ตั้งแต่เข้าช่วงหน้าฝนมา บอกเลยครับว่าออกกำลังกายน้อยลง เหตุผล(ภรรยาบอกว่าข้ออ้าง)เพราะไม่ช่วงเช้าก็เย็นย่ำหลังเลิกงาน ฝนมันจะต้องตกทุกครั้งไป ไอเราแรกๆ ก็เริ่มชิล ไปๆ มาๆ น้ำหนักเพิ่มมา 2 กิโลกว่า .. ชักจะชิลไม่ไหว ต้องทำอะไรซักอย่างละ

จริงๆ มองลู่วิ่งออกกำลังกายมาหลายหน แต่พอหาข้อมูลถามคนที่เคยซื้อ เกือบทุกคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “อย่าเลย เดี๋ยวก็กลายเป็นที่ตากผ้า” แต่อีกเหตุผลที่ทำให้ยังไม่ตัดสินใจซื้อซะทีก็คือเรื่องของ “พื้นที่วาง” เจ้าลู่วิ่งนี่ ที่บอกเลยว่าค่อนข้างเกะกะ ถึงจะเป็นรุ่นที่ยกพื้นพับได้ ก็ยังใหญ่และกินพื้นที่วางในบ้านพอสมควรอยู่ดี

หลังจากน้ำหนักขึ้นมา 2 โล ก็เลยมาลองค้นข้อมูลดูอีกครั้ง แล้วก็ไปเจอของดีที่เรียกว่าตอบโจทย์ความต้องการเลย นั่นก็คือเจ้า Mi Walking Pad หรือคือลู่ไฟฟ้าที่สามารถพับเก็บได้ไม่เกะกะ แถมยังไม่มีราวจับที่จะแปลงร่างเป็นราวตากผ้าในอนาคตด้วย เฮ้ย ดีอ่ะ!

ทำความรู้จัก Mi Walking Pad
จุดเริ่มต้นของ Walking Pad นั้นก็น่าสนใจครับ เป็นการนำเอาข้อจำกัดและจุดอ่อนของลู่ไฟฟ้าทั่วไปมาปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นโดยเฉพาะเรื่องของขนาดที่ใหญ่โตกินพื้นที่ ไอเดียของ Walking Pad ถูกนำเสนอในการระดมทุนผ่าน MioT Crowdfunding Platform ในจีนที่มีเจ้าภาพเป็นบริษัท Xiaomi ที่เรารู้จักกันดีเมื่อช่วงต้นปี 2018 จนสินค้าถูกผลิตเพื่อจำหน่ายจริงในประเทศจีนเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2018 เป็นต้นมา (ราคาเปิดตัวที่จีน 1,699 หยวน) ตอนนี้บ้านเรามีขายทั้งในร้านตัวแทนจำหน่าย (12,900 บาท) และในร้านช็อบปิ้งออนไลน์ที่หาได้ในราคาหมื่นต้นๆ ต่างกันเรื่องระยะเวลาการรับประกัน ลองคำนวนดูว่าคุ้มไหมแล้วก็จัดได้ตามใจครับ

ดีไซน์ภายนอก
จุดเด่นของ Mijia Walking Pad คือความเป็นลู่ไฟฟ้าที่สามารถพับเก็บได้ คือไม่ได้พับแบบลู่ไฟฟ้าทั่วไปที่ยกพื้น (จุดที่เป็นสายพาน) ขึ้นมาตั้งตระหง่ายไว้เกะกะอยู่ดี แต่ของ Walking Pad นี่จะพับแบบหักครึ่งเหมือนพับขนมปัง พับเสร็จก็จะแบนราบสอดเก็บไว้ใต้เก้าอี้โซฟาได้เลย เหมาะสำหรับใครที่ไม่ชอบวางอะไรเกะกะในบ้าน หรือคนที่อยู่คอนโด มีพื้นที่จำกัด

ในโฆษณาบอกถึงขั้นว่า “พกพา” ได้ ซึ่งถ้าพิจารณาเฉพาะมิติรูปร่างของมันก็พอได้ เพราะเมื่อพับแล้วจะมีขนาดแค่ 82x55x12.9 ซม.เท่านั้น แต่น้ำหนัก 28 กิโลนี่ผมว่าคนที่ทำหน้าที่พกนี่แหล่ะจะหน้ามืดเอาง่ายๆ (อันที่จริงมันก็เบากว่าลู่ไฟฟ้าทั่วไปเยอะแล้วหล่ะ) เอาเป็นว่าเคลื่อนย้ายได้ไม่ยากดีกว่า การเข็นไปวางตามจุดต่างๆ ในบ้านทำได้สะดวกเลยเพราะมีล้อเลื่อนมาให้ด้วยบริเวณใต้หัวเครื่อง

ออกกำลังกายสบายๆ: เด็กวิ่งได้ ผู้ใหญ่เดินดี
ชื่อ Walking Pad ก็บอกอยู่แล้วว่ามันเป็นเป็นลู่ไฟฟ้าที่ออกแบบมาสำหรับ “เดิน” ออกกำลังกาย เพราะด้วยความที่ตัวเล็ก มอเตอร์ไฟฟ้าจึงมีขนาดกะทัดรัดไปด้วย ความเร็วสามารถปรับได้ 12 ระดับตั้งแต่ 0.5 ถึง 6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (Step ละ 0.5) คือถ้าเราใช้เองแล้วปรับความเร็วสูงสุดก็จะประมาณ “เดินเร็ว” ไม่ถึงกับวิ่ง แต่ถ้าสำหรับเด็กๆ แล้วความเร็ว 6 Km/h นี่ใช้วิ่งเรียกเหงื่อได้เลย ส่วนผมนี่เอามาเดินออกกำลังกายตอนเช้าพร้อมๆ กับดูทีวี ดูซีรี่ส์ หรือบางทีก็เล่นเกมไปด้วย เดินเพลินๆ เผลอแป๊บๆ ผ่านไปชั่วโมงแล้ว … ถึงตาส่วนลูกสาวคนเล็ก เปิดสปีด 3 Km/h เดินไปชั่วโมงนึง เรากลัวเมื่อยเลยบอกให้พักก่อน สรุปขอเดินต่อค่ะป๊า หนูการ์ตูนยังไม่จบเลย 555

การพับ-กาง: ทำได้สะดวกแต่ต้องระวัง
มาดูการพับเก็บ-กางออกของ Walking Pad สามารถทำได้สะดวกโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือหรือกดปุ่มล็อกปลดล็อกอะไรเลย แต่ด้วยน้ำหนักที่มากพอควรไม่แนะนำให้เด็กเล็กทำเองเพราะอาจเกิดอันตรายได้ เมื่อกางออกแล้วตัวเครื่องจะมีพื้นที่เดินบนสายพานกว้าง 41 ยาว 120 ซม. ซึ่งก็ถือว่าเดินได้สบายๆ ไม่ต่างจากลู่ไฟฟ้าระดับเริ่มต้นทั่วไป และที่ดีกว่าคือความสูงจากพื้นถึงสายพานมีระยะแค่ 5.7 ซม.เท่านั้น ตรงนี้สามารถลดโอกาสการบาดเจ็บจากการเดินตกลู่ได้ แถมยังลดการเกิดเสียงกระแทกรบกวนคนในบ้านระหว่างการใช้งานอีกด้วย

ตัวเครื่อง Walking Pad มาในสไตล์ของ Xiaomi คือดูเรียบง่ายและแข็งแรงด้วยการใช้วัสดุหลัก(ตัวฐาน)เป็นอลูมินั่มอัลลอยด์ ด้านบนเป็นพลาสติกคุณภาพสูงฝังจอ LED ไว้แสดงข้อมูลความเร็ว/ระยะทาง/จำนวนก้าว แคลลอรี่/ระยะเวลาที่เดิน (วนไปเรื่อยๆ) และมีไฟแสดงสถานะของโหมดการทำงานด้านล่างดูเข้าใจไม่ยาก

เรื่องความปลอดภัย ก็ไม่ต้องเป็นกังวลครับ เพราะ WalkingPad มาพร้อมฟังก์ชั่นป้องกันหลายอย่าง มีทั้ง
– Child Safety Lock ป้องกันเด็กๆ กดปุ่มเปิดเครื่องทำงานโดยไม่ได้ตั้งใจ
– Overload Protection เครื่องรับน้ำหนักได้ 90 กิโลกรัม เกินกว่านี้เครื่องจะไม่ทำงานครับ
– Automatic Hibernation หากไม่มีการใช้งานเกินระยะเวลาที่กำหนด เครื่องจะปิดการทำงานโดยอัตโนมัติ
– Novice Speed Aid โหมดสอนการใช้งานเริ่มต้น เพื่อการใช้งานเครื่องอย่างปลอดภัย

เชื่อมต่อ App: สอนการใช้งานและบันทึกสถิติ
แน่นอนว่าพอเป็นสินค้าภายใต้แบรนด์ของ Xiaomi ก็ย่อมต้องมีความสามารถพิเศษเพิ่มเติม อย่าง WalkingPad ตัวนี้ก็จะมี WiFi สำหรับเชื่อมต่อเข้ากับ Mi  Ecosystem ที่มีแอพพลิเคชั่น Mi Home เป็นศูนย์กลางได้เหมือนกับอุปกรณ์อื่นๆ ของ Xiaomi

การใช้งาน WalkingPad เฉพาะครั้งแรกจำเป็นต้องเชื่อมต่อกับแอพฯ Mi Home บนสมาร์ทโฟนก่อนเพื่อทำการตั้งค่าเบื้องต้น เช่น ข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้งาน เพศ อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง จากนั้นจะมีคำแนะนำการใช้งาน (Novice Guide) ให้ทำตามขั้นตอนต่างๆ จนครบ ตรงนี้สำคัญนะครับ เพราะนอกจากจะเป็นการเรียนรู้การใช้งานก่อนเริ่มใช้งานจริงแล้ว ยังจะเป็นการปลดล็อกความเร็วให้สามารถปรับสปีดได้ถึง 6 Km/h (ถ้าไม่เชื่อมแอพฯ ดู Novice Guide จะปรับความเร็วได้สูงสุดแค่ 4 Km/h เท่านั้น) บางคนใจร้อน มาถึงเสียบปลั๊กขึ้นเดินเลย ปรากฏปรับสปีดไม่ได้ไปโวยวายร้านค้าอีก บอกเลยไม่ดีอย่าทำ

เริ่มใช้งาน: ปรับได้ 2 โหมดแล้วแต่ชอบ
ลืมบอกไปครับว่า WalkingPad ตัวนี้จะมาพร้อมรีโมทคอนโทรลอันเล็กๆ พร้อมสายคล้องมือ เอาไว้กดควบคุมการทำงานคือการปรับโหมดและสปีดความเร็ว คือไม่ใช่ว่าพอไม่มีราวจับและแผงหน้าปัดแล้วต้องก้มๆ เงยๆ กดปุ่มปรับโหมดนะ Xiaomi เค้าคิดแก้ปัญหามาให้หมด ไม่ต้องห่วง ส่วนใครที่เคยใช้เครื่องที่มีราวจับมาก่อน อาจจะเหวอๆ ตอนแรก แต่พอใช้ไปสักพักก็จะชินไปเอง ข้อเสียอย่างเดียวของการไม่มีราวจับก็คือไม่มีที่วางมือถือเอาไว้ดู YouTube ระหว่างเดินแค่นั้น ส่วนผมไม่นิยมดูจอเล็กอยู่แล้วก็สบายไป (เริ่มสายตายาวละ) เดินไปดูจอใหญ่ไปสะใจกว่า

มาดูโหมดการทำงานกันบ้าง สามารถเลือก 2 โหมดคือโหมด Auto กับโหมด Fixed ครับ (ใน Novice Guide จะมีการอธิบายและให้เราได้ทดลองใช้งานก่อนอยู่แล้ว) โดยโหมด Auto ตัวเครื่องจะใช้เซ็นเซอร์ใต้สายพานตรวจสอบการเดิน ถ้าเราเดินมาใกล้ด้านบนแปลว่าเราเดินเร็ว เครื่องก็จะปรับความเร็วเพิ่มให้เอง แต่ถ้าเราเริ่มเหนื่อยเดินช้าลง จนมาอยู่ในโซนล่างของสายพาน เครื่องก็จะชะลอให้ช้าลงโดยอัตโนมัติ (ถ้ายังไม่เดินต่อ เครื่องก็จะหยุดให้เลย) ไม่ต้องกดรีโมท อันนี้ลองใช้แล้วสะดวกดี ชอบๆ

ส่วนโหมด Fixed (หรือ Manual) นั้นก็ตามชื่อเลยครับ คือการกำหนดความเร็วด้วยตัวเองโดยการกดปุ่ม + – บนรีโมท การเริ่มการหยุดก็แค่กดปุ่มตรงกลางบนรีโมทแค่นั้น ง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย

ในแอพฯ Mi Home เรายังสามารถตั้งค่าได้ว่าต้องการให้โชว์ข้อมูลอะไรบ้างบนจอ LED ระหว่างการใช้งาน การเซต Goal ที่เราต้องการออกกำลังกาย ความเร็วเริ่มต้น ความเร็วสูงสุด รวมไปถึงการอัพเดตเฟิร์มแวร์ก็ทำได้ในนี้ นอกจากนี้เครื่องจะส่งข้อมูลไปบันทึกเป็นสถิติในแอพฯ ไว้ให้ดูย้อนหลังได้ด้วย

หลังจากลองเดินมาซักพัก แนะนำว่าให้หาแผ่นรองกันกระแทกมารองไว้ข้างใต้จะช่วยซับแรงได้ดีขึ้น เนื่องจากตัวเครื่องไม่มีระบบโช้ครับแรงกระแทกเหมือนลู่ใหญ่ และอย่าลืมหารองเท้าดีๆ มาใส่ด้วยจะได้เดินได้นานขึ้นและไม่ปวดเมื่อยเท้าเวลาเดินนานๆ

เรื่องของการดูแลรักษา ไม่มีอะไรยุ่งยากซับซ้อน ในกล่องจะมีประแจ 6 เหลี่ยมมาให้เอาไว้ใช้ปรับตั้งสายพานเวลาเอียง (มีวิธีปรับให้ดูในแอพฯ) และน้ำมันหล่อลื่นสายพานเหมือนลู่ไฟฟ้าทั่วไปมาด้วย ส่วนอายุสายพานยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะทนทานขนาดไหน เอาเป็นว่าถ้าเมื่อไหร่ขาดจะมาอัพเดตให้อีกทีละกันครับ

เรื่องการใช้พลังงาน
เกือบลืมบอกซะละ สำหรับความเร็วสูงสุดที่ 6 Km/h จะใช้พลังงานประมาณ 300 วัตต์ ส่วนความเร็วกลางๆ 3-4 Km/h จะใช้พลังงาน 125-175 วัตต์โดยประมาณ ซึ่งถือว่าประหยัดมากๆ เดินทุกวันวันละชั่วโมงสองชั่วโมงค่าไฟแทบไม่กระดิก แต่ที่ลดแน่คือน้ำหนักจ้า

พับเก็บได้ ไม่กินพื้นที่ (จริงๆนะ)
สุดท้ายแล้ว ข้อดีที่ชอบมากจริงๆ ของ WalkingPad คือพอพับแล้วมันเล็กพอที่จะสามารถสอดเก็บใต้โต๊ะหรือโซฟาได้อย่างแนบเนียนอย่างที่เห็นนี้เลย คือถ้านานไปขี้เกียจเดินปล่อยไว้ก็แค่จมฝุ่น ไม่จอดเกะกะกลายเป็นที่ตากผ้าให้ใครมาล้อแน่นอนสบายใจได้ … สำหรับวันนี้ก็ต้องขอลาไปเดินลดพุงก่อน ไว้พบกันโอกาสหน้าครับ สวัสดี ^^