December 6, 2019
เคยได้ยินประโยคนี้ไหมครับว่า ลูกเราไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน ที่มาของปัญหานี้สาเหตุส่วนหนึ่งน่าจะมาจากเพราะเด็กๆ ยังไม่รู้จักวิธีปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องเหมาะสมในสถานการณ์ต่างๆ แต่ถ้าเราปูพื้นฐาน สอนให้ลูกของเรารู้จักมีสัมมาคารวะ มีมารยาทที่ดีตั้งแต่ยังเล็ก โดยเฉพาะมารยาทในการอยู่ร่วมกันในสังคม เชื่อแน่ว่าพวกเขาจะดูน่ารักน่าเอ็นดูในสายตาผู้ใหญ่หลายๆ คนขึ้นอีกเป็นกองเลยหล่ะครับ #01 พูดจามีหางเสียง ลูกชายพูดครับ ลูกสาวพูดค่ะ #02 กล่าวคำสวัสดี ไปลา-มาไหว้ #03 กล่าวคำขอโทษเมื่อทำผิด #04 กล่าวคำขอบคุณ เมื่อได้รับสิ่งของหรือการช่วยเหลือจากคนอื่น #05 รู้จักการรอคอย ไม่พูดแทรกผู้ใหญ่ หรือระหว่างที่คนอื่นกำลังคุยกัน #06 รู้จักขออนุญาต เมือต้องการใช้สิ่งของหรือหยิบจับของของคนอื่น #07 ไม่ล้อเลียนข้อบกพร่องทางกายภาพของคนอื่น เช่น เตี้ย ดำ อ้วน ตาเหล่ ฯลฯ #08 ไม่ยืนค้ำหัวผู้ใหญ่ ก้มหัวเมื่อต้องเดินผ่านหน้าผู้ใหญ่ #09 ไอ จาม ต้องปิดปากปิดจมูกทุกครั้ง #10 ไม่แทรกคิว รู้จักการต่อแถวเข้าคิวให้เป็นนิสัย
หลังจากที่โมโม่ขี่ Strider ขาไถมากว่า 3 ปี (ฝึกขี่จักรยานด้วย Balance Bike) ก็ได้เวลาอัพเกรดคันใหม่ด้วยเหตุผลเดียวคือสรีระ ที่แขน-ขา ยาวเกินกว่าที่ควบ Strider ได้ถนัด สารภาพว่ามองหาคันใหม่มาแทนตั้งแต่ตอนโมโม่ 5 ขวบจนตอนนี้ 6 ขวบกว่าแล้ว เพิ่งจะลงเอยกับคันนี้ที่ถูกใจเขามาก ถ้าใครได้เคยลองหาจักรยานเด็กที่ไม่ใช่เด็กเล็ก หรือเด็กโต แต่เป็นเด็กกลางๆ ช่วง 5-7 ขวบ จะทราบดีว่า 'หายากมาก' โดยเฉพาะเจ้าหนูโมโม่ที่ตัวค่อนข้างเล็ก (เข้าแถวอยู่เป็นคนที่สองจากหัวแถว) ซึ่งจักรยานล้อ 16 นิ้วเป็นไซส์ที่เหมาะที่สุด แต่มีตัวเลือกน้อยเหลือเกิน จากที่เคยดูก็จะมียี่ห้อ Lx, Txxxx ที่มีแต่ลวดลายการ์ตูน เบนเทน หมีพูห์ ที่โมโม่ส่ายหัวบอกไม่เอา...
น่าแปลกที่บ้านเรามักมอง 'Car Seat' หรือที่นั่งสำหรับเด็กในรถยนต์เป็นของฟุ่มเฟือย ทั้งๆ ที่มันคืออุปกรณ์สำคัญที่สามารถช่วยปกป้องชีวิตลูกของเราระหว่างการเดินทางด้วยรถยนต์ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญคือในต่างประเทศมีกฏหมายบังคับใช้มานานแล้ว  ลองนึกดูครับว่าขนาดเราที่เป็นคนขับ ยังต้องรัดเข็มขัดนิรภัย มีถุงลมช่วยลดทอนความรุนแรงหากเกิดอุบัติเหตุ ... แล้วลูกของคุณที่นั่งไปในรถยนต์ด้วย คุณมีอะไรป้องกันให้เค้าบ้าง เห็นหลายๆ ครอบครัวคุณพ่อคุณแม่ชอบอุ้มเด็กนั่งบนตักด้านหน้าแล้วยิ่งเสียวไส้ เพราะหากมีการเบรคกระทันหัน ลูกของคุณจะโดนกระแทกเข้ากับแผงคอนโซลหน้ารถ หรือหากรุนแรงกว่านั้น ก็ลูกของคุณจะกลายเป็นถุงลมนิรภัยให้คุณต่ออีกที ข้อมูลนี้ยืนยันได้จากสถิติที่ว่า มีคนไทยประมาณ 12,000 รายต่อปีที่เสียชีวิตจากอุบัติภัยจราจร ในจำนวนนี้ประมาณ 800-900 รายเป็นเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี  และจากผลการศึกษาของศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและการป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก  (Child Safety Promotion and Injury Prevention Research Center) พบว่าการเสียชีวิตของเด็กไทยจากอุบัติภัยจราจรเป็นสาเหตุการเสียชีวิตหลักของอุบัติเหตุและการบาดเจ็บในเด็ก โดยเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสองรองจากการจมน้ำ ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยของสถาบัน NHTSA (Nation Highway...
สามสัปดาห์ก่อน น้องมามิป่วยเป็นโรค 'มือ เท้า ปาก' เล่นเอางงกันทั้งบ้าน เพราะวันทั้งวันน้องก็อยู่บ้าน ยังไม่ได้ไปเนอร์สเซอรี่หรือโรงเรียนที่ไหน จึงลองทบทวนดูว่า อะไรคือสาเหตุ ซึ่งเป็นไปได้แค่สองอย่าง หนึ่ง น้องไปติดเชื้อจากโรงพยาบาลตอนไปพบคุณหมอจากการเป็นหวัดน้ำมูกไหล สอง การป้อนอาหารที่ผิดวิธี ที่ผู้ใหญ่ทั้งหลายชอบใช้มือหยิบอาหารป้อนเข้าปากน้อง สุดท้ายไม่ว่าจะสาเหตุอะไร ก็ต้องเสียค่ารักษาพยาบาลไปหลายหมื่น T-T ว่าแล้วเพื่อเป็นอุทาหรณ์สำหรับคุณพ่อคุณแม่คนอื่นๆ ลองสังเกตพฤติกรรมของตัวเอง หรือผู้ใหญ่ในบ้าน ว่าเสี่ยงต่อการนำเชื้อโรคเข้าปากน้องหรือเปล่า ลองมาดูข้อมูลว่าพฤติกรรมการกินแบบไหน ถึงอาจทำให้เด็กๆ ได้รับเชื้อโรคเข้าไปในร่างกายโดยที่เราอาจเผลอหรือไม่ทันระวังตัว ปากถึงปาก เวลาเห็นแม่นกป้อนอาหารลูกนก จากปากถึงปากก็ดูน่ารัก น่าอบอุ่นใจ ซะจริงๆ แต่อย่าได้หยิบยกความน่ารักแบบนี้มาใช้กับลูกรักของเราเลย เพราะการส่งอาหารแบบปากถึงปากสามารถถ่ายทอดเชื้อโรคจากคนป้อนสู่เด็กๆ ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเคี้ยวอาหารให้ การกัดแบ่งอาหารด้วยปากของ คุณพ่อคุณแม่ การอมเพื่อช่วยบรรเทาความร้อน หรือล้างรสชาติของอาหาร นั้นๆ ก่อนป้อนให้เด็กๆ กิน เป็นต้น ใช้อุปกรณ์การกินร่วมกัน ส่วนใหญ่คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกใน วัยเล็กมักจะกินข้าว...
จำได้ว่าปีที่ผ่านมา มีข่าวอุบัติเหตุเกิดขึ้นจากการเดินช็อบปิ้งในห้างสรรพสินค้าหลายครั้ง ทั้งในบ้านเราเองก็ดี ในต่างประเทศก็ดี และพวกเราชาวผู้ปกครองส่วนใหญ่ที่ใช้ชีวิตในเมืองบางครั้งก็จำเป็นต้องไปซื้อหาข้าวปลาอาหาร แวะฝากเงินธนาคาร ช็อบมิดไนท์เซล ... การเลี่ยงที่จะไม่ผูกลูกไปห้างด้วยจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย วันนี้ผมมีข้อมูลเกี่ยวจุดเสี่ยงที่มักเกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะกับเด็กๆ เวลาไปเดินห้างและคำแนะนำดีๆ มาฝาก รู้ไว้ลูกเราปลอดภัยแน่นอนครับ  ลานจอดรถ: หากเป็นไปได้ ควรจอดให้ใกล้กับประตูทางเข้า หรือใช้บริการ Valet หรือที่จอดรถสำหรับครอบครัว ซึ่งปกติทางห้างจะกันไว้ให้สำหรับรถที่มีสมาชิกนั่งมาด้วย 3-4 คนขึ้นไป หลังจากจอดรถแล้ว เราควรเดินมาเปิดประตูรับเด็กลงจากรถเสมอ ไม่ควรปล่อยเด็กเดินในลานจอดโดยไม่จูงมือ หรือถ้าเป็นไปได้ควรอุ้มเด็กเดินเข้าประตูห้างให้เร็วที่สุดเพื่อเลี่ยงการสูดก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ที่คละคลุ้งในลานจอด (โดยเฉพาะลานจอดรถชั้นใต้ดิน) บันไดเลื่อน: เด็กวัยกำลังซนแถมยังอยากรู้อยากเห็น แนะนำว่าควรจับมือลูกไว้ตลอดเวลาขณะยืนอยู่บนบันไดเลื่อน หากไม่เชื่อฟังและยังวิ่งเล่น ให้ค่อยๆ อธิบายอันตรายที่อาจเกิดขึ้นให้เขาฟัง เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็สำคัญ ดูว่าชายเสื้อ ชายกางเกง กระโปรง เชือกผูกรองเท้า เรียบร้อยดีไหม เพราะอาจถูกหนีบเข้าไปติดในซี่ฟันบันไดเลื่อนได้ ส่วนใครที่ใช้รถเข็นเด็กแนะนำให้โดยสารลิฟท์แทน เมืองนอกมีข่าวอุบัติเหตุรถเข็นหลุดมือ ลื่นไถล...
เป็นใครก็เข้าใจว่า ‘รถหัดเดิน’ นั้นจะช่วยให้ลูกเราเดินได้เร็วขึ้น เพราะชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่าเป็น ‘รถหัดเดิน’ ถูกออกแบบและสร้างมาให้เด็ก ‘หัดเดิน’  ลูกชายผม ก็ใช้รถหัดเดินครับ สารภาพว่าตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร จำได้ว่าตอนเด็กๆ คุณแม่ก็ให้เรานั่งเจ้ารถนี่ (คุณพ่ออุตส่าห์ไปขุดรูปสมัยวัยแบเบาะมาให้ดู) ก็เลยคิดว่ามันไม่น่าจะมีข้อเสียอะไร ดีเสียอีก ลูกเราจะได้เดินได้เร็วขึ้น แต่พักหลังได้ยินเข้าหูบ่อยๆ ว่า อย่าใช้เลย เดี๋ยวเด็กก็เดินมีปัญหาหรอก! อ้าวเฮ้ย ทำไมหล่ะ งั้นต้องไปลองค้นหาข้อมูลดูซะหน่อย แล้วก็ได้ความว่า... จากสถิติที่บันทึกโดยแพทย์เด็กหลายคนระบุตรงกันว่า รถหัดเดิน มีผลทำให้เด็กเดินผิดวิธี คือแทนที่จะลงน้ำหนักเต็มเท้า ก็จะเดินด้วยปลายเท้า (จากความเร็วของรถที่เคลื่อนไป) นอกจากนี้เด็กยังไม่สามารถเรียนรู้วิธีการรักษาสมดุลของร่างกาย เพราะเวลาต้องการให้รถเคลื่อนที่ ก็จะใช้วิธีพุ่งหัวเพื่อถ่ายน้ำหนัก หรือเอาหัวโน้มไปข้างหน้า ของแถมที่ตามมา ยังอาจทำให้เกิดอันตรายรุนแรงจากการพุ่งชนสิ่งของจนหล่นลงมาทับ การล้มคว่ำ การตกจากพื้นต่างระดับ หรือไถลตกบันได โชคดีที่กรณีผม ไม่เกิดปัญหาใดๆ ส่วนการเดินถามว่าผิดปกติไหม ก็ไม่นะ (เพราะให้ใช้ไม่นานมั้ง เดาเอา) ถือว่าโชคดี ส่วนอันเก่าที่โมโม่เคยใช้ และกะว่าจะเอามาใช้กับน้องมามิ...
เชื่อว่าทุกท่านที่มีลูก อยากที่จะเก็บภาพความทรงจำของเจ้าตัวน้อยเอาไว้ในทุกๆ อิริยาบท ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้ม ขณะกำลังหัวเราะ หรือโมเมนท์ที่ร้องไห้ เพราะเมื่อเวลาผ่านพ้นไปแล้ว ภาพเหล่านี้จะมีคุณค่าและไม่มีวันย้อนกลับไปถ่ายได้อีก  แต่ปัญหาใหญ่ก็คือ ถ่ายเท่าไหร่ ก็ดูเบลอ ไม่ชัด ไม่สวยซักที ... ผมเองก็เคยประสบปัญหานี้ แต่วันนี้พอจะจับทางได้แล้วว่าต้องทำอย่างไร เลยขออนุญาตนำข้อมูลมาบอกต่อครับ อันดับแรกที่สำคัญและขาดไม่ได้เลยก็คือ 'กล้อง' ปัจจุบันถือว่าโชคดีมากที่กล้องมันเป็นดิจิตอลหมดแล้ว ข้อดีที่หาไม่ได้ในกล้องฟิล์มเหมือนในสมัยก่อนคือสามารถถ่ายรัวได้ไม่ยั้ง (มาคัดภาพเอาทีหลัง) หลายคนถามว่าจะซื้อกล้องรุ่นไหนดีที่เหมาะกับถ่ายเด็กที่สุด ผมแนะนำอย่างนี้ครับว่า กล้องรุ่นไหนก็ได้ที่สามารถจับโฟกัสได้ไว และมีฟังก์ชันถ่ายภาพแบบต่อเนื่องได้ (ยิ่งเร็วยิ่งดี) นอกจากนี้ควรคำนึงถึงความสามารถในการรับแสง คือมีรูรับแสงกว้างๆ เพราะบางสถานการณ์เช่น ถ่ายเด็กทารก เราไม่สามารถใช้แฟลชได้ หรือกล้องสามารถปรับ ISO ได้สูงๆ โดยไม่มีผลกระทบกับคุณภาพของภาพมากนัก ... ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาสามารถพบได้ง่ายในกล้องแบบ DSLR ... แต่ก็ใช่ว่ากล้องคอมแพคจะใช้ไม่ได้เลยนะครับ ปัจจุบันมีหลายตัวที่มีความสามารถเทียบชั้น DSLR ได้ แถมยังได้เปรียบเรื่องขนาดที่พกพาได้ง่ายกว่า...
เมื่อวานนี้ (13/09/57) มีโอกาสดีได้พาเด็กๆไปร่วมชมนิทรรศการที่บอกได้คำเดียวว่าหาดูได้ยาก เพราะไม่ได้มีให้ดูทุกวันแต่จัดแค่ปีละครั้ง นั่นก็คืองาน ‘เอนฟา เบรน เอ็กซ์โป 360° จีเนียส’ จัดโดยบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด และกลุ่มผลิตภัณฑ์เอนฟา เอพลัส และที่อยากจะบอกคือ งานนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ครับ ไม่จำเป็นต้องดื่มนมเอนฟา แต่ในงานมีขายนมเอนฟาครับ ถ้าน้องคนไหนทานอยู่ก็จัดได้เลย ราคาโปรโมชั่นแถมมีของแถมเพียบ แต่ถ้าไม่ได้ซื้ออะไร ก็ไม่ต้องห่วง เค้ายังสแตมป์บัตรจอดรถได้ฟรีอีก 4 ชั่วโมงต่างหาก! สำหรับปีนี้ต้องบอกว่าอลังการงานสร้างกว่าปีที่ผ่านๆ มาหลายเท่า เพราะใช้พื้นที่ในรอยัล พารากอน ฮอลล์ แบบจัดเต็ม เอาเป็นว่าใครจะพาเด็กๆ ไปขอให้เตรียมเสบียงอาหารเผื่อไว้ด้วยเพราะรับรองว่าเด็กๆ จะได้ใช้พลังและเล่นสนุกกันจนแทบลืมเวลา (คุณพ่อคุณแม่หิวแทน) โดยธีมงานของปีนี้ยังคงเน้นไปที่การปลดล็อกศักยภาพสมองของเด็กๆ และธีมงานสำหรับปีนี้คือ...
ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร หากคุณจะให้ในสิ่งที่ลูกต้องการ เป็นใครก็รักและปรารถนาดี อยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดแก่ลูกทั้งนั้น แต่บางครั้งถ้ามันเกินคำว่า 'พอดี' ก็อาจส่งผลเสีย อันเป็นที่มาของพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ กลายเป็นเด็กถูกสปอยล์ ... เคยได้ยินคำว่า 'พ่อแม่รักแกฉัน' ใช่ไหมครับ?ยกเว้นว่าคุณจะเป็นมหาเศรษฐีหมื่นล้าน ลูกโตขึ้นมาเป็นแบบไหน ไปก่อความวุ่นวายอะไร ก็ไม่วอรี่เพราะมีเงินซะอย่าง แต่ที่สำคัญคือต้องห้ามตายนะครับ (เพราะลูกคงแก้ปัญหาเองไม่ได้)... ถ้ามั่นใจว่ามีคุณสมบัติครบทุกข้อ อนุโลมให้กดข้ามไปได้เลย^^ มีประโยคหนึ่งที่ Jerry Seinfeld นักแสดงตลกชาวอเมริกันเคยให้สัมภาษณ์ไว้อย่างน่าสนใจ ลูกของเขาเคยถามว่า "พ่อๆ เรารวยใช่มั้ย?" เขาตอบกลับไปว่า "ใช่ พ่อรวย แต่ไม่ใช่หนู" ... ประโยคนี้สำคัญครับ ลองคิดดูว่าคนระดับ Seinfeld สามารถเสกอะไรให้ลูกก็ได้ตามต้องการ แต่สิ่งที่เขาปรารถนาคือการเลี้ยงลูกให้ "ติดดิน" หรือกรณีของ ครอบครัว Beckham ที่แม้จะรวยล้นฟ้า ก็ไม่ลืมที่จะมอบความลำบาก สอนให้ลูกๆ ของเขารู้จักคุณค่าของเงิน...
มีใครไม่รู้จัก Google บ้างครับ? เชื่อว่าส่วนใหญ่จะรู้จัก Google และใช้กันอยู่แล้วในฐานะ 'เสิร์ชเอนจิน' สำหรับการค้นหาเว็บไซต์หรือข้อมูลต่างๆ ที่อยากรู้ แต่เชื่อไหมครับว่าวันนี้ Google เป็นมากกว่านั้น ...  จากการที่ผมได้โอกาสไปร่วมงานอีเว้นท์ของ Google ที่กรุงไทเปในไต้หวันเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่ง Google ได้นำเสนอบริการใหม่ๆ มากมายที่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาพยายามแทรกซึม ... ไม่เอา ขอเรียกเติมเต็มดีกว่า ความพยายามของ Google เพื่อช่วยเติมเต็มการชีวิตประจำวันของเราให้สมบูรณ์ได้ถูกนำมาเปิดเผยในงานแสดงวิสัยทรรศน์ชื่อเก๋ๆ ‘A Day with Google’ โดย Google ได้เนรมิต Huashan Creative Park สถานที่จัดงานให้มีบรรยากาศเหมือนบ้านที่ดูอบอุ่นเป็นกันเอง โดยแบ่งแต่ละห้องออกเป็นธีมที่แตกต่างกันไปตามคอนเซ็ปต์ของโปรเจ็กต์ต่างๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่านอกจากการเสิร์ชแล้ว Google ยังมีบริการอื่นๆ ที่มีประโยชน์อีกมากมายสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันของเรา บางอย่างก็พอรู้อยู่แล้ว แต่บางอย่างก็เกินคาดไปมาก ......