img_2804-copy

ใครว่ารถเข็นเด็กไม่จำเป็นนี่ผมเถียงตายเลยครับ โดยเฉพาะวันที่ต้องออกนอกบ้านไปทั้งวัน ไปเดินห้าง ไปเที่ยวต่างจังหวัดต่างประเทศที่ต้องเดินเยอะๆ ช่วงจังหวะที่น้องง่วงหลับนี่หล่ะครับ จะเพอร์เฟ็กต์มากถ้ามีรถเข็นให้เค้าหลับสบายๆ แล้วเราก็ไม่ต้องทนเมื่อยแขนและปวดหลัง เดี๋ยวจะพาลให้หมดอารมณ์เที่ยวอีกต่างหากหรือถ้าลูกงอแงไม่ยอมนอนรถเข็น ก็สามารถใช้วางสัมภาระเข็นถุงช็อปปิ้งแทนได้สบายสองต่อ ส่วนพวกเป้อุ้ม babysling นี่ลืมได้เลย ใช้ทีเดียวปวดหลังไปหลายวัน … อีกอย่างที่หลายคนไม่รู้ก็คือการให้เด็กนอนแนบตัวเรานานๆ สามสี่ชั่วโมงอาจทำให้เด็กเป็นไข้ได้นะครับ

_dsc1533

ก่อนหน้านี้เคยใช้รถเข็น Combi Miracle Turn ที่ก็ต้องบอกว่าเป็นรถเข็นที่ดีมากๆ รุ่นหนึ่ง แข็งแรง พับง่าย เด็กนั่งสบาย … แต่ปัญหาคือพอใช้ไปนานๆ เริ่มขี้เกียจ (คนแบกคือเราผู้นี้นี่เองนะครับ คุณพ่อทั้งหลายโปรดทราบ ^^’) เพราะด้วยน้ำหนักและขนาดของมันที่แม้จะพับแล้วก็ยังถือว่าใหญ่อยู่ หอบหิ้วไปไหนมาไหนก็เหนื่อยพอควร แถมยังกินพื้นที่วางสัมภาระท้ายรถจนวางอย่างอื่นแทบไม่ได้ … ครั้นยกออกไปเก็บ บางครั้งก็(แกล้ง)ลืมหยิบขึ้นรถอีก  ;p

จึงเกิดความอยากได้รถเข็นคันใหม่ด้วยประการละฉะนี้ โจทย์คราวนี้คือต้องคันเล็กๆ น้ำหนักเบาแต่แข็งแรง พับง่าย พกพาสะดวก ไม่เกะกะท้ายรถ… แล้วก็ไปเจอรถเข็นคันนี้ที่ต้องบอกว่าถูกใจที่สุด เพราะมันตอบโจทย์ที่ตั้งไว้ทุกอย่าง… ที่ดีกว่านั้นคือมันมีขายในเมืองไทยแล้วด้วย!!  … เอ่อ ความจริงจะบอกว่า รถเข็นรุ่นนี้มีขายในบ้านเรานานพอควรแล้ว แต่เพราะเราไม่เคยตามข่าวเอง เชยชะมัด

img_2728-copy

และแล้วก็ได้สมาชิกคันใหม่อย่าง gb Pockit มาประจำการครับ (กว่าจะหากันจนเจอเค้าก็พัฒนามาถึงรุ่นที่ 3 แล้ว) .. หลังจากได้มาใช้สักพักก็เลยอยากจะมาแชร์ความรู้สึกในการใช้งาน เผื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหารถเข็นให้น้อง ไม่ว่าจะเป็นคันแรกหรือคันที่สองก็ตาม

เหตุผลแรกเลยที่ทำให้ผมมาสะดุดกับเจ้า gb Pockit คันนี้ก็คือการที่มันได้รับการบันทึกสถิติอย่างเป็นทางการจาก Guinness Book of World Records ในฐานะ “The world’s most compact stroller” หรือรถเข็นเด็กที่มีขนาดกระทัดรัดที่สุดในโลก … ซึ่งเมื่อลองเปรียบกับหลายๆ รุ่นในท้องตลาดก็เห็นจริงตามนั้นครับ (ที่สูสีคือ Baby Jogger City Tour) โดยเฉพาะเวลาพับเก็บแล้วนี่อะเมซิ่งสุดๆ นับถือเทคนิคการออกแบบของเค้าเลย

gb_pockit_folding

เอาหล่ะมาดูสเปคคร่าวๆ และความรู้สึกจากการใช้งานจริงกันครับ (สเปคเต็มๆ ดูได้ที่นี่ครับ -> gb Pockit USA)
gb Pockit v3 เหมาะสำหรับเด็กตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปจนถึง 4 ปี สำหรับเด็กเล็กถ้าคอแข็งแล้วก็นั่งได้สบายครับ น้ำหนักที่สามารถรับได้ระบุไว้ที่ 9-17 กิโลกรัม แต่จากที่ใช้งานมา เจ้าลูกชายคนโต 6 ขวบน้ำหนักเกือบ 20 กิโลก็ยังนั่งได้เข็นลื่นปรื้ดดด..

จุดเด่นที่สุดของ gb Pockit คือสามารถพับได้เล็กมากๆ ขนาดเมื่อพับแล้วจะเหลือเพียง 35 (สูง) x 30(กว้าง) x 18(ลึก) เซนติเมตร น้ำหนักเพียง 4.3 กิโลกรัม และด้วยความที่พับแล้วมีขนาดเล็กมากนี้เอง ใครที่เดินทางขึ้นเครื่องบ่อยๆ จึงสามารถเอาขึ้นเครื่องเก็บในที่วางสัมภาระเหนือศรีษะได้เลย ไม่ต้องฝากไว้หน้าเกทหรือโหลดใต้เครื่องให้รถเยิน แถมรุ่นใหม่นี้ยังมาพร้อมถุงผ้าที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ สามารถสะพายไหล่เดินขึ้นเครื่องสวยๆ (ถุงผ้าขายแยกนะครับ)

img_9639-copy

ส่วนการใช้งานในชีวิตประจำวันนั้น ข้อดีของการพับเล็ก คือสามารถวางทิ้งไว้ท้ายรถที่มีพื้นที่จำกัดได้สบายๆ สามารถพับได้ 2 แบบคือแบบเก็บล้อหลัง กับแบบไม่เก็บล้อ (เหมาะสำหรับกรณีต้องการพับเร็วๆ ระหว่างทาง) ซึ่งทั้งสองแบบเมื่อพับแล้วยังวางตั้งได้ ไม่เลอะด้วยนะเออ

ส่วนเวลากางออก รูปร่างจะคล้ายรถเข็นก้านร่ม แต่วัสดุมั่นคงแข็งแรงมาก ด้านบนมีแผ่นบังแดดแบบพับเก็บได้ (ผมว่าเล็กไปนิดสำหรับแดดจัดๆ แบบบ้านเรา) ด้านล่างมีตะกร้าใส่สัมภาระพอใส่ขวดน้ำ babywipe หรือผ้าอ้อมเด็กถุงขนาดกลางได้ 1 ถุง

img_2724-copy

มือจับสูงจากพื้นประมาณ 99 เซนติเมตร กำลังดีไม่ต่ำไม่สูงจนเกินไป บุผิวด้วยฟองน้ำสัมผัสนุ่มจับเหมาะมือ ส่วนของที่นั่งมีพื้นที่กว้างพอควรครับ น้องเล็กนั่งสบาย คนโตอาจฟิตนิดนึง (เอาไว้นั่งพอหายเมื่อยแล้วเดินต่อ) ปรับเอนหลังไม่ได้นะครับ ผมเลยมองว่าน่าจะเหมาะสำหรับน้องที่ไม่เล็กเกินไป มีเข็มขัดแบบมาตรฐานล็อก 5 จุด ปรับความยาวสายได้ มีแผ่นรองกันสายบาดผิว

_dsc7895-copy

รถเข็นคันนี้ใช้ล้อพลาสติกแบบ EVA ขนาด 4.5 นิ้ว ความรู้สึกส่วนตัวมองว่าเล็กไปนิด แต่ใช้งานจริงไม่มีปัญหา วิ่งผ่านพื้นผิวขรุขระหญ้าหินได้ ยกเว้นผิวทางต่างระดับมากๆ ต้องประคองช้าและใช้ความระวังเพิ่มขึ้น ล้อหน้าสามารถปรับล็อกให้วิ่งตรงได้ทั้งสองข้าง ล้อหลังด้านขวาติดตั้ง foot brake แบบ one-step lock ที่กดล็อกครั้งเดียวก็จะเป็นการล็อกล้อหลังทั้งคู่ เพิ่มความปลอดภัยขณะจอดบนพื้นลาดเอียง

IMG_2712 copy.jpgอย่างที่บอกครับว่ารุ่นนี้เป็น v3 หรือเวอร์ชั่น 3 แล้ว แน่นอนว่ามีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนหน้าหลายๆ อย่างคือ

1. เบาะถอดซักได้ทั้งเบาะ (v1 v2 ถอดไม่ได้) อันนี้ผมว่าดีและสำคัญมากเลยนะครับ
2. น้ำหนักเบาลงอีกนิด (ของเดิม 4.5 กิโลกรัม)
3. โครงสร้างแข็งแรงขึ้น พับง่ายขึ้น (ไม่เคยใช้รุ่นก่อนหน้า เลยบอกไม่ได้ว่าดีขึ้นขนาดไหน)
4. ปรับปรุงที่วางขาเด็กให้หนาและแข็งแรงขึ้น
5. ระบบเข็มขัดล็อก 5 จุดที่ล็อก/ปลดล็อกง่ายขึ้น
6. เพิ่มสีสะท้อนแสงบริเวณล้อ เพื่อความสวยงามและปลอดภัย

ความเห็นส่วนตัวหรือจุดสังเกตเพิ่มเติมสำหรับรถเข็นรุ่นนี้ก็คือ เหมาะสำหรับเป็นรถเข็นคันที่สอง สำหรับการเดินทางไปเที่ยวในที่ที่ไม่ธุรกันดารมากนัก (ล้อเล็ก ไม่มีระบบกันสะเทือน) เบาะปรับเอนไม่ได้และไม่มีระบบซัพพอร์ตช่วงคออาจจะไม่เหมาะสำหรับเด็กอ่อนเท่าไรนัก แต่ถ้าให้ความสำคัญกับความสะดวกในการพกพา ทั้งขนาดและน้ำหนัก พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่ดีจริงๆ ครับ

รถเข็นรุ่นนี้มีเบาะให้เลือก 5 สีคือ Capri Blue, Dragonfire Red, Posh Pink, Seaport Blue (สีใหม่ที่มีเฉพาะรุ่น V3) และ Monument Black แบบที่นำมารีวิวในครั้งนี้ครับ … แอบกระซิบ ใครสนใจ  gb Pockit ตอนนี้ที่ FB Fanpage GB Thailand ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เค้ากำลังจัดโปรราคาพิเศษอยู่ เชิญแวะไปชมได้ครับ

ทิ้งท้ายไว้ ให้ด้วยวิธีการเลือกรถเข็นเด็กจากประสบการณ์ของผมเองนะครับ

1. กำหนดงบประมาณไว้ในใจ จะถูกจะแพงแล้วแต่กำลังเลยครับ
2. น้องที่ยังคอไม่แข็ง ควรเลือกรุ่นที่สามารถปรับเอนได้และมีชุดรองรับศรีษะ-คอ-หลัง
3. ระบบกันสะเทือน สำหรับน้องเล็ก ถ้าโตแล้วก็ไม่จำเป็น แต่มีดีกว่าไม่มีแน่นอน
4. การพับ-กางต้องทำได้สะดวกไม่ยุ่งยาก พับแล้วไม่เกะกะ สะดวกต่อการขนย้ายหรือยกขึ้นรถลงเรือ
5. น้ำหนักที่รถเข็นรับได้ อย่าลืมคำนวนเผื่อสัมภาระที่บางครั้งเราหอบหิ้วไปวางหรือแขวนบนรถเข็นด้วย
6. เบาะถอดซักได้ ข้อนี้จำเป็นมาก เพราะยังไงก็เลอะครับ
7. สำคัญเลย ลองให้น้องนั่งและเข็นดูก่อนจ่ายตัง ^^

ขอให้ได้รถเข็นที่ถูกใจครับ สวัสดี

_dsc7556-copy