28 C
Bangkok
November 16, 2018
Home มุมความรู้

มุมความรู้

น่าแปลกที่บ้านเรามักมอง 'Car Seat' หรือที่นั่งสำหรับเด็กในรถยนต์เป็นของฟุ่มเฟือย ทั้งๆ ที่มันคืออุปกรณ์สำคัญที่สามารถช่วยปกป้องชีวิตลูกของเราระหว่างการเดินทางด้วยรถยนต์ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญคือในต่างประเทศมีกฏหมายบังคับใช้มานานแล้ว  ลองนึกดูครับว่าขนาดเราที่เป็นคนขับ ยังต้องรัดเข็มขัดนิรภัย มีถุงลมช่วยลดทอนความรุนแรงหากเกิดอุบัติเหตุ ... แล้วลูกของคุณที่นั่งไปในรถยนต์ด้วย คุณมีอะไรป้องกันให้เค้าบ้าง เห็นหลายๆ ครอบครัวคุณพ่อคุณแม่ชอบอุ้มเด็กนั่งบนตักด้านหน้าแล้วยิ่งเสียวไส้ เพราะหากมีการเบรคกระทันหัน ลูกของคุณจะโดนกระแทกเข้ากับแผงคอนโซลหน้ารถ หรือหากรุนแรงกว่านั้น ก็ลูกของคุณจะกลายเป็นถุงลมนิรภัยให้คุณต่ออีกที ข้อมูลนี้ยืนยันได้จากสถิติที่ว่า มีคนไทยประมาณ 12,000 รายต่อปีที่เสียชีวิตจากอุบัติภัยจราจร ในจำนวนนี้ประมาณ 800-900 รายเป็นเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี  และจากผลการศึกษาของศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและการป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก  (Child Safety Promotion and Injury Prevention Research Center) พบว่าการเสียชีวิตของเด็กไทยจากอุบัติภัยจราจรเป็นสาเหตุการเสียชีวิตหลักของอุบัติเหตุและการบาดเจ็บในเด็ก โดยเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสองรองจากการจมน้ำ ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยของสถาบัน NHTSA (Nation Highway Traffic Safety Administration) สรุปไว้ว่าเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี ควรนั่งเบาะด้านหลังรถ การให้เด็กนั่งด้านหลังแทนการนั่งด้านหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิต ได้ 27 % ไม่ว่ารถคันนั้นจะมี airbag ด้านข้างหรือไม่ก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งที่นั่งกลางของเบาะหลังจะเป็นตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุด เพราะเด็กที่นั่งอยู่ใน Car Seat จะมีอัตราเสี่ยงจากการชนด้านข้างต่ำ และในตำแหน่งนี้จะช่วยเพิ่มพื้นที่ในการดูดซับแรงกระแทก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นรถควรจะเป็นรถขนาดใหญ่ที่เบาะกลางมีเข็มขัดนิรภัยแบบ...
เป็นใครก็เข้าใจว่า ‘รถหัดเดิน’ นั้นจะช่วยให้ลูกเราเดินได้เร็วขึ้น เพราะชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่าเป็น ‘รถหัดเดิน’ ถูกออกแบบและสร้างมาให้เด็ก ‘หัดเดิน’  ลูกชายผม ก็ใช้รถหัดเดินครับ สารภาพว่าตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร จำได้ว่าตอนเด็กๆ คุณแม่ก็ให้เรานั่งเจ้ารถนี่ (คุณพ่ออุตส่าห์ไปขุดรูปสมัยวัยแบเบาะมาให้ดู) ก็เลยคิดว่ามันไม่น่าจะมีข้อเสียอะไร ดีเสียอีก ลูกเราจะได้เดินได้เร็วขึ้น แต่พักหลังได้ยินเข้าหูบ่อยๆ ว่า อย่าใช้เลย เดี๋ยวเด็กก็เดินมีปัญหาหรอก! อ้าวเฮ้ย ทำไมหล่ะ งั้นต้องไปลองค้นหาข้อมูลดูซะหน่อย แล้วก็ได้ความว่า... จากสถิติที่บันทึกโดยแพทย์เด็กหลายคนระบุตรงกันว่า รถหัดเดิน มีผลทำให้เด็กเดินผิดวิธี คือแทนที่จะลงน้ำหนักเต็มเท้า ก็จะเดินด้วยปลายเท้า (จากความเร็วของรถที่เคลื่อนไป) นอกจากนี้เด็กยังไม่สามารถเรียนรู้วิธีการรักษาสมดุลของร่างกาย เพราะเวลาต้องการให้รถเคลื่อนที่ ก็จะใช้วิธีพุ่งหัวเพื่อถ่ายน้ำหนัก หรือเอาหัวโน้มไปข้างหน้า ของแถมที่ตามมา ยังอาจทำให้เกิดอันตรายรุนแรงจากการพุ่งชนสิ่งของจนหล่นลงมาทับ การล้มคว่ำ การตกจากพื้นต่างระดับ หรือไถลตกบันได โชคดีที่กรณีผม ไม่เกิดปัญหาใดๆ ส่วนการเดินถามว่าผิดปกติไหม ก็ไม่นะ (เพราะให้ใช้ไม่นานมั้ง เดาเอา) ถือว่าโชคดี ส่วนอันเก่าที่โมโม่เคยใช้ และกะว่าจะเอามาใช้กับน้องมามิ ลูกสาวคนสุดท้อง ก็คงต้องเปลี่ยนใจ (ใครสนใจหลังไมค์มาครับ เดี๋ยวขายให้ถูกๆ <- แล้วจะมีใครซื้อฟระ บรรยายข้อเสียเต็มสองบรรทัดซะขนาดนี้) สรุปก็คือ ข้อเสียมีมากกว่าข้อดี (เดินได้เร็วแต่ผิดหลักธรรมชาติ - นับว่าเป็นข้อดีดีมั้ยเนี่ย) เอาเป็นว่าถ้ายังไม่ซื้อก็ไม่ต้องซื้อมาใช้ครับ ส่วนคุณพ่อคุณแม่ท่านใด ที่หวังว่าจะใช้รถหัดเดินเพื่อที่จะได้วางลูกได้บ้างแล้วไปทำกิจกรรมอย่างอื่น แนะนำลองใช้เป็นพวก AWG ที่เป็นที่นั่งเล่นกิจกรรมให้เดินวนได้รอบโต๊ะดีกว่า จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องท่าเดินที่ผิดหลักธรรมชาติอันตราย (ตกบันไดนี่มีคอหักได้เลยนะ) อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ไม่มีใครคาดคิด กันไว้ดีกว่าแก้ครับ!
รวบรวมเทคนิคการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศแบบรู้ลึกรู้จริง!

Popular

พักกายใจที่ ‘ไร่ปลูกรัก’ ที่เดียวเที่ยวทั้งวัน!

โอกาสที่เด็กในเมืองส่วนใหญ่จะได้ออกไปเหยียบหิน ดิน ทราย เล่นในท้องนา หาได้ไม่ง่ายนัก แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป... จะว่าไปมนุษย์กับธรรมชาตินั้น มีสัมพันธ์แน่นแฟ้นเกินเข้าใจ หลายครั้งที่เราเหนื่อย ท้อ ... แค่มองออกไปบนท้องฟ้า ไปเดินเล่นในสวน หรือหากมีเวลาหน่อย การไปทะเล ภูเขา น้ำตก ตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ก็สามารถชาร์จพลังให้เราได้อย่างรวดเร็วแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เด็กๆ ก็เช่นกันครับ การเปิดโอกาสพาลูกออกนอกบ้าน ไปสัมผัสธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ จะช่วยให้หัวใจ ปอด...