_DSC4362_s

น่าแปลกที่บ้านเรามักมอง ‘Car Seat’ หรือที่นั่งสำหรับเด็กในรถยนต์เป็นของฟุ่มเฟือย ทั้งๆ ที่มันคืออุปกรณ์สำคัญที่สามารถช่วยปกป้องชีวิตลูกของเราระหว่างการเดินทางด้วยรถยนต์ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญคือในต่างประเทศมีกฏหมายบังคับใช้มานานแล้ว 

ลองนึกดูครับว่าขนาดเราที่เป็นคนขับ ยังต้องรัดเข็มขัดนิรภัย มีถุงลมช่วยลดทอนความรุนแรงหากเกิดอุบัติเหตุ … แล้วลูกของคุณที่นั่งไปในรถยนต์ด้วย คุณมีอะไรป้องกันให้เค้าบ้าง

เห็นหลายๆ ครอบครัวคุณพ่อคุณแม่ชอบอุ้มเด็กนั่งบนตักด้านหน้าแล้วยิ่งเสียวไส้ เพราะหากมีการเบรคกระทันหัน ลูกของคุณจะโดนกระแทกเข้ากับแผงคอนโซลหน้ารถ หรือหากรุนแรงกว่านั้น ก็ลูกของคุณจะกลายเป็นถุงลมนิรภัยให้คุณต่ออีกที

ข้อมูลนี้ยืนยันได้จากสถิติที่ว่า มีคนไทยประมาณ 12,000 รายต่อปีที่เสียชีวิตจากอุบัติภัยจราจร ในจำนวนนี้ประมาณ 800-900 รายเป็นเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี  และจากผลการศึกษาของศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและการป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก  (Child Safety Promotion and Injury Prevention Research Center) พบว่าการเสียชีวิตของเด็กไทยจากอุบัติภัยจราจรเป็นสาเหตุการเสียชีวิตหลักของอุบัติเหตุและการบาดเจ็บในเด็ก โดยเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสองรองจากการจมน้ำ

ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยของสถาบัน NHTSA (Nation Highway Traffic Safety Administration) สรุปไว้ว่าเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี ควรนั่งเบาะด้านหลังรถ การให้เด็กนั่งด้านหลังแทนการนั่งด้านหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิต ได้ 27 % ไม่ว่ารถคันนั้นจะมี airbag ด้านข้างหรือไม่ก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งที่นั่งกลางของเบาะหลังจะเป็นตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุด เพราะเด็กที่นั่งอยู่ใน Car Seat จะมีอัตราเสี่ยงจากการชนด้านข้างต่ำ และในตำแหน่งนี้จะช่วยเพิ่มพื้นที่ในการดูดซับแรงกระแทก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นรถควรจะเป็นรถขนาดใหญ่ที่เบาะกลางมีเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด แต่หากติดตั้งตรงกลางไม่ได้การติดตั้งในตำแหน่งเบาะหลังฝั่งซ้าย (เยิ้องคนขับ) จะปลอดภัยกว่าฝั่งเดียวกับคนขับ  ส่วนถ้าเป็นรถกระบะ ให้ติดตั้งด้านหน้าข้างคนขับและต้องปิดการทำงานของถุงลมนิรภัยในที่นั่งด้านข้างคนขับด้วย

เมื่อเด็กนั่งอยู่บน Car Seat ในตำแหน่งที่เหมาะสม เสี้ยววินาทีที่เกิดอุบัติเหตุ เด็กจะถูกยึดไว้กับที่นั่ง (เช่นเดียวกับที่คุณถูกเข็มขัดนิรภัยดึงให้ติดกับเบาะเอาไว้) ไม่ลอยกระแทก หรือกระเด็นออกนอกตัวรถ … เรื่องนี้สำคัญมากนะครับ ประมาทไม่ได้โดยเด็ดขาด

อย่างไรก็ดี Car Seat ที่นำมาใช้ก็ต้องได้มาตรฐาน และติดตั้งใช้งานอย่างถูกวิธี
วันนี้ผมมีคำแนะนำวิธีเลือกและวิธีใช้งานมาฝากครับ

1. Car Seat มาตรฐานมีอยู่ 3 แบบ คือ
Rear-Facing (บางยี่ห้อเรียก Infant Seats หรือ Convertible Seats) จะเป็น Car Seat ที่ออกแบบที่นั่งหันหน้าไปด้านหลังรถ สามารถปรับระดับความเอนไปกับที่นั่ง เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึง 12 เดือน และเด็กที่น้ำหนักตัวไม่เกิน 10 กิโลกรัม โดย Car Seat แบบนี้จะปกป้องหัวของเด็กลำคอ และกระดูกสันหลังได้ดีที่สุด

rear-facing-car-seat

Forward-Facing เป็น Car Seat แบบที่นั่งหันไปทางหน้ารถ เหมาะกับเด็กที่มีอายุมากกว่า 1 ขวบและมีน้ำหนักตัวเกิน 10 กิโลกรัม เพราะกล้ามเนื้อคอของเด็กเริ่มแข็งแรงแล้ว คาร์ซีทที่มีจำหน่ายในบ้านเราส่วนใหญ่จะเป็นประเภทนี้ บางรุ่นสามารถปรับหมุนที่นั่งให้หันไปทางด้านหลังได้ ยี่ห้อยอดนิยมส่วนใหญ่ก็จะมี Ailebebe, Aprica, Combi, Maclaren, Graco, Camera และอื่นๆ อีกมากมาย ราคาก็แตกต่างกันไปตามความแข็งแรง คุณภาพวัสดุซับแรงสะเทือน ฟังก์ชันเสริม

Booster เป็น Car Seat สำหรับเด็กโต มีทั้งแบบที่มีพนักพิงด้านหลัง (เหมาะสำหรับเด็กที่มีน้ำหนักประมาณ 15-18 กิโลกรัม)  และแบบไม่มีพนักพิงด้านหลัง (เหมาะสำหรับเด็กที่มีน้ำหนักประมาณ 20-25 กิโลกรัม) หรือเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 ขวบขึ้นไป

2. เลือก Car Seat ให้เหมาะสมกับขนาดและน้ำหนักตัวของลูก เพื่อให้ลูกนั่งสบาย และเพื่อที่สายรัดจะได้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องไม่รัดคอลูกให้อึดอัด หรือถูกดึงรั้งตอนเกิดอุบัติเหตุ และไม่หลวมเกินไปจนหลุดออกมาได้

3เลือกเบาะนั่งนิรภัยที่ง่ายต่อการติดตั้ง Car Seat แต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อจะมีฟีเจอร์การปรับหมุน การรัดสาย หรือคุณสมบัติต่างๆ ที่เพิ่มเติมเข้ามาแตกต่างกันไป แต่โดยหลักการแล้วก่อนซื้อให้สอบถามวิธีการใช้งานจากพนักงาน หรือหากให้พนักงานสามารถนำไปติดตั้งสาธิตบนรถของคุณจริงๆ ได้ด้วยจะดีมาก ที่สำคัญคือ Car Seat นั้นเป็นสิ่งที่ต้องใช้ประจำ ดังนั้นมันจะต้องติดตั้งง่าย รุ่นไหนติดตั้งยาก ตัดทิ้งไปได้เลย (เพราะสุดท้ายคุณจะขี้เกียจใช้มัน)

4ตรวจสอบการออกแบบและวัตถุดิบในการผลิต ควรพิจารณาสีสัน ลักษณะการออกแบบ และวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เช่น กันน้ำหรือไม่ มีการทดสอบการแพ้และใช้ผ้าฝ้ายออร์แกนิกหรืออื่นๆ เปล่า (กรณีที่ลูกเป็นภูมิแพ้ ข้อนี้สำคัญมาก)

การติดตั้ง Car Seat ที่ถูกต้อง

ติดตั้งถูกตำแหน่ง
มาตรฐานความปลอดภัยของยุโรปกำหนดว่าเด็กแรกเกิดจนถึงน้ำหนักประมาณ 13 กิโลกรัม (1-2 ขวบ) ให้ติดตั้ง Car Seat โดยให้เด็กหันหน้าไปทางเบาะด้านหลังของรถยนต์ เพื่อปกป้องศีรษะและหลังของเด็กในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ  (ศีรษะของเด็กจะถูกแรงเหวี่ยงของตัวรถ กระชากไปข้างหน้าทำให้เสียชีวิต หรือเป็นอัมพาตได้) ตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุดคือตรงกลางด้านหลัง หรือหากจำเป็นต้องมีผู้โดยสารนั่งด้านหลังด้วย ให้ติดตั้ง Car Seat ฝั่งด้านหลังคนขับ (เทคนิคเดียวกับการเลือกที่นั่งบนรถโดยสารสาธารณะ :P)

Screen Shot 2556-05-20 at 10.52.18 AM
ตัวอย่างกรณีของน้อง Joel เกิดอุบัติเหตุรถชนจนกระดูกคอหักขณะนั่ง Car Seat แบบหันหน้าไปทางด้านหน้ารถตอนอายุ 18 เดือน (เมื่อปี 2008)

ติดตั้งแน่นหนา
หลังจากติดตั้ง Car Seat บนเบาะรถแล้ว Car Seat จะต้องขยับไม่ได้ หรืิอขยับไปซ้าย ขวา หน้า หลังได้ไม่เกิน 1 นิ้ว หากขยับได้มากกว่านี้ ให้ลองติดตั้งใหม่ (แนะนำให้ดึงสายเข็มขัดนิรภัยให้แน่นก่อนลอดเข้าสลักหรือจุดล็อก)

แล้วเด็กต้องนั่ง Car Seat ถึงเมื่อไหร่ (แถมเผื่อมีคนถาม)
จากข้อมูลของแพทย์เด็กในสหรัฐ แนะนำให้เด็กนั่งคาร์ซีทจนอายุประมาณ 12 ปี หรือสูง 145 เซนติเมตร หรือพิจารณาจาก
1. เมื่อเด็กสูงพอที่จะนั่งห้อยขา และขายาวแตะพื้นรถได้
2. เมื่อเด็กนั่งตัวตรงได้แล้ว
3. เมื่อเข็มขัดนิรภัยของรถสามารถรัดตรงส่วนกระดูกเชิงกรานของเด็กได้พอดี (ไม่ใช่คาดแล้วลอยขึ้นมาตรงพุง)
4. เมื่อคาดเข็มขัดนิรภัยที่ส่วนบ่า จะต้องพาดมาตรงส่วนหน้าอก ไม่ใช่ผ่านมาตรงแขน หรือคอของเด็ก

ไม่มีใครอยากให้เกิดอุบัติเหตุ แต่อย่างน้อยถ้าเกิดขึ้นแล้ว สามารถผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ครับ!