เล็งเจ้าหุ่นยนต์ดูดฝุ่น Ecovacs Deebot Ozmo 900 มาประจำการแทนเจ้า LG Hom-bot Square VR62701LVM ที่ใช้มากว่า 4 ปี ประสิทธิภาพโรยราไปตามอายุขัย แถมอะไหล่ทดแทนก็หายากขึ้นเรื่อยๆ ขนาดไปที่ศูนย์บริการ LG สั่งแปรงปัดซ้าย-ขวายังไม่มีของต้องสั่งและรอ 30-45 วัน… จังหวะพอดีกับช่วงเทศกาล 11.11 ที่ถล่มราคาลงมาเลยรีบกดมาแบบไม่ต้องคิด

ถามถึงแบรนด์ Ecovacs ต้องบอกว่าเค้าเป็นแบรนด์จีนที่ไม่กะโหล่งโป๊งครับ อยู่ในตลาดมานานพอควรและมีการเปิดตัวรุ่นใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ คือถ้าสืบกันจริงๆ จะรู้ว่าชื่อชั้นของ Ecovacs ไม่ได้ขี้เหร่เลย เพราะเป็นนี้เค้ามุ่งเน้นพัฒนา วิจัย และผลิตหุ่นยนต์ทำความสะอาด (Cleaning Robot) แบรนด์ของตัวเองอย่างจริงจัง มีการส่งผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายทั้งในตลาดอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่มีแบรนด์ดังๆ แข็งโป๊กอยู่เต็มไปหมด

ดูๆ ไปแนวทางของ Ecovacs จะคล้ายกับ Xiaomi ที่เน้นเรื่องการทำราคาที่ในระดับที่ยูสเซอร์ทั่วไปจับต้องได้ ประสิทธิภาพต้องดีสมราคา แต่ที่ต่างไปก็อย่างที่บอกไปก่อนหน้าครับว่า Ecovacs เค้าถนัดเรื่องโพรดักส์ด้านหุ่นยนต์ทำความสะอาดโดยเฉพาะ ซึ่งเรื่องนี้ผมค่อนข้างมั่นใจว่ามันโอเคเพราะเคยเชียร์เพื่อนซื้อใช้มาแล้ว และผลลัพธ์ก็ถือว่าน่าพอใจมาก

เจ้าหุ่นยนต์ดูดฝุ่น Ecovacs Deebot Ozmo 900 ตัวนี้ไม่ได้แค่สามารถดูดฝุ่นครับ แต่มันยังมีระบบถูเปียกด้วยเทคโนโลยีการจ่ายน้ำผ่านแทงค์ Ozmo ฟังก์ชั่นพื้นฐานมีครบที่ต้องการทั้งการตั้งเวลาทำงานได้ละเอียดระดับวัน เดินกลับไปชาร์จออโต้เมื่อแบตใกล้หมด รองรับการเชื่อมต่อและสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Google Home และ Amazon Alexa ได้ด้วย OMG!!

Ecovacs Deebot Ozmo 900 Specification (เทียบกับเจ้า LG Hom-bot Square ที่ใช้อยู่)

 

Ecovacs Deebot Ozmo 900

LG Hom-bot Square VR62701LV

ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง:

35.4 เซนติเมตร 

34 เซนติเมตร

ความสูง:

10.2 เซนติเมตร 

8.9 เซนติเมตร

น้ำหนัก:

4.6 กิโลกรัม    

3 กิโลกรัม

ระดับเสียงขณะทำงาน:

58dB

61dB

ระดับพื้นสูงสุดที่ข้ามได้:

1.6 เซนติเมตร

1.5 เซนติเมตร

ความจุถังเก็บฝุ่น:

0.47 ลิตร

0.6 ลิตร

ความจุถังน้ำ:

250 มิลลิลิตร

N/A

แบตเตอรี่:

3,200 มิลลิแอมป์

N/A

ระยะเวลาการชาร์จแบตเตอรี่:

ประมาณ 4 ชั่วโมง

ประมาณ 3 ชั่วโมง

รายการอุปกรณ์ในกล่อง
1. ตัวเครื่อง Ecovacs Deebot Ozmo 900
2. OZMO Water Tank
3. แท่นชาร์จและสายไฟ (ความยาว x เมตร)
4. ผ้าไมโครไฟเบอร์แบบใช้ซ้ำได้ 2 ผืน
5. แปรงปัดซ้าย-ขวา 2 ชุด (1 ชุดใช้งาน + 1 ชุดสำรอง)
6. ไส้กรองฝุ่น 2 ชุด (1 ชุดใช้งาน + 1 ชุดสำรอง)
7. หัวดูดตรง 1 ชุด
8. อุปกรณ์ทำความสะอาดแปรง
9. คู่มือ

ดีไซน์ และฟังก์ชั่น
รูปร่างหน้าตาของ Deebot Ozmo 900 มาในรูปแบบวงกลมเหมือนหุ่นยนต์ดูดฝุ่นส่วนใหญ่ในท้องตลาด แต่ที่ต่างออกไปคือการติดตั้งโดมที่ยื่นสูงขึ้นมาบริเวณท้ายเครื่องซึ่งด้านในเป็นที่อยู่ของเซ็นเซอร์วัดระยะระบบเลเซอร์ (LDS – Laser Distance Sensor) โดยจะทำงานร่วมกับระบบ Laser-Guided Navigation System 3.0 เพื่อคำนวณระยะห่างระหว่างตัวเครื่อง กับวัตถุ เพื่อสร้างแผนที่จำลอง (Virtual Map) และวางแผนในการทำความสะอาดแต่ละครั้ง ทำให้มันสามารถเคลื่อนตัวไปยังบริเวณต่างๆ ภายในห้องได้อย่างคล่องตัวและแม่นยำทั่วทุกจุด

ใต้ฝาปิดขนาดใหญ่สีขาวที่สามารถยกเปิดได้เลยโดยไม่ต้องปลดล็อกหรือกดกระดกอะไรเป็นที่อยู่ของถังเก็บฝุ่น และปุ่ม Power เปิด-เปิด และปุ่ม Reset ขนาดเล็กอยู่ข้างๆ ถังเก็บฝุ่นสามารถดึงก้านจับยกขึ้นมาทำความสะอาดได้สะดวก โดยจะมีแค่ฟิลเตอร์ Hepa กรองละเอียดเท่านั้นที่ต้องใช้แปรงปัดหรือเคาะฝุ่นออก นอกนั้นล้างน้ำได้หมด (อย่าลืมตากให้แห้งด้วยนะครับ)

พลิกมาดูใต้ท้องเครื่อง จะเห็นแปรงปัดติดตั้งไว้ 2 ชุดซ้าย-ขวาสำหรับปัดฝุ่นให้เข้าไปในช่องดูดลมที่อยู่ตรงกลางซึ่งมีแปรงหมุนกวาดฝุ่นอีก 1 ชุด

นอกจากระบบการเคลื่อนที่ที่ฉลาดไว้ใจได้แล้ว เจ้า Deebot Ozmo 900 ยังมีทีเด็ดคือการถูพื้นแบบเปียกได้พร้อมๆกับการดูดฝุ่นด้วย โดยที่ด้านท้ายเครื่องจะมีแทงค์น้ำที่สามารถปล่อยน้ำให้ผ้าไมโครไฟเบอร์ที่เราสามารถติดตั้งเข้าไปเพิ่มเติมได้ผ่านชุด Plate ที่มีมาให้ในชุด คือถ้าไม่เติมน้ำในแทงค์ หรือไม่ติด Plate เข้ากับตัวเครื่อง (มีเซ็นเซอร์แม่เหล็ก) ระบบถูเปียกก็จะไม่ทำงานครับ

ควบคุมผ่าน App และ Google Assistant
Deebot Ozmo 900 รองรับการเชื่อมต่อและสั่งงานผ่านสมาร์ทโฟนได้ 2 ทางครับคือ Ecovacs Home ซึ่งเป็นแอพฯหลัก และ Google Assistant (หรือ Amazon Alexa)

Ecovacs Home: แอพฯ นี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการหลักที่เราสามารถตรวจสอบสถานะ ตั้งค่าการทำงาน และสั่งงาน ซึ่งฟังก์ชั่นที่ใส่มาให้เรียกได้ว่าละเอียดมาก ไม่ว่าจะเป็นการดูสถานะการชาร์จแบตเตอรี่ การตั้งต่าการดูฝุ่น-ถูพื้น กำหนดตารางเวลาทำงาน และส่วนสำคัญซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นตัวนี้ก็คือการดูแผนที่การทำความสะอาด

หลักการของมันคือในครั้งแรกที่ทำงานมันจะทำการสแกนพื้นที่เพื่อรวบรวมข้อมูลมาสร้างเป็น Virtual Map โดยหลังจากทำงานเสร็จสมบูรณ์และวิ่งกลับมายังสถานีชาร์จแล้ว แผนที่จะถูกสร้างขึ้นและอัพเดตเข้าสู่หน้าแอพฯ ซึ่งคุณจะทราบได้ทันทีว่าหุ่นยนต์เดินไปทั่วทั้งบ้านหรือมีบริเวณใดที่ถูกข้ามไปหรือไม่ (จะได้ไปตรวจสอบบริเวณนั้นๆ ว่ามีอุปสรรคที่ทำให้มันไม่สามารถเดินเข้าไปทำความสะอาดได้หรือเปล่า)

นอกจากนี้ แผนที่นี้จะมีประโยชน์ในการทำงานครั้งต่อไป เพราะมันจะออกไปทำความสะอาดได้เร็วขึ้น ทั่วถึงมากขึ้น รวมไปถึงเรายังสามารถใช้แผนที่นี้ในการกำหนดโซน กั้นบริเวณที่ไม่ต้องการให้ Deebot เดินเข้าไปทำความสะอาด เช่น ในห้องของเล่นที่เด็กๆ ต่อเมืองเลโก้ไว้เมื่อวาน ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่ดีงามมากและได้ใช้จริงแน่ๆ (ก่อนหน้านี้ต้องหาถังหากล่องลังมากั้น ชีวิตดูลำบากมาก)

Google Assistant: แอพฯ นี้จะใช้ก็ได้หรือไม่ใช้ก็ได้ แต่สิ่งที่ต้องทำครั้งแรกคือการผูก Deebot เข้ากับแอพฯ เสียก่อน วิธีการก็ง่ายมาก เปิดแอพฯ Google Assistant แล้วคลิกเลือก Explore จากนั้นพิมพ์คำว่า Deebot ลงไปแล้วทำตามขั้นตอนที่แจ้ง เสร็จปุ๊บก็สามารถสั่งเจ้า Deebot ไปทำงานผ่าน Google ได้ทันที โดยคำสั่งเสียงที่สั่งได้ก็จะมีประมาณนี้ครับ

  • Start the vacuum (เริ่มทำงาน)
  • Stop vacuuming (หยุดทำงาน)
  • Charge the vacuum หรือ Send the vacuum home (สั่งให้กลับไปสถานีชาร์จ)
  • Is the vacuum running? (เช็คว่าดูดเสร็จหรือยัง กรณีอยู่นอกบ้านหรืออยู่คนละชั้นกับหุ่นยนต์)

ได้ลองใช้แล้วบอกเลยว่าเวิร์คครับ ยิ่งใครที่ใช้สมาร์ทดีไวซ์ผูกกับ Google Home อยู่แล้วจะสะดวกมาก

แชร์ประสบการณ์การใช้งาน
หลังจากที่ได้ใช้งานเจ้า Deebot Ozmo 900 มาหนึ่งสัปดาห์ขออนุญาตแชร์ข้อมูลทั้งที่ชอบและไม่ชอบตามนี้ครับ

สิ่งที่ชอบ 🙂
ทำงานได้สมูท ไม่มีติดขัดหยุดตายระหว่างทาง สามารถดูการทำงานย้อนหลังว่าเดินได้ทั่วถึงทุกจุดในบ้านหรือไม่จาก 2D Map ที่ตัวหุ่นสร้างขึ้น สามารถกำหนดตารางเวลาทำงานได้ (เช่น วันเว้นวัน) เสียงรบกวนประมาณ 61dB ดังกว่า LG Hom-bot เล็กน้อย (58dB) แต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่รับได้ไม่รบกวนกิจกรรมในบ้านอย่างดูหนังฟังเพลงมากมายอะไร

การใช้โหมดถูพื้นทำได้ง่ายแค่ติด Plate ผ้าไมโครไฟเบอร์เพิ่มเข้าไปและเติมน้ำลงแทงค์ ซึ่งน้ำหนึ่งแทงค์จะสามารถถูได้ 2 รอบ (อ้างอิงข้อมูลจาก Map ที่แจ้งพื้นที่ทำความสะอาด 57 ตารางเมตร) และกำหนดค่าปล่อยน้ำให้ผ้าไว้ที่ “Medium” ส่วนผลลัพธ์การถูกต้องบอกว่าสะอาดใช้ได้ ให้ 90/100 อาจจะมีรอยคราบหนักๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่บ้าง แต่โดยรวมถือว่าเดินแล้วรู้สึกสะอาดเท้าดีเลยครับ อ้อ ลืมบอกไปว่ากรณีที่ถูแล้วน้ำไม่หมดแทงค์ในรอบเดียว ก็ไม่ต้องถอดจอดทิ้งได้เลย น้ำไม่รั่วซึมใดๆ ครับ

สิ่งที่ไม่ชอบ 🙁
จุดเดียวที่ไม่ชอบก็คือบริเวณโดมเซ็นเซอร์ที่ยื่นขึ้นมาบนตัวเครื่อง ทำให้ความสูงของมันเพิ่มขึ้นและไม่สามารถลอดเข้าไปใต้ตู้เตียงได้คล่องเท่ากับ LG Hom-bot ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเข้าไม่ถึง นานๆ เข้าก็จะมีฝุ่นตกค้างตามมา อีกจุดที่คิดว่าน่าจะปรับปรุงคือไม่รู้ว่าเป็นเพราะบันทึกเสียงพูดหรือลำโพงไม่ดี เวลามีแจ้งเตือนอะไรจะฟังไม่ค่อยออกว่าพูดอะไร ต้องมาเปิดดูในแอพฯ อีกครั้ง

สรุปปิดท้าย
ถ้าใครกำลังมองหาหุ่นยนต์ทำความสะอาดพื้นมาช่วยกวาดและถูพื้นได้ในตัวเดียว ผมมองว่า Deebot 900 Ozmo เป็นรุ่นที่น่าสนใจเพราะปัจจุบันมีการปรับลดราคาลงมาพอสมควร (มีรุ่นใหม่มาแทนคือ Deebot 920 Ozmo ที่รองรับการสร้างแผนที่ 2 ชุด) ซึ่งจากประสบการณ์ในกลุ่มเพื่อนๆ ที่ซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่นมาหลายรุ่น ณ ช่วงเวลานี้ ในงบไม่เกินหมื่นบอกเลยว่าไม่มีตัวไหนเก่งเท่ารุ่นนี้แน่ๆ (11.11 Flash Sale กดคูปองลดรวมๆ แล้วได้มาในราคา  8,333 บาท ถือว่าคุ้มทุกบาททุกสตางค์จริงๆ ครับ)