May 18, 2021
เชื่อว่าทุกท่านที่มีลูก อยากที่จะเก็บภาพความทรงจำของเจ้าตัวน้อยเอาไว้ในทุกๆ อิริยาบท ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้ม ขณะกำลังหัวเราะ หรือโมเมนท์ที่ร้องไห้ เพราะเมื่อเวลาผ่านพ้นไปแล้ว ภาพเหล่านี้จะมีคุณค่าและไม่มีวันย้อนกลับไปถ่ายได้อีก  แต่ปัญหาใหญ่ก็คือ ถ่ายเท่าไหร่ ก็ดูเบลอ ไม่ชัด ไม่สวยซักที ... ผมเองก็เคยประสบปัญหานี้ แต่วันนี้พอจะจับทางได้แล้วว่าต้องทำอย่างไร เลยขออนุญาตนำข้อมูลมาบอกต่อครับ อันดับแรกที่สำคัญและขาดไม่ได้เลยก็คือ 'กล้อง' ปัจจุบันถือว่าโชคดีมากที่กล้องมันเป็นดิจิตอลหมดแล้ว ข้อดีที่หาไม่ได้ในกล้องฟิล์มเหมือนในสมัยก่อนคือสามารถถ่ายรัวได้ไม่ยั้ง (มาคัดภาพเอาทีหลัง) หลายคนถามว่าจะซื้อกล้องรุ่นไหนดีที่เหมาะกับถ่ายเด็กที่สุด ผมแนะนำอย่างนี้ครับว่า กล้องรุ่นไหนก็ได้ที่สามารถจับโฟกัสได้ไว และมีฟังก์ชันถ่ายภาพแบบต่อเนื่องได้ (ยิ่งเร็วยิ่งดี) นอกจากนี้ควรคำนึงถึงความสามารถในการรับแสง คือมีรูรับแสงกว้างๆ เพราะบางสถานการณ์เช่น ถ่ายเด็กทารก เราไม่สามารถใช้แฟลชได้ หรือกล้องสามารถปรับ ISO ได้สูงๆ โดยไม่มีผลกระทบกับคุณภาพของภาพมากนัก ... ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาสามารถพบได้ง่ายในกล้องแบบ DSLR ... แต่ก็ใช่ว่ากล้องคอมแพคจะใช้ไม่ได้เลยนะครับ ปัจจุบันมีหลายตัวที่มีความสามารถเทียบชั้น DSLR ได้ แถมยังได้เปรียบเรื่องขนาดที่พกพาได้ง่ายกว่า...
เมื่อวานนี้ (13/09/57) มีโอกาสดีได้พาเด็กๆไปร่วมชมนิทรรศการที่บอกได้คำเดียวว่าหาดูได้ยาก เพราะไม่ได้มีให้ดูทุกวันแต่จัดแค่ปีละครั้ง นั่นก็คืองาน ‘เอนฟา เบรน เอ็กซ์โป 360° จีเนียส’ จัดโดยบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด และกลุ่มผลิตภัณฑ์เอนฟา เอพลัส และที่อยากจะบอกคือ งานนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ครับ ไม่จำเป็นต้องดื่มนมเอนฟา แต่ในงานมีขายนมเอนฟาครับ ถ้าน้องคนไหนทานอยู่ก็จัดได้เลย ราคาโปรโมชั่นแถมมีของแถมเพียบ แต่ถ้าไม่ได้ซื้ออะไร ก็ไม่ต้องห่วง เค้ายังสแตมป์บัตรจอดรถได้ฟรีอีก 4 ชั่วโมงต่างหาก! สำหรับปีนี้ต้องบอกว่าอลังการงานสร้างกว่าปีที่ผ่านๆ มาหลายเท่า เพราะใช้พื้นที่ในรอยัล พารากอน ฮอลล์ แบบจัดเต็ม เอาเป็นว่าใครจะพาเด็กๆ ไปขอให้เตรียมเสบียงอาหารเผื่อไว้ด้วยเพราะรับรองว่าเด็กๆ จะได้ใช้พลังและเล่นสนุกกันจนแทบลืมเวลา (คุณพ่อคุณแม่หิวแทน) โดยธีมงานของปีนี้ยังคงเน้นไปที่การปลดล็อกศักยภาพสมองของเด็กๆ และธีมงานสำหรับปีนี้คือ...
สามสัปดาห์ก่อน น้องมามิป่วยเป็นโรค 'มือ เท้า ปาก' เล่นเอางงกันทั้งบ้าน เพราะวันทั้งวันน้องก็อยู่บ้าน ยังไม่ได้ไปเนอร์สเซอรี่หรือโรงเรียนที่ไหน จึงลองทบทวนดูว่า อะไรคือสาเหตุ ซึ่งเป็นไปได้แค่สองอย่าง หนึ่ง น้องไปติดเชื้อจากโรงพยาบาลตอนไปพบคุณหมอจากการเป็นหวัดน้ำมูกไหล สอง การป้อนอาหารที่ผิดวิธี ที่ผู้ใหญ่ทั้งหลายชอบใช้มือหยิบอาหารป้อนเข้าปากน้อง สุดท้ายไม่ว่าจะสาเหตุอะไร ก็ต้องเสียค่ารักษาพยาบาลไปหลายหมื่น T-T ว่าแล้วเพื่อเป็นอุทาหรณ์สำหรับคุณพ่อคุณแม่คนอื่นๆ ลองสังเกตพฤติกรรมของตัวเอง หรือผู้ใหญ่ในบ้าน ว่าเสี่ยงต่อการนำเชื้อโรคเข้าปากน้องหรือเปล่า ลองมาดูข้อมูลว่าพฤติกรรมการกินแบบไหน ถึงอาจทำให้เด็กๆ ได้รับเชื้อโรคเข้าไปในร่างกายโดยที่เราอาจเผลอหรือไม่ทันระวังตัว ปากถึงปาก เวลาเห็นแม่นกป้อนอาหารลูกนก จากปากถึงปากก็ดูน่ารัก น่าอบอุ่นใจ ซะจริงๆ แต่อย่าได้หยิบยกความน่ารักแบบนี้มาใช้กับลูกรักของเราเลย เพราะการส่งอาหารแบบปากถึงปากสามารถถ่ายทอดเชื้อโรคจากคนป้อนสู่เด็กๆ ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเคี้ยวอาหารให้ การกัดแบ่งอาหารด้วยปากของ คุณพ่อคุณแม่ การอมเพื่อช่วยบรรเทาความร้อน หรือล้างรสชาติของอาหาร นั้นๆ ก่อนป้อนให้เด็กๆ กิน เป็นต้น ใช้อุปกรณ์การกินร่วมกัน ส่วนใหญ่คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกใน วัยเล็กมักจะกินข้าว...
เทคนิคการจัดสิ่งของและจัดสรรพื้นที่ภายในรถสำหรับทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน
หลายบ้านอาจรับไม่ได้ที่จะให้ใครมาบอกว่าลูกของเราเสพติดหน้าจอ เพราะทางการแพทย์ ยังไม่มีการระบุชี้ชัดว่าอาการเสพติดเทคโนโลยีเป็นโรค แต่เราต้องไม่โกหกตัวเองครับ ว่าการขลุกอยู่กับอุปกรณ์และสื่อเทคโนโลยีมากไป มันส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเค้า นอกจากมันจะมีอิทธิพลในบ้านแล้ว ภาพที่คุ้นตาเวลาออกไปข้างนอก ... ในระหว่างนั่งรถ ในร้านอาหาร เราจะเห็นโทรศัพท์และแท็บเล็ตกลายเป็นพี่เลี้ยงไปแล้ว อยากให้เด็กน้อยนั่งนิ่ง ไม่ซนไม่ป่วน แค่ยื่นมือถือให้ ทุกอย่างก็เรียบร้อย! แต่ครับแต่... เมื่อไหร่ก็ตามที่บอกให้เลิกเล่น หรือวันไหนที่เราปฏิเสธไม่ให้เล่น เมื่อนั้นแหล่ะคุณจะได้เห็นความโกรธเคือง ความเกรี้ยวกราด ... เกิดความรู้สึกผิดในใจคุณพ่อคุณแม่ เฮ้ย ทำไมลูกเราถึงเป็นแบบนี้?
นี่เรามาถึงจุดที่ต้องดิ้นรนเพื่อที่จะได้สูดอากาศสะอาดกันแล้ว?? ... ข้อมูลต่อไปนี้ สรุปจากรายงานเรื่องฝุ่นพิษ PM 2.5 ของสำนักข่าวในออสเตรเลียที่ได้ไปสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสภาพแวดล้อม นักวิทยาศาสต์ และผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพและคุณภาพอากาศ (International Laboratory for Air Quality and Health) ประเทศที่กำลังได้รับผลกระอย่างรุนแรงจากการเกิดไฟป่า ที่ส่งผลให้คุณภาพอากาศย่ำแย่ยิ่งกว่าบ้านเราขณะนี้ ต่อไปนี้คือคำถามและคำตอบเกี่ยวกับเรื่องการปฏิบัติตัวในสภาวะฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน ที่ผมคิดว่าเราต้องรู้ไว้ Q: ควรอยู่แต่ในบ้าน ปิดประตูหน้าต่างให้หมดเมื่อค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐาน? A: Amanda Wheeler นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องการปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในบ้านที่ได้รับผลกระทบจากควันพิษบอกว่า “เป็นความคิดที่ถูกต้อง” แต่เนื่องจากบ้านส่วนใหญ่จะมีรูหรือช่องว่างต่างๆ ตามขอบประตู หน้าต่าง ที่อากาศสามารถถ่ายเทอากาศได้อยู่แม้จะถูกปิดไว้หมด ข้อดีก็คือจะไม่เกิดการสะสมของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้เช่นกัน ส่วนการถ่ายเทจะมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับบ้านแต่ละหลัง (โดยมากบ้านเก่าจะมีอากาศถ่ายเทมากกว่าบ้านใหม่จากร่องตามประตูหน้าต่าง) Q: แล้วเราจะป้องกันไม่ให้ฝุ่น PM2.5 เข้ามาในบ้านได้ไหม? A: ในกรณีที่เกิดภาวะฉุกเฉินหรือสภาพอากาศวิกฤต แนะนำให้ทำการซีลขอบประตู หน้าต่างให้แน่นหนาขึ้นด้วยเทปโฟมต่างๆ (มีขายตาม...
จำได้ว่าปีที่ผ่านมา มีข่าวอุบัติเหตุเกิดขึ้นจากการเดินช็อบปิ้งในห้างสรรพสินค้าหลายครั้ง ทั้งในบ้านเราเองก็ดี ในต่างประเทศก็ดี และพวกเราชาวผู้ปกครองส่วนใหญ่ที่ใช้ชีวิตในเมืองบางครั้งก็จำเป็นต้องไปซื้อหาข้าวปลาอาหาร แวะฝากเงินธนาคาร ช็อบมิดไนท์เซล ... การเลี่ยงที่จะไม่ผูกลูกไปห้างด้วยจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย วันนี้ผมมีข้อมูลเกี่ยวจุดเสี่ยงที่มักเกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะกับเด็กๆ เวลาไปเดินห้างและคำแนะนำดีๆ มาฝาก รู้ไว้ลูกเราปลอดภัยแน่นอนครับ  ลานจอดรถ: หากเป็นไปได้ ควรจอดให้ใกล้กับประตูทางเข้า หรือใช้บริการ Valet หรือที่จอดรถสำหรับครอบครัว ซึ่งปกติทางห้างจะกันไว้ให้สำหรับรถที่มีสมาชิกนั่งมาด้วย 3-4 คนขึ้นไป หลังจากจอดรถแล้ว เราควรเดินมาเปิดประตูรับเด็กลงจากรถเสมอ ไม่ควรปล่อยเด็กเดินในลานจอดโดยไม่จูงมือ หรือถ้าเป็นไปได้ควรอุ้มเด็กเดินเข้าประตูห้างให้เร็วที่สุดเพื่อเลี่ยงการสูดก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ที่คละคลุ้งในลานจอด (โดยเฉพาะลานจอดรถชั้นใต้ดิน) บันไดเลื่อน: เด็กวัยกำลังซนแถมยังอยากรู้อยากเห็น แนะนำว่าควรจับมือลูกไว้ตลอดเวลาขณะยืนอยู่บนบันไดเลื่อน หากไม่เชื่อฟังและยังวิ่งเล่น ให้ค่อยๆ อธิบายอันตรายที่อาจเกิดขึ้นให้เขาฟัง เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็สำคัญ ดูว่าชายเสื้อ ชายกางเกง กระโปรง เชือกผูกรองเท้า เรียบร้อยดีไหม เพราะอาจถูกหนีบเข้าไปติดในซี่ฟันบันไดเลื่อนได้ ส่วนใครที่ใช้รถเข็นเด็กแนะนำให้โดยสารลิฟท์แทน เมืองนอกมีข่าวอุบัติเหตุรถเข็นหลุดมือ ลื่นไถล...
เป็นใครก็เข้าใจว่า ‘รถหัดเดิน’ นั้นจะช่วยให้ลูกเราเดินได้เร็วขึ้น เพราะชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่าเป็น ‘รถหัดเดิน’ ถูกออกแบบและสร้างมาให้เด็ก ‘หัดเดิน’  ลูกชายผม ก็ใช้รถหัดเดินครับ สารภาพว่าตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร จำได้ว่าตอนเด็กๆ คุณแม่ก็ให้เรานั่งเจ้ารถนี่ (คุณพ่ออุตส่าห์ไปขุดรูปสมัยวัยแบเบาะมาให้ดู) ก็เลยคิดว่ามันไม่น่าจะมีข้อเสียอะไร ดีเสียอีก ลูกเราจะได้เดินได้เร็วขึ้น แต่พักหลังได้ยินเข้าหูบ่อยๆ ว่า อย่าใช้เลย เดี๋ยวเด็กก็เดินมีปัญหาหรอก! อ้าวเฮ้ย ทำไมหล่ะ งั้นต้องไปลองค้นหาข้อมูลดูซะหน่อย แล้วก็ได้ความว่า... จากสถิติที่บันทึกโดยแพทย์เด็กหลายคนระบุตรงกันว่า รถหัดเดิน มีผลทำให้เด็กเดินผิดวิธี คือแทนที่จะลงน้ำหนักเต็มเท้า ก็จะเดินด้วยปลายเท้า (จากความเร็วของรถที่เคลื่อนไป) นอกจากนี้เด็กยังไม่สามารถเรียนรู้วิธีการรักษาสมดุลของร่างกาย เพราะเวลาต้องการให้รถเคลื่อนที่ ก็จะใช้วิธีพุ่งหัวเพื่อถ่ายน้ำหนัก หรือเอาหัวโน้มไปข้างหน้า ของแถมที่ตามมา ยังอาจทำให้เกิดอันตรายรุนแรงจากการพุ่งชนสิ่งของจนหล่นลงมาทับ การล้มคว่ำ การตกจากพื้นต่างระดับ หรือไถลตกบันได โชคดีที่กรณีผม ไม่เกิดปัญหาใดๆ ส่วนการเดินถามว่าผิดปกติไหม ก็ไม่นะ (เพราะให้ใช้ไม่นานมั้ง เดาเอา) ถือว่าโชคดี ส่วนอันเก่าที่โมโม่เคยใช้ และกะว่าจะเอามาใช้กับน้องมามิ...
ยอมรับตามตรงว่าสังคมสมัยนี้อยู่ยากขึ้น ไหนจะทั้งขโมยขโจร พี่เลี้ยงใจร้าย คุณครูจอมโหด การลักพาตัวเด็ก ... ข้อข้ามนะครับ ฟังแล้วเครียด!! ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น วิธีที่ดีที่สุดก็คือการป้องกันไว้ก่อน ข้อมูลต่อไปนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านครับ 1. อย่าให้ลูกใส่เสื้อผ้าหรือหมวกที่มีชื่อติดอยู่ เพราะจะทำให้ผู้ร้ายเรียกชื่อลูกได้อย่างถูกต้อง ทำให้เด็กไว้ใจคนๆนั้น ให้เขียนชื่อไว้ด้านในของเสื้อผ้า ไม่ให้เห็นโดยง่าย 2. สอนให้ลูกรู้ว่า ผู้ร้ายมาได้ทุกรูปแบบ อาจเป็นคนที่ดูเป็นมิตร เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ ถ้าเป็นเด็กเล็กๆ ให้สอนลูกให้รู้ว่า คนไหนเป็นคนไม่แปลกหน้า นอกนั้นที่เหลือ คือ คนแปลกหน้า 3. สอนให้ลูกรู้จักชื่อจริงของตัวเอง อายุ เบอร์โทรศัพท์ บ้านเลขที่ 4. สอนวิธีโทรศัพท์ทางไกลผ่านโอเปอเรเตอร์ แบบเรียกเก็บเงินปลายทาง 5. สอนวิธีติดต่อพ่อแม่หรือญาติ ในกรณีฉุกเฉิน หรือ ติดต่อเพื่อนบ้านที่ไว้ใจได้ วิธีโทรหาตำรวจ รถดับเพลิง หรือ...
พักหลังมานี้ หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องของ ‘แสงสีฟ้า’ ที่บอกว่าเป็นอันตรายต่อสายตา และมีผลิตภัณฑ์ต่างๆ ออกมาเพื่อช่วยป้องกันอันตราย ถามว่าเจ้าแสงสีฟ้านี่มันเพิ่งมีหรอ? ทำไมก่อนหน้านี้ไม่เห็นมีใครเคยพูดถึงเลย? แล้วที่วันนี้มีการพูดถึงกัน มันอันตรายขนาดไหนกันนะ? ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ ‘แสงสีฟ้า’ กันก่อน (หรือถ้ากลัวหลับ ก็ข้ามไปช่วงท้ายๆ ได้เลยครับ ^^) ปกติแล้วแสงที่เราเห็นซึ่งเป็นแสงสีขาวนั้นเกิดจากการรวมกันของแสงสีอื่นๆ (หรือที่เด็กๆ เราเคยเรียนทฤษฏีสี การใช้ปริซึมแยกแสงเป็นสีรุ้ง) ซึ่งแสงสีทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็น 3 แสงหลักคือ แสงสีแดง แสงสีเขียว และแสงสีน้ำเงิน หรือ ‘RGB’ สิ่งที่มนุษย์เรามองเห็นได้ก็คือแสง แสงไปตกกระทบวัตถุเราถึงเห็นวัตถุนั้น ถ้าไม่มีแสงเราก็มองไม่เห็น แสงโดยทั่วไปที่เราคุ้นเคยกันดีที่สุดก็คือแสงอาทิตย์ ซึ่งมีลักษณะเป็นแสงสีขาว แสงสีขาวนี้เป็นแสงที่เกิดจากการผสมของแสงอื่นรวมกัน แสงอื่น ๆ ที่ว่าก็แสงสีรุ้งนั่นแหละ ถ้าสีรุ้งรวมกันก็จะกลายเป็นแสงสีขาว แต่แสงสีรุ้งนี้สามารถจัดหมวดเป็นแสงหลัก 3 แสง คือ แสงสีแดง แสงสีเขียว และแสงสีน้ำเงิน หรือ...