบๆ บ้าน เมื่อใช้แล้ว เช่น เทน้ำในถัง, ปิดฝาถังน้ำ, ปิดประตูห้องน้ำ เป็นต้น นอกจากนี้ควรสอนให้ลูกรู้จักอันตรายที่อาจเกิดจากการอยู่ใกล้แหล่งน้ำ เช่น จมน้ำ ขาดออกซิเจน หรือ การพาลูกไปเรียนว่ายน้ำ ก็เป็นทางเลือกที่ดีในสร้างทักษะการช่วยตัวเองเมื่อจมน้ำ อุบัติเหตุจากยานพาหนะ อีกหนึ่งสาเหตุการบาดเจ็บและเสียชีวิตไม่เป็นสองรองใคร จากการที่คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่ไม่ตระหนักถึงความสำคัญของอุปกรณ์ป้องกันและไม่อยากขัดใจลูก บางคนคิดว่านั่งรถเดี๋ยวเดียวก็ถึงที่หมายแล้ว แต่อย่าลืม อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเวลา กรณีรถของเราเอง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก และต้องติดตั้งให้ถูกวิธี เวลาจอดรถลงไปทำธุระ...
น่าแปลกที่บ้านเรามักมอง 'Car Seat' หรือที่นั่งสำหรับเด็กในรถยนต์เป็นของฟุ่มเฟือย ทั้งๆ ที่มันคืออุปกรณ์สำคัญที่สามารถช่วยปกป้องชีวิตลูกของเราระหว่างการเดินทางด้วยรถยนต์ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญคือในต่างประเทศมีกฏหมายบังคับใช้มานานแล้ว  ลองนึกดูครับว่าขนาดเราที่เป็นคนขับ ยังต้องรัดเข็มขัดนิรภัย มีถุงลมช่วยลดทอนความรุนแรงหากเกิดอุบัติเหตุ ... แล้วลูกของคุณที่นั่งไปในรถยนต์ด้วย คุณมีอะไรป้องกันให้เค้าบ้าง เห็นหลายๆ ครอบครัวคุณพ่อคุณแม่ชอบอุ้มเด็กนั่งบนตักด้านหน้าแล้วยิ่งเสียวไส้ เพราะหากมีการเบรคกระทันหัน ลูกของคุณจะโดนกระแทกเข้ากับแผงคอนโซลหน้ารถ หรือหากรุนแรงกว่านั้น ก็ลูกของคุณจะกลายเป็นถุงลมนิรภัยให้คุณต่ออีกที ข้อมูลนี้ยืนยันได้จากสถิติที่ว่า มีคนไทยประมาณ 12,000 รายต่อปีที่เสียชีวิตจากอุบัติภัยจราจร ในจำนวนนี้ประมาณ 800-900 รายเป็นเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี  และจากผลการศึกษาของศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและการป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก  (Child Safety Promotion and Injury Prevention Research Center) พบว่าการเสียชีวิตของเด็กไทยจากอุบัติภัยจราจรเป็นสาเหตุการเสียชีวิตหลักของอุบัติเหตุและการบาดเจ็บในเด็ก โดยเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสองรองจากการจมน้ำ ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยของสถาบัน NHTSA (Nation Highway...
เป็นใครก็เข้าใจว่า ‘รถหัดเดิน’ นั้นจะช่วยให้ลูกเราเดินได้เร็วขึ้น เพราะชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่าเป็น ‘รถหัดเดิน’ ถูกออกแบบและสร้างมาให้เด็ก ‘หัดเดิน’  ลูกชายผม ก็ใช้รถหัดเดินครับ สารภาพว่าตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร จำได้ว่าตอนเด็กๆ คุณแม่ก็ให้เรานั่งเจ้ารถนี่ (คุณพ่ออุตส่าห์ไปขุดรูปสมัยวัยแบเบาะมาให้ดู) ก็เลยคิดว่ามันไม่น่าจะมีข้อเสียอะไร ดีเสียอีก ลูกเราจะได้เดินได้เร็วขึ้น แต่พักหลังได้ยินเข้าหูบ่อยๆ ว่า อย่าใช้เลย เดี๋ยวเด็กก็เดินมีปัญหาหรอก! อ้าวเฮ้ย ทำไมหล่ะ งั้นต้องไปลองค้นหาข้อมูลดูซะหน่อย แล้วก็ได้ความว่า... จากสถิติที่บันทึกโดยแพทย์เด็กหลายคนระบุตรงกันว่า รถหัดเดิน มีผลทำให้เด็กเดินผิดวิธี คือแทนที่จะลงน้ำหนักเต็มเท้า ก็จะเดินด้วยปลายเท้า (จากความเร็วของรถที่เคลื่อนไป) นอกจากนี้เด็กยังไม่สามารถเรียนรู้วิธีการรักษาสมดุลของร่างกาย เพราะเวลาต้องการให้รถเคลื่อนที่ ก็จะใช้วิธีพุ่งหัวเพื่อถ่ายน้ำหนัก หรือเอาหัวโน้มไปข้างหน้า ของแถมที่ตามมา ยังอาจทำให้เกิดอันตรายรุนแรงจากการพุ่งชนสิ่งของจนหล่นลงมาทับ การล้มคว่ำ การตกจากพื้นต่างระดับ หรือไถลตกบันได โชคดีที่กรณีผม ไม่เกิดปัญหาใดๆ ส่วนการเดินถามว่าผิดปกติไหม ก็ไม่นะ (เพราะให้ใช้ไม่นานมั้ง เดาเอา) ถือว่าโชคดี ส่วนอันเก่าที่โมโม่เคยใช้ และกะว่าจะเอามาใช้กับน้องมามิ...
รวบรวมเทคนิคการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศแบบรู้ลึกรู้จริง!