boy-on-ipad

ต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งว่าเด็กรุ่นใหม่วันนี้ เกิดมาท่ามกลางพัฒนาการของเทคโนโลยีสมัยใหม่รอบด้าน มีแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ต่างจากรุ่นสมัยของพวกเราที่มีโทรทัศน์เป็นสิ่งที่ให้ความบันเทิง แต่ที่ไม่ต่างกันเลยก็คือ การถูกตั้งกฏเหล็ก ‘ห้าม’ ไม่ให้ดูหากยังทำการบ้านไม่เสร็จ หรือต้องจัดการตัวเอง กินข้าว อาบน้ำ แปรงฟัน ให้เรียบร้อยเสียก่อน 

มีข้อโต้แย้งกันในหมู่เราชาวคุณพ่อคุณแม่ คุณหมอเด็ก ผู้เชี่ยวชาญเด็ก ฯลฯ เกี่ยวกับความเหมาะสมของการให้เด็กสัมผัสกับเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต

ซึ่งก็แน่นอนครับว่าเหรียญมีสองด้านเสมอ

ในแง่ของประโยชน์ คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้สื่อเหล่านี้ช่วยในการเรียนรู้ของลูกๆ ได้เป็นอย่างดี จากการบรูณาการข้อมูลความรู้เข้าด้วยกันในแบบที่สมัยก่อนไม่มีทางทำได้ เช่น นอกจากการอธิบายเป็นตัวหนังสือแล้ว ยังมีภาพประกอบที่ชัดเจน บางเรื่องยังมีวิดีโอให้เด็กๆ ได้เห็นของจริง ซึ่งผมว่ามันเป็นอะไรที่มหัศจรรย์มาก (แอบอิจฉาเด็กนิดๆ เพราะสมัยเรานี่ลืมเรื่องพวกนี้ไปได้เลย)

0523-ourchoice-s9-1024x576

ยกตัวอย่างเช่นตอนที่โมโม่ 3 ขวบ อินเรื่องพัดลม กังหัน แบบเข้าไส้ ผมก็เลยไปโหลดหนังสือใน iPad เรื่อง ‘Our Choice’ ที่เขียนโดย Al Gore ในนั้นว่าด้วยเรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวิธีการลดโลกร้อน ซึ่งมีอยู่บทที่อธิบายเกี่ยวกับพลังงานทดแทนอย่าง ‘พลังงานลม’ มีภาพไดอะแกรมของกังหันลมผลิตไฟฟ้า (Wind Turbine) ไว้อย่างสวยงามดังภาพด้านบน แถมยังเข้าใจง่ายด้วยการที่มันเป็นแบบอินเทอแรคทีฟ คือสามารถเป่าลมเข้าไปเพื่อทำให้กังหันหมุน! พอหมุนแล้วก็จะแสดงให้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น  และถ้าหยุดเป่า กังหันหยุดหมุน จะเกิดอะไรขึ้น?? … แค่นี้เราก็สามารถใช้ iPad สอนเรื่องพลังงานทดแทน ควบคู่ไปกับหลักการทำงานพื้นฐานของกังหัน ที่โมโม่สนใจได้เป็นอย่างดี

สรุปก็คือ คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้สื่อใหม่พัฒนาการเรียนรู้ของเด็กได้ โดยเน้นกระตุ้นให้เด็กๆ ค้นหาความรู้ … ที่สำคัญคือพวกเราต้องคอยประกบเพื่ออธิบายและเติมเต็มสิ่งต่างๆ ให้เค้า อย่าปล่อยอุปกรณ์ไว้ให้เด็กตามลำพัง!

ส่วนด้านที่เป็นโทษ เท่าที่มองดูตอนนี้ คือการที่โมโม่จดจ่อกับหน้าจอในระหว่างเล่นมากเกินไป ใครพูดใครทักอะไรก็ไม่สนใจ และคุณครูบอกว่าสมาธิสั้นไปหน่อย (อาจจะเกี่ยวกับแท็บเล็ตสมาร์ทโฟนด้วย แต่ก็รวมไปถึงการปล่อยให้ดูโทรทัศน์ที่มีภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ มากเกินไป และการที่โมโม่มีของเล่นเยอะมาก … อันนี้ความผิดคุณพ่อเต็มๆ ^-^’)

IMG_9204เท่าที่คุยกันหลายๆ ครอบครัว คุณพ่อคุณแม่บางคน ตัดสินใจไม่ให้ลูกเล่นแท็บเล็ตสมาร์ทโฟนเด็ดขาด แต่ขอโทษนะครับ คนที่จะทำได้มั่นใจหรือเปล่าว่าเราสามารถดูแลพวกเค้าอย่างใกล้ชิดได้ตลอด 24 ชั่วโมง อย่างครอบครัวผม ทำงานทั้งสองคน ช่วงเย็นหลังเลิกเรียนจนกว่าผมจะกลับถึงบ้าน โมโม่ต้องอยู่กับคุณยาย ที่ก็มีงานบ้านสารพัด ไม่ได้มาควบคุมดูแลเจ้าหนูตลอดเวลา และบ่อยครั้งก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของโทรทัศน์ บ้างก็ไอแพด … นี่เดี๋ยวจะหาว่าผมโทษคุณยาย เปล่าครับ ผมเข้าใจดีเลย เพราะเมื่อก่อนพวกเราก็ถูกเลี้ยงมาแบบนี้

ไหนจะทุกวันนี้เออีซง เออีซี อีก โรงเรียนบางแห่งก็กลัวไม่ทันสมัย เริ่มมีการนำสื่อใหม่อย่างพวกแท็บเล็ตมาใช้สอนเด็กๆ ตั้งแต่อนุบาลกันเลย ส่วนนโยบายแจกแท็บเล็ตให้นักเรียน ก็สักแต่ว่าแจก แต่เท่าที่รู้คืออาจารย์ส่วนใหญ่ใช้ไม่เป็นครับ ก็ปล่อยให้เด็กๆ เอาไปจิ้มๆ เล่นกันเอง

เอาเป็นว่าพวกเราคุณพ่อคุณแม่ของเด็กรุ่นใหม่ มาปรับความเข้าใจในการใช้สื่อใหม่ในการเรียนรู้ของเด็กๆ กันดีกว่าครับ เริ่มจากการสอนให้เด็ก ‘รู้เท่าทันสื่อใหม่’ (New Media Literacy) โดยเริ่มตั้งแต่ตัวเราเองที่ต้อง ‘รู้เท่าทันสื่อใหม่’ เสียก่อน นั่นก็คือ หัดใช้ซะ หัดใช้ในที่นี้นอกจากจะรู้จักใช้ฟังก์ชันต่างๆ ของตัวอุปกรณ์แล้ว ยังต้องรู้จักคัดเลือกเนื้อหา อะไรที่ควรไม่ควรให้เด็กดู หรือมีแอพฯ อะไรบ้างที่เหมาะสมกับพัฒนาการในช่วงวัยของลูก (มีเพียบเลยครับ ลองดู)

ถ้าในไอแพด มีแต่เกมต่อยตี ยิงกันสะบั้นหั่นแหลก ก็ลบออกไปเถิดครับถ้าไม่อยากให้ลูกเติบโตกลายเป็นตี๋ใหญ่ 2030

eduมีแอพฯ มากมายที่สอนเรื่องการนับเลข การแยกหมวดหมู่ การฝึกความจำ การเชื่อมโยง การแก้ปัญหา (ถ้าไม่รู้จริงๆ ว่าแอพฯ ไหนดีไม่ดีหลังไมค์มาได้ครับ ยินดีแนะนำ)

ที่สำคัญคือทำความตกลง หรือตั้งกฏกติกาให้กับเด็ก เช่น ถ้าจะเล่นต้องขออนุญาตก่อนทุกครั้ง (จะใส่รหัสผ่านไว้ก็ได้) จำกัดเวลาในการเล่น  และถ้าเป็นไปได้ควรเล่นอยู่กับเค้าหรืออยู่ใกล้ๆ คอยให้คำแนะนำ หรืออธิบายหากเห็นว่ามีบางอย่างไม่เหมาะสม นอกจากนี้ยังควรหาเวลาชวนเด็กๆ ออกไปเล่น หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง เพื่อพัฒนาร่างกายและกล้ามเนื้อให้สมดุลย์ควบคู่กันไป

แค่นี้เราก็ไม่ต้องกังวลหรือมองว่าสมาร์ทโฟนแท็บเล็ตเป็นผู้ร้ายอีกต่อไปแล้วหล่ะครับ