m20150705_192353

หลังจากที่โมโม่ขี่ Strider ขาไถมากว่า 3 ปี (ฝึกขี่จักรยานด้วย Balance Bike) ก็ได้เวลาอัพเกรดคันใหม่ด้วยเหตุผลเดียวคือสรีระ ที่แขน-ขา ยาวเกินกว่าที่ควบ Strider ได้ถนัด สารภาพว่ามองหาคันใหม่มาแทนตั้งแต่ตอนโมโม่ 5 ขวบจนตอนนี้ 6 ขวบกว่าแล้ว เพิ่งจะลงเอยกับคันนี้ที่ถูกใจเขามาก

ถ้าใครได้เคยลองหาจักรยานเด็กที่ไม่ใช่เด็กเล็ก หรือเด็กโต แต่เป็นเด็กกลางๆ ช่วง 5-7 ขวบ จะทราบดีว่า ‘หายากมาก’ โดยเฉพาะเจ้าหนูโมโม่ที่ตัวค่อนข้างเล็ก (เข้าแถวอยู่เป็นคนที่สองจากหัวแถว) ซึ่งจักรยานล้อ 16 นิ้วเป็นไซส์ที่เหมาะที่สุด แต่มีตัวเลือกน้อยเหลือเกิน จากที่เคยดูก็จะมียี่ห้อ Lx, Txxxx ที่มีแต่ลวดลายการ์ตูน เบนเทน หมีพูห์ ที่โมโม่ส่ายหัวบอกไม่เอา หรือบางคันที่ลายแมนๆ พอได้ แต่พอลองขี่ ปรากฏว่าไม่ถนัด เพราะไม่เคยปั่นบันได จากที่เคยทรงตัวได้คล่อง ก็ไปไม่เป็นซะอย่างนั้น* จนหลังๆ ปลง เลิกหา คิดว่ารอให้สูงอีกนิดค่อยดูรถพับ 20 นิ้วขี่ยาวๆ ไปเลย

แต่แล้วก็มีเหตุให้เสียเงินโดยไม่คาดฝัน T-T ในงานจักรยานที่ The Walk ราชพฤกษ์ สถานที่เดียวกับโรงเรียนภาษาอังกฤษที่เจ้าโมโม่ต้องไปเรียนทุกอาทิตย์ งานนี้โดยรวมมองว่าเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็ก ซึ่งก็เป็นเด็กเล็กซะเป็นส่วนใหญ่ครับ พวกจักรยานขาไถ มีมาให้เลือกมากมายเป็นสิบยี่ห้อ (จำได้ว่าเมื่อก่อนมีแค่ 2-3 แบรนด์) ก็เดินผ่านๆ ดูอุปกรณ์เสริมเล่นๆ ไม่ได้คาดหวังอะไร…

พลันสายตาก็มาสะดุดกับจักรยานเด็กที่โตขึ้นมาหน่อย ล้อไซส์ 16″ คันไม่เล็กไม่ใหญ่ คิดว่าโมโม่น่าจะขี่ได้ พอโมโม่เลิกเรียนก็เลยให้มาลองคร่อมดู ทีแรกก็กลัวๆ กล้าๆ ว่าจะขี่ไม่ได้ (ปสก.เดิมคือมันหนัก ทรงตัวลำบาก ปั่นยาก) แต่พอลองคร่อม ขาเตะบันได ผมออกแรงส่งให้นิดๆ … ปรากฏ ปั่นฉิวไปนู่น จนเราตกใจ วิ่งตามไม่ทัน (จริงๆ คือยีนงง) เฮ้ย++ ขี่ได้เลยเรอะ??

หันมามองคนขาย ที่ยืนฉีกยิ้มอยู่ (ในใจคงคิด เสร็จตรูแน่ๆ) ก็อธิบายว่าคันนี้ยี่ห้อ Early Rider รุ่น Belter 16″ นำเข้าจาก UK ครับ เฟรมเป็นอลูฯ น้องเลยขี่ง่ายเพราะเบาแค่ 5.6 กิโล (อั๊ยยะ เหงื่อเริ่มซึม) ข้อดีอีกอย่างคือไม่ต้อง Maintenance เพราะไม่ใช้โซ่ แต่เป็นสายพาน แบบเดียวกับที่ใช้ในรถยนต์ ไม่ต้องหยอดน้ำมัน ไม่เลอะเทอะ ระยะของขาบันได (crank-arm) 110 มม. ออกแบบมาสำหรับรอบปั่นของขาเด็กโดยเฉพาะ ก้านเบรคสั้นเหมาะมือ เบรคง่าย น้องขี่สนุก รับรองไม่ผิดหวัง ก่อนจะตบท้ายด้วยราคา 1x,xxx ครับ…

พอเหมาะพอดีกับที่โมโม่ขี่วนกลับมาถึง แล้วบอกว่า “ป๊า โม่ชอบ เอาคันนี้นะ ปั่นกลับบ้านเลย”  T-T

ถามว่าดีใจมั้ยที่เห็นโมโม่ปั่นได้เลยโดยไม่ต้องฝึก ก็ดีใจนะ แต่ราคาเอาเรื่องอยู่ (จังหวะนี้คุณแม่โบกมือหยอยๆ ให้สัญญาณว่า ตัดสินใจเองไม่เกี่ยวนะ   #ร้องไห้หนักมาก)

ยอมรับเลยว่าเจ้านี้เค้าปิดการขายเก่ง ประโยคที่ทำให้ผมตัดสินใจได้ทันที “พี่คิดดูครับ ถ้าจักรยานมันไม่ดี ขี่ยาก เด็กมันก็ไม่อยากขี่” เออ เห็นด้วยว่าจริง เด็กแถวบ้านอายุใกล้เคียงโมโม่หลายคน ที่ปั่นจักรยานเด็ก 4 ล้อ จนป่านนี้ยังทรงตัวไม่ได้เลย เอา(วะ)ถือว่าเป็นการลงทุน ซื้อครั้งเดียวใช้ยาวได้ทั้งพี่และน้อง (คัน Strider ปรับกลับมาใช้อานสั้นส่งต่อให้หนูมามิไปเรียบร้อย)

สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็คือ กลับถึงบ้านช่วงบ่ายปุ๊บ โมโม่ชวนปั่นเลย แม้อากาศนอกบ้านจะร้อน ซึ่งปกติจะขลุกอยู่แต่ในบ้าน จะออกมาอีกทีก็นู่น 5 โมงเย็น แล้วก็ปั่นตลอดช่วงบ่าย (มีแวะพักในบ้านเป็นช่วงๆ) ตกเย็นไปกินข้าว ก็ขอให้หิ้วไปด้วยเผื่อมีที่ปั่น พอกลับบ้านสามทุ่มก็ขอไปปั่นหน้าปากซอยอีกรอบ … ที่เด็ดคือเมื่อเช้า ฟิตจัดตื่นยังไม่หกโมง ออกไปปั่นกับคุณตาแต่เช้า (แหม่! รู้งี้จัดให้นานละ)

แอบลองถามตอนขับรถไปส่งโรงเรียนว่าจักรยานคันใหม่เป็นไงบ้าง โมโม่บอก “ขี่สนุกมากป๊า สบายบรื๋อเลย”

แอบดีใจลึกๆ และหวังว่าจะขี่สนุกแบบนี้ไปนานๆ นะลูก ^^

SavedImage_20150705_164657_06(1)-01_resized copy

บทความนี้เขียนขึ้นจากประสบการณ์และความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ได้มุ่งหวังโจมตีใดๆ หรือหมายความว่าจักรยานราคาประหยัดจะไม่ดีขี่ไม่ได้ ตัวผมเองก็มนุษย์เงินเดือนธรรมดา ใจจริงถ้าขี่แบบธรรมดาได้จะดีมากเพราะประหยัดตังค์กว่าเยอะเลย -_-“