นี่เรามาถึงจุดที่ต้องดิ้นรนเพื่อที่จะได้สูดอากาศสะอาดกันแล้ว?? …

ข้อมูลต่อไปนี้ สรุปจากรายงานเรื่องฝุ่นพิษ PM 2.5 ของสำนักข่าวในออสเตรเลียที่ได้ไปสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสภาพแวดล้อม นักวิทยาศาสต์ และผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพและคุณภาพอากาศ (International Laboratory for Air Quality and Health) ประเทศที่กำลังได้รับผลกระอย่างรุนแรงจากการเกิดไฟป่า ที่ส่งผลให้คุณภาพอากาศย่ำแย่ยิ่งกว่าบ้านเราขณะนี้

ต่อไปนี้คือคำถามและคำตอบเกี่ยวกับเรื่องการปฏิบัติตัวในสภาวะฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน ที่ผมคิดว่าเราต้องรู้ไว้

Q: ควรอยู่แต่ในบ้าน ปิดประตูหน้าต่างให้หมดเมื่อค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐาน?
A: Amanda Wheeler นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องการปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในบ้านที่ได้รับผลกระทบจากควันพิษบอกว่า “เป็นความคิดที่ถูกต้อง”

แต่เนื่องจากบ้านส่วนใหญ่จะมีรูหรือช่องว่างต่างๆ ตามขอบประตู หน้าต่าง ที่อากาศสามารถถ่ายเทอากาศได้อยู่แม้จะถูกปิดไว้หมด ข้อดีก็คือจะไม่เกิดการสะสมของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้เช่นกัน ส่วนการถ่ายเทจะมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับบ้านแต่ละหลัง (โดยมากบ้านเก่าจะมีอากาศถ่ายเทมากกว่าบ้านใหม่จากร่องตามประตูหน้าต่าง)

Q: แล้วเราจะป้องกันไม่ให้ฝุ่น PM2.5 เข้ามาในบ้านได้ไหม?
A: ในกรณีที่เกิดภาวะฉุกเฉินหรือสภาพอากาศวิกฤต แนะนำให้ทำการซีลขอบประตู หน้าต่างให้แน่นหนาขึ้นด้วยเทปโฟมต่างๆ (มีขายตาม Home Pro หรือที่ Daiso ก็มีขาย) เพื่อป้องกันให้ฝุ่นเล็ดรอดเข้ามาในบ้านน้อยที่สุด อย่าลืมซีลช่องว่างใต้ประตูให้เหลือช่องว่างน้อยที่สุดด้วย

Q: เวลาอยู่ในบ้านสามารถเปิดแอร์ได้ไหม?
A: ได้ แต่ถ้าเป็นแอร์ประเภท Reverse Cycle (แอร์ติดหน้าต่าง) อย่าลืมปรับเป็นโหมดอากาศเวียน เพราะไม่เช่นนั้นแอร์จะดึงอากาศจากภายนอกเข้ามาภายใน ส่วนการเปิดพัดลม ช่วยทำให้อากาศในบ้านหมุนเวียน แต่ไม่ได้ช่วยลดฝุ่น ทางออกที่ดีที่สุดคือการใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรองมาตรฐาน HEPA

Q: ควรเปิดบ้านให้ถ่ายเทอากาศตอนไหน?
A: ตอนที่คุณภาพอากาศเริ่มดีขึ้นและอยู่ในระดับที่ปลอดภัย จะรู้ได้อย่างไร? แนะนำให้ติดตั้งแอพฯ รายงานคุณภาพอากาศ เช่น AirVisual, BreezoMeter AQI ที่สามารถดูคุณภาพอากาศได้แบบเรียลไทม์ อย่าลืมปรับช่วงเวลาการอัพเดตเป็นรายชั่วโมงจะได้ค่าที่แม่นยำกว่าแบบ 24 ขั่วโมง แต่ถ้ามีงบประมาณแนะนำให้ซื้อเครื่องวัดคุณภาพอากาศแบบพกพามาติดบ้านไว้ (ร้านค้าออนไลน์มีขายหลายยี่ห้อ ราคาพันกว่าบาท) สามารถกดเช็คได้ตลอดเวลาและได้ทราบค่าตัวเลขที่แม่นยำกว่า

Q: จะซื้อเครื่องฟอกอากาศต้องดูอะไรบ้าง?
A: ข้อมูลในบทความเรื่องนี้น่าจะช่วยได้ครับ “เลือกเครื่องฟอกอากาศไม่ยากอย่างที่คิด”

Q: เครื่องฟอกแบบ DIY ที่เห็นตาม YouTube ใช้งานได้จริงไหม?
A: ได้ แต่เรื่องของประสิทธิภาพจะเทียบเท่าเครื่องฟอกแบรนด์ต่างๆ หรือเปล่านั้นไม่สามารถตอบได้เพราะยังไม่มีการทดสอบจากหน่วยงานใดๆ และการ DIY นั้นมีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายอย่างทั้งการซีลปิดรอยต่อของพัดลมและฟิลเตอร์ แรงของพัดลม ชนิดของฟิลเตอร์ ซึ่งถ้าต้องการทำเองจริงๆ แนะนำให้เลือกใช้ฟิลเตอร์ที่ได้รับมาตรฐาน HEPA ด้วย

คำแนะนำที่ควรปฏิบัติเมื่อค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐาน
1. สวมหน้ากากป้องกันตลอดเวลาที่ต้องอยู่ในบริเวณที่ค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐาน หน้ากากผ้าและหน้ากากอนามัยแบบกระดาษ (แบบที่คุณหมอใส่ในห้องผ่าตัด) ไม่สามารถป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้ แนะนำให้เลือกใช้หน้ากากที่ระบุว่ากรองฝุ่น PM 2.5 ได้ โดยหน้ากากชนิด N95, P100 จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันที่ดีที่สุด (แต่ต้องยอมอึดอัดหน่อยเวลาใส่)

  1. ลด/หลีกเลี่ยงการอยู่นอกอาคาร ใช้เวลาอยู่ในอาคารที่มีระบบกรองอากาศที่มีคุณภาพ เช่น อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ (กรณีที่ที่บ้านมียังไม่มีเครื่องกรองอากาศใช้)
  2. หลีกเลี่ยง/ลดจำนวนชั่วโมงการออกกำลังกายกลางแจ้ง เปลี่ยนมาออกกำลังกายในบ้าน หรือยิมแทน
  3. ลดการใช้รถยนต์ และการเผาขยะ
  4. ถ้าเป็นไปได้ ย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดที่มีอากาศที่ดีกว่าชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

แถมท้ายวิธีป้องกัน PM 2.5 ที่ไม่ได้ช่วยอะไร (ไม่ได้ผล)

  1. ผ้าปูโต๊ะแบบบาง ผ้าโสร่ง ที่ชุบน้ำบิดหมาดมาแขวนบังไว้หน้าพัดลม หรือวางไว้กลางห้อง… ผ้าเหล่านี้ไม่สามารถดักจับฝุ่น PM 2.5 ได้
  2. สเปรย์ละอองน้ำในห้องเพื่อให้ฝุ่นตก … อาจได้ผลไม่มากนักเพราะเมื่อฝุ่นที่ตกลงพื้นแห้งก็จะกลับมาฟุ้งกระจายได้อีก นอกจากนี้ค่าความชื้นในอากาศสูงที่สามารถทำให้ฝุ่นตกลงพื้นได้จะต้องมากถึง 75% ซึ่งสูงเกินไปและทำให้เกิดอันตรายโดยเฉพาะเด็กๆ และผู้ที่มีโรคประจำตัว
  3. ใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีไส้กรอง HEPA … เครื่องดูดฝุ่นสามารถกำจัดฝุ่นละอองขนาดใหญ่บนพื้นผิวได้เท่านั้น ไม่สามารถกำจัดฝุ่นละอองในอากาศได้

ข้อมูล: ABC News, ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ รพ.กรุงเทพ