1948123_10152660083634832_274574934_n

การประชุมผู้ปกครองโรงเรียนน้องโมโม่เมื่อครั้งล่าสุด คุณครูแนะนำให้หากิจกรรมที่ต้องออกกำลังมากๆ หน่อย ซึ่งก็บังเอิญตรงกับความคิดของผมที่กำลังจะหาจักรยานมาเปลี่ยนแทนสามล้อถีบที่โมโม่ไม่ค่อยจะชอบปั่นแล้ว

เช่นเดิมครับ เข้า Google ค้นข้อมูลเกี่ยวกับจักรยานเด็ก เจอเว็บไซต์หนึ่ง น่าสนใจมาก เพราะจักรยานของเค้าเรียกว่า ‘จักรยานทรงตัว’ หรือ ‘Balance Bike’ ที่มีแต่ตัวถังกับล้อ ไม่มีที่ปั่น ไม่มีโซ่!

แอบตีสนิทกับเจ้าของร้าน (คือดูจากวิดีโอนั่นแหล่ะ) ได้ใจความว่า ที่มาหรือแรงบันดาลใจในการสร้างจักรยาน Balance Bike ขึ้นมาก็เพราะตัวเขาเองก็เป็นเหมือนคุณพ่อทั่วไป ที่ไปหาซื้อจักรยานสำหรับเด็กแต่ไม่เจอไอ้คันที่ถูกใจเสียที แต่ก็ไม่มีทางเลือกต้องซื้อกลับมา ลูกของเขาดูเหมือนจะชอบมันมาก จนกระทั่งเริ่มขี่จริง ปัญหาก็บังเกิด

แทนที่เด็กจะสนุกไปกับการขี่จักรยานฉวัดเฉวียนไปมา การล้มบ่อยๆ ก็ทำให้ความสุขเหล่านั้นลดน้อยและหมดไป…

ในที่สุดความเจ็บ ก็ทำให้เข็ดขยาด ไม่อยากขี่อีก

strider

คุณพ่อท่านดังกล่าวจึงลงมือประดิษฐ์จักรยาน ในแบบที่ตัวเองคิดว่าน่าจะเหมาะสำหรับเด็กๆ มากกว่า

จักรยานของเขา ไม่มีบันได ไม่มีโซ่ให้เลอะเทอะหรือหนีบกุงเกงเด็ก การเคลื่อนที่ไปข้างหน้าต้องใช้ขาไถไปเรื่อยๆ ที่สำคัญคือตัวรถต้องไม่สูงเกินไปและเด็กๆ สามารถใช้ขายันไว้ได้เมื่อจะล้ม

เมื่อลูกของเขาขึ้นขี่ ก็สนุกกับมันมาก ขี่ทั้งวันไม่ยอมเลิก แค่ไม่กี่วันจากการเอาขาไถ ก็เริ่มยกขาทรงตัวในขณะที่แล่นไปข้างหน้าด้วยความเร็วได้

ของเล่นชิ้นโปรดนี้ถูกนำมาปรับปรุงโครงสร้างให้มีความแข็งแรง แต่มีน้ำหนักเบาเพื่อที่เด็กๆ จะสามารถควบคุมและยกไปมาได้ด้วยแรงแขนเล็กๆ

ในเมืองไทยมีขายจักรยาน Balance Bike มาระยะหนึ่งแล้ว แต่ไม่ฮิตเพราะติดที่ราคาค่อนข้างสูง มี 4 ยี่ห้อคือ Cruzee, Strider, Bikinki และเพิ่งมาใหม่ล่าสุดยี่ห้อ Smiley จากเมืองจีน ราคาก็ไล่จากแพงมาถูกตามลำดับ โครงสร้างคล้ายกันแต่อาจต่างกันที่วัสดุ เลือกกันตามสบายครับ

อ้อ! ลืมบอกไป ช่วงอายุเด็กที่สามารถเริ่มขี่จักรยานทรงตัวได้ ก็เริ่มตั้งแต่ 18 เดือน หรือถ้าลูกคุณเดินทรงตัวได้ตั้งแต่ 15 เดือน ก็ขี่ได้เลย (โมโม่ลูกชายผมมาหัดเอาตอน 3 ขวบครึ่ง)

23938_10151508938729832_677680680_n

ที่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งก็คือ การฝึกด้วยจักรยานแบบนี้ จะทำให้เด็กทรงตัวเป็นก่อนการใช้เท้าปั่นบันได ซึ่งในอนาคตการขยับไปขี่จักรยานที่ใหญ่ขึ้นจะง่ายกว่ามาก (เคยเห็นเด็กแถวบ้านเคยขี่แบบที่มีสองล้อประคองข้าง พอถอดออกน้องไปไม่เป็นเลย)

ตระเวนดูตัวจริงของยี่ห้อต่างๆ อยู่เกือบเดือน ในระหว่างนี้ก็ทำเรื่องขออนุมัติมท1.ที่บ้านไปด้วย อนุมัติปุ๊บ จะได้ซื้อปั๊บไม่เสียเวลา  (ฮา)

ข้อสำคัญในการซื้อก็คือ ไม่ต้องถามเด็ก ว่าอยากขี่มั้ย หักคอซื้อมาให้เค้าขี่เลย

กรณีเจ้าโมโม่ ทีแรกก็ไม่ยอมขี่ ร้องไห้งอแง กลัว ไม่กล้า ทำหน้าเหยเก ผมใช้วิธีเปิด Youtube ให้ดูวิดีโอเด็กขี่สามล้อแล้วชอบล้ม แล้วก็ยุว่าเนี่ย ถ้าขี่เร็วแล้วสามล้อล้ม มันทับเราด้วยนะ เจ็บกว่าอีก! (ถ้ากล่อมไม่สำเร็จ ลองให้ลูกดูวิดีโอนี้ครับ

ฝืนให้ขี่สักอาทิตย์ (ย้ำว่าอาทิตย์เดียว) เท่านั้นแหล่ะ ทรงตัวได้ คล่องปรื๋อ ไถเร็วจนวิ่งตามแทบไม่ทัน

สรุปข้อดีของจักรยานทรงตัว:
  • น้ำหนักของจักรยานที่เบาเพียงแค่ 3 กิโลกรัม จึงขี่ง่าย ไม่เป็นภาระต่อแขนเด็ก และสะดวกในการเคลื่อนย้าย
  • ล้อเป็นล้อตัน (โพลิเมอร์) น้ำหนักเบา ไม่รั่ว ไม่ต้องเติมลม และทนต่อทุกสภาพพื้นผิว
  • เบาะนั่งและมือจับสามารถปรับระดับความสูง-ต่ำให้เหมาะสมกับเด็กๆ ได้สะดวก

คำถาม?

  • ซื้อจักรยานไปเลยไม่ดีกว่าหรอ?

เคยคิดเช่นกันครับ แต่ถ้าได้ลองไปดูตามร้านจักรยาน แม้จะเป็นของเด็ก ก็หนักมากเชียวครับ เวลาวิ่งไปติดหรือชนอะไร ถอยหลังไม่เป็นก็ติดอยู่อย่างนั้น แต่จักรยานทรงตัวจะมีน้ำหนักเบามาก (แนำนำว่าลองไปดูของจริง)
ซึ่งเด็กจะบังคับได้คล่องกว่า แถมเรายังหยิบใส่ท้ายรถพกไปเที่ยวได้ทุกที่ได้สบาย ^^

598464_10151508939249832_1960222952_n