_DSC5343 copy

ย้อนเวลากลับไปเมื่อปีก่อน หลังจากที่หาข้อมูลอยู่สักพัก ก็ตัดสินใจกัดฟันซื้อเจ้าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นมาประจำการที่บ้าน จุดเริ่มต้นก็เนื่องจากสังเกตว่าเจ้าลูกชายโมโม่มีอาการฟึดๆฟัดๆ ทุกครั้งที่กลับมานอนบ้านสวนผัก (เฉพาะช่วงสุดสัปดาห์) ซึ่งกว่าจะเข้าบ้านก็ปาไปสองทุ่ม บางครั้ง (ส่วนใหญ่เลยแหล่ะ) จึงไม่ได้เก็บกวาดบ้านก่อน

มีอยู่ครั้งหนึ่งลูกสาวจอมซนเล่นคลานไปทั่วบ้าน พอลุกขึ้นเท่านั้นถึงกับอึ้ง เสื้อ-กางเกงดำปี๋!!!

แน่นอนแล้วว่าเคสนี้ต้องมีหุ่นยนต์ดูดฝุ่นมาช่วยแบบด่วนๆ ทั้งนี้ตั้งโจทย์ไว้ 3 ข้อ
1. ต้องเก่งพอที่จะทำความสะอาดได้ทั่ว ไม่เดินมั่ว
2. วิ่งกลับไปชาร์จแบตเองได้ ไม่ใช่นอนตายระหว่างหน้าที่
3. ต้องมีฟังก์ชันตั้งเวลาล่วงหน้าเพื่อทำงานโดยอัตโนมัติ (ไม่ได้อยู่บ้านทุกวัน)

ประจวบกับก่อนหน้าเมื่อประมาณสองปีก่อนเคยเรียบเรียงบทความการทดสอบเปรียบเทียบหุ่นยนต์ดูดฝุ่นของต่างประเทศ จึงพอมีข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับรูปแบบและระบบการทำงานอยู่บ้าง ซึ่งยี่ห้อที่มีประสิทธิภาพโดดเด่นในช่วงนั้นก็มี iRobot ตระกูล Roomba และ Neato ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของ Navigation หรือการเดินห้องแบบมีแพทเทิร์น ซึ่งจะทำให้การดูดฝุ่นเป็นไปอย่างทั่วถึงทุกบริเวณ

ทว่าตอนที่ผมกำลังจะซื้อนั้น ในบ้านเรามีแค่ iRobot ที่มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ในขณะที่ Neato ยังไม่มีผู้นำเข้ามาขาย นอกจากนั้นก็จะมีแบรนด์เกาหลีอย่าง Samsung (NaviBot) และ LG ที่เริ่มเข้ามาทำตลาดหุ่นดูดฝุ่นในบ้านเราสักพัก

20140513_110421 copy

หลังจากเปรียบทั้งเรื่องคุณสมบัติ ราคา และตัดช้อยส์แล้ว ตัวเลือกที่เหมาะที่สุดคือ LG ที่บังเอิญออกรุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า Hom-Bot Square (VR62701LVM) ซึ่งคิดว่า(น่าจะ)ตอบโจทย์ทั้งสามข้อข้างต้นของผมได้ ว่าแล้วก็ระดมคะแนนบัตรเครดิตแลกส่วนลด ลดไปลดมาได้มาในราคาหมื่นปลายๆ (ราคาปกติตอนนู้น 24,900 บาท) จากสยามพารากอน ซึ่งถือว่าคุ้ม

หลังจากเปิดกล่องสิ่งที่เด่นที่สุดของ Hom-Bot Square ซึ่งเป็นตัวท๊อป (รหัสรุ่น VR62701LVM) ก็คือสีสันที่แดงสด ดูหรูหราสวยงาม ไม่ทึมทื่อเหมือนสินค้าไฮเทคอื่นๆ ด้านบนตัวเครื่องมีลักษณะเป็นผิวมันเคลือบชั้นที่มีลวดลายลึกด้านล่างเป็นเลเยอร์สวยงาม ใครซีเรียสเรื่องหน้าตาข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน บอกเลยว่าไม่อายใคร

อีกหนึ่งจุดที่ต่างจากหุ่นดูดฝุ่นทั่วไปก็คือ รูปทรงที่เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส (ตามชื่อ Square) แต่บริเวณมุมจะโค้งมนสวยงาม ซึ่งผู้ผลิตเค้าบอกว่าทรงสี่เหลี่ยมนี้ช่วยให้การเข้าถึงและดูดฝุ่นบริเวณมุมต่างๆ ในห้องได้สะอาดหมดจดกว่ารุ่นที่เป็นทรงกลม

ไฮไลท์ของ Hom-Bot Square ตัวนี้ก็คือการใช้เทคโนโลยีการนำทาง ด้วยกล้อง Dual Eye 2.0 ซึ่งอยู่บริเวณด้านบนตัวเครื่อง โดยจะทำการสแกนพื้นที่ในห้อง (ผนังและเพดาน) เพื่อทำการจดจำพื้นที่ทำความสะอาดรวมไปถึงสร้างแผนที่ในหน่วยความจำเพื่อปรับปรุงรูปแบบการวิ่งดูดฝุ่นในครั้งต่อๆ ให้ดียิ่งขึ้น

ถามว่าถ้าเป็นตอนกลางคืนปิดไฟ มันทำงานได้ไหม? ตอบว่าได้แต่ไม่ดีเท่าที่ควร แนะนำให้เปิดไฟทิ้งไว้สักดวง ให้พอมีแสงสลัว เพราะตาของมัน (กล้องด้านบน) สามารถปรับค่าความไวแสงขึ้นไปได้ถึง ISO1,600 ในลักษณะเดียวกันกับกล้องดิจิตอลที่ต้องเพิ่มค่า ISO ให้สูงขึ้นเวลาถ่ายภาพในที่แสงน้อย

_DSC5302_2 copy

นอกจากกล้องด้านบน ยังมีกล้องใต้เครื่องสำหรับสแกนพื้นรอบตัว และยังทำหน้าที่เป็นดิจิตอลเซนเซอร์ตรวจจับวัตถุที่ขวางทาง/ความต่างระดับของพื้นที่ทำความสะอาด เพื่อป้องกันตัวเครื่องตกจากที่สูง เช่น บริเวณบันได (เคยอ่านกระทู้ว่าคนใช้รุ่นนี้เหมือนกันแล้วตกบันได แต่เท่าที่ใช้มาปีนึง ก็ไม่เคยตกนะ … แค่เสียวๆ เหมือนจะตก แต่มันก็ถอยกลับทันทุกที) และที่ชอบก็คือเซนเซอร์แบบอัลตร้าโซนิค ที่สามารถตรวจจับสิ่งกีดขวางด้านหน้าและด้านข้าง คือมันจะเบรกลดความเร็ว เวลาเจอผนัง ตู้ ฯลฯ และเลี้ยวกลับไปในทิศทางอื่น (ไม่ชน) ต่างจากหุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาประหยัด (เห็นขายกับเพียบ เริ่มต้นสามพันกว่าๆ ) ที่โดยมากจะเป็นระบบชนแล้วถอยเหมือนรถเด็กเล่น หรือไม่ก็เป็นเซนเซอร์อินฟราเรด ที่ไม่แม่นยำเท่าที่ควร

ส่วนระบบชาร์จไฟแน่นอนว่าเป็นระบบอัตโนมัติ โดยหลังจากดูดจนทั่วบริเวณแล้ว หรือกรณีแบตหมดระหว่างทำความสะอาด (ดูดต่อเนื่องในโหมดปกติได้ประมาณ 100 นาที) หุ่นยนต์จะวิ่งกลับมาที่แท่นชาร์จเอง และเมื่อแบตเต็มก็จะวิ่งออกไปทำความสะอาดต่อที่จุดเดิมโดยอัตโนมัติ

_DSC5309 copy

เข้าเรื่องที่หลายคนอยากรู้เลยดีกว่า กับคำถามที่ว่า มันดูดได้สะอาดอาดกว่าเรากวาดบ้านเองจริงหรือ?

ยืนยันครับว่าได้ ส่วนสะอาดกว่ากวาดบ้านเองไหม? ถ้าสำหรับผมแล้ว สะอาดกว่าแน่นอน ไม่เชื่อลองดูผลงานในกล่องเก็บฝุ่น ที่ครั้งแรกผมก็ไม่เชื่อสายตาตัวเองว่า เฮ้ย นี่มันฝุ่นจากบ้านเรา หรือตอนซื้อพนักงานแอบเอาฝุ่นมาใส่ในกล่องไว้ก่อน(ฟระ)??

โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝุ่นละเอียด ที่เวลาถอดฟิลเตอร์ออกมาเคาะ ต้องร้องโอ้โห กันเลยทีเดียว รับรองว่าคุณจะไม่เคยคิดว่าบ้านตัวเองจะมีฝุ่นมากมายขนาดนี้อย่างแน่นอน … นี่คือผลงานที่เจ้า Hom-Bot ที่ดูดได้ทุกวีค น่ากลัวดีเนอะ!!

Hom-Bot Square รุ่นนี้มีโหมดการทำงานทั้งหมด 3 โหมด คือโหมด Zigzag, Cell by Cell, Spiral Spot โดยโหมด Zigzag นั้นจะเหมาะกับการดูดฝุ่นทั่วไปในบริเวณกว้างๆ ในขณะที่ Cell by Cell จะทำความสะอาดโดยการแบ่งเป็นโซนๆ เหมาะสำหรับพื้นที่บริเวณไม่กว้างมากนัก ส่วน Spiral Spot จะเป็นการดูดฝุ่นเฉพาะจุด โดยจะวิ่งวนเป็นวงกลมออกจากจุดศูนย์กลางไปเรื่อยๆ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1.5 เมตร นอกจากนี้ยังมีโหมดเสริมการทำงาน ‘Smart Turbo’ ที่เครื่องจะปรับเพิ่มกำลังดูดโดยอัตโนมัติเมื่อเซนเซอร์ตรวจพบพื้นผิวที่เป็นพรม

ปัญหาเรื่องเสียง ต้องชมเชยว่าสามารถทำงานได้เงียบในระดับที่น่าพอใจ เบากว่าเครื่องดูดฝุ่นมาตรฐาน สามารถนั่งดูโทรทัศน์ในระหว่างที่เครื่องทำงานโดยไม่หงุดหงิด ยกเว้นเวลาที่มันพยายามปีนขาเก้าอี้เหล็กที่เป็นแนวนอนราบกับพื้น พวกขาตั้งลำโพง ฐานพัดลม จะดังกุกกัก ก็อกแกกน่ารำคาญ

ถามว่าพอใจไหม? โดยรวมแล้วถือว่าดี แต่ก็ใช่ว่าไม่มีจุดด้อยเลย
ก็ขอถือโอกาสตรงนี้แชร์ประสบการณ์หลังจากใช้มาปีนึงเต็มๆ …

1. บริเวณบ้าน แนะนำให้เคลียร์สิ่งของออกให้โล่งที่สุด โต๊ะเก้าอี้นี่มีผลมาก ยกขึ้นได้ยก

2. สายไฟ อย่าให้มีวางบนพื้นเด็ดขาด เพราะพันแปรงปัดแน่นอน

3. พรมเช็ดเท้า ถ้าเป็นแบบเบาๆ บางๆ ให้เก็บขึ้นก่อน เพราะถ้าจังหวะไม่ได้พรมม้วนตอนมันเดินขึ้นไป ก็ติด ยกเว้นพรมหนาๆ ที่แน่ใจว่ามันมีโอกาสม้วนหรือพลิกง่ายๆ

4. พัดลมตั้งโต๊ะ (แต่วางพื้น)โดนเจ้า Hom-Bot ปีนขึ้นไปบนฐานเป็นรอยแน่นอน หรือถ้าเป็นแบบตั้งพื้น (มีล้อเลื่อน) ห้ามวางใกล้บันได หรือบริเวณยกระดับ เพราะมันจะดันจนหล่นลงมา (ของผมโดนดันหล่นบันไดพังไปแล้ว 1 เครื่อง)

5. เซ็นเซอร์อัลตร้าโซนิคจะไม่ชนเฉพาะวัตถุที่มีความสูงมากกว่าตัวมัน และประจันหน้าตรงๆ ถ้าเตี้ยกว่ามันจะพยายามปีนขึ้นไป หรือพวกขาโต๊ะเก้าอี้ที่ Hom-Bot เอาข้างๆ เข้าหา มีเฉี่ยวและเบียดตลอด จนตัวเครื่องเป็นรอยเพียบ ถ้าเป็นรถก็เคลมสีรอบคันได้เลย

_DSC5297 copy

6. ถ้าให้มันทำงานตอนกลางคืน ให้เปิดไฟไว้สักดวงสองดวง เพราะถ้าปิดไฟมืดตื๋อ มันจะเดินงงๆ และทำงานช้ากว่าปกติ

7. โหมด ZigZag เหมาะกับบ้านที่มีบริเวณกว้างๆ และดูดเสร็จไวกว่าโหมด Cell-by-cell

8. ตั้งเวลามีให้เลือกแค่ ล่วงหน้า 1 ครั้ง กับล่วงหน้าทุกวัน (เวลาเดิม) ไม่มีแบบวันเว้นวัน หรือวันเว้นสองวัน

9. เดินขึ้นบันไดไปดูดชั้นสองเองไม่ได้ (จะบ้าเรอะ ไม่ใช่ ASIMO!!) ต้องอุ้มขึ้นไปวาง ดูดเสร็จมันจะจอดที่เดิมที่เราวางมันไว้ตอนแรก

10. ระวังพื้นเปียก หรือบริเวณน้ำหก โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กต้องระวัง เช็ดพื้นให้แห้งก่อนเสมอ

11. หากใช้แล้วพบกว่าเดินกลับแท่นชาร์จได้บ้างไม่ได้บ้าง ลองเปลี่ยนที่วางเพราะมุมนั้นคลื่นสัญญาณนำทางกลับบ้านอาจส่งไปไม่ถึงตัวหุ่น

20140712_212633 copy12. บ้านสะอาด ฝุ่นน้อยลงแบบเห็นได้ชัด หนอนปลอก (หรือหนอนกินฝุ่น ในรูปด้านซ้าย) ที่เคยต้องเจอไม่ต่ำกว่า 10 ตัวทุกครั้งเวลากลับมาบ้าน  ตอนนี้แทบไม่มี (ไปโผล่ในห้องน้ำแทน)

13. ดูดแล้ว แต่บ้านยังต้องถูเหมือนเดิมนะ

14. คุ้มไหม? .. เทียบราคากับประสิทธิภาพ บอกเลยว่าคุ้ม ยิ่งถ้าเทียบกับเวลาที่เรามีเหลือ จากการไม่ต้องกวาดบ้าน แล้วเอามาเล่นกับลูกๆ ผมว่ามันเปรียบค่าไม่ได้เลย…

ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลจากการใช้งานจริงเป็นเวลาประมาณ 1 ปี (จริงๆตั้งใจว่า 3 เดือนจะเขียนรีวิว แต่เพิ่งจะมีเวลา T-T’) ปัจจุบันก็ยังใช้งานโดยตั้งเวลาให้ทำงานทุกวัน แรกๆ ก็ติดปัญหา เครื่องเดินไปติดนู่นนั่นนี่ จนสุดท้ายต้องพึ่งกล้องวงจรปิดมาคอยส่อง ว่าวันนี้เดินกลับบ้านได้ปกติไหม ถ้าหายไปจากจอ ก็ต้องหาเวลาเข้าไปพามันกลับบ้าน ไม่อย่างนั้นกว่าจะปลายสัปดาห์ ไม่ได้ดูด ฝุ่นก็กลับมาเพียบอีก…

หวังว่าข้อมูลเหล่านี้คงจะมีประโยชน์สำหรับท่านทั้งหลายที่กำลังตัดสินใจ ซึ่งต้องบอกว่าถือเป็นโอกาสดีมาก เพราะปัจจุบันมีหุ่นยนต์ดูดฝุ่นดีๆ ให้เลือกซื้อหลากหลายรุ่น (ตอนนี้แอบอยากลอง Neato Botvac กับ iRobot Roomba 880 ^^)

เอาเป็นว่าใครมีข้อสงสัย เกี่ยวกับเรื่องการใช้งานตรงไหนอย่างไร สอบถามมาได้ ยินดีตอบให้ (เท่าที่ทราบ) ครับผม

 

—————————————————-

วิดีโอประกอบการเลือกซื้อที่ผมคิดว่าดูง่ายดี

วิดีโอแนะนำฟีเจอร์การทำงานของ Hom-Bot Square