ได้ยินคำว่าเกม หลายคนเบือนหน้าหนี แต่ขอยืนยันตรงนี้ครับว่าเกมไม่ใช่ผู้ร้าย แต่ที่ร้ายน่าจะเป็นเพราะเราไม่มีเวลาเล่นเกมกับลูกต่างหาก!

อย่างที่ทราบกันครับว่าการใช้เวลาคุณภาพกับครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญท่ามกลางยุคของข้อมูลข่าวสารที่ล้นหลามในปัจจุบัน คุณพ่อคุณแม่ต้องทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยคัดกรองการใช้สื่อที่หลากหลายอย่างเหมาะสม ซึ่งการเล่นเกมจริงๆ แล้วมีประโยชน์มากมาย สร้างความเพลิดเพลินผ่อนคลาย สร้างเสียงหัวเราะ การล้อมวงเล่นเป็นการสานความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันพูดคุยกันมากขึ้น อื่นๆ ที่เป็นผลพลอยได้คือการพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ทั้งสมาธิ ความจำ ฝึกสมอง ส่งเสริมสร้างกระบวนการคิดของเด็กๆ เด็กที่เล่นบอร์ดเกมจะเรียนรู้อะไรได้ไว นอกจากนี้ยังพัฒนาอารมณ์ ความอดกลั้น รู้จักเคารพกฏกติกา รู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย รู้วิธีจัดการอารมณ์ของตัวเองเมื่อเกมส์ไม่เป็นไปในแบบที่ต้องการ หรือเมื่อเล่นแพ้คนอื่น ฯลฯ

วันนี้ผมได้รวบรวม Puzzle & Board Game เท่าที่มีอยู่และเล่นสนุกมาแนะนำเบื้องต้นกันเผื่อว่าจะมีเกมไหนถูกใจไปชวนเล่นกับเด็กๆ ที่บ้านกันครับ แล้วจะรู้ว่าสิ่งที่ผมบอกไปข้างต้นนั้นไม่ได้เกินจริงเลย (หมายเหตุ: จำนวนเกมอาจจะค่อยๆ อัพเดตเรื่อยๆ นะครับ ^^)

Oh Snap!


เกมนี้สนุกมากครับเล่นกันได้ทั้งครอบครัว กติกาง่ายๆ วางพินสีทั้ง 66 ตัวลงในกรอบ แล้วสลับกันหยิบพินสีคนละชิ้นวนไปเรื่อยๆ ใครหยิบพินสีออกมาได้มากที่สุดโดยที่กับดักที่ถูกรั้งไว้ด้วยสปริงไม่ขยับเป็นผู้ชนะ โดยพินแต่สีจะมีคะแนนต่างกันไป พินใหญ่สุดคะแนนมากสุด พินเล็กคะแนนน้อยสุด หรือถ้าขี้เกียจนับบ้านผมเล่นแค่หยิบแล้วใครทำสปริงดีด แพ้! นอกจากอาการลุ้นและตื่นเต้นแล้ว พอเด็กๆ เล่นไปเรื่อยๆ จะรู้เริ่มรู้จักสังเกตรายละเอียดรูปแบบการเรียงและเชื่อมต่อของพิน ว่าต้องหยิบตรงไหนถึงไม่สร้างช่องว่างและจนทำให้พินที่อยู่ข้างๆ ขยับได้ เรื่องความปลอดภัยหายห่วงครับเพราะตัวสปริงไม่ได้มีแรงดีดอะไรมากมาย แค่ต้องระวังเด็กเล็กหยิบพินเข้าปากเท่านั้นพอ


[เกม Oh Snap!] อายุที่แนะนำข้างกล่อง: 8 ขวบขึ้นไป แต่ลูกสาวผม 4 ขวบชอบเล่นมาก,
เวลาที่ใช้ในการเล่น: เกมนี้ออกแนว Casual ครับ ใช้เวลาต่อเกมแค่ 1-5 นาที

 

iTrax


เกมนี้จะเน้นเรื่องการคิดวางแผน การใช้สายตาคาดคะเน และการใช้ความเร็วเพื่อบรรลุเป้าหมายครับ วิธีการเล่นก็คือแจกการ์ดเส้นทางให้คนละใบ (มีระดับความยาก 3 ระดับ) และแท่งสีต่างๆ ให้ผู้เล่นแต่ละคน เมื่อเกมเริ่มก็แข่งกันเอาแท่งสีไปวางทาบตามเส้นทางเพื่อเชื่อมต่อระหว่างบล็อกสี่เหลี่ยมสองบล็อกในการ์ด ซึ่งความท้าทายคือเด็กๆ จะต้องมองเส้นทางที่มีทางเชื่อมทางแยกทางหลอกให้ออก ในขณะที่แท่งสีนั้นแต่ละด้านก็มีสีแตกต่างกัน และสั้นยาวแตกต่างกันด้วย ถ้าไม่รอบคอบดูให้ดีบางครั้งอาจพลาดได้ ใครเร็วที่สุดและวางได้ถูกต้องได้การ์ดไป เก็บได้ครบ 5 การ์ดก่อนชนะ


[เกม iTrax] อายุที่แนะนำข้างกล่อง: 6 ขวบขึ้นไป แต่ลูกสาวผม 4 ขวบก็เล่นได้ละนะ,
เวลาที่ใช้ในการเล่น: เกมนี้ใช้เวลาไม่มากครับ การ์ดแต่ละใบอาจจะใช้เวลาไม่ถึง 1 นาทีด้วยซ้ำ

 

Blokus


กติกาง่ายๆ ของเกมนี้คือการวางบล็อกที่มีรูปร่างคล้ายเกม Tetris ของเราให้กินพื้นที่ว่างบนกระดานต่อเนื่องกันให้ได้มากที่สุดครับ ข้อแม้ก็คือบล็อกแต่ละชิ้นของสีเราจะต่อกันด้วยมุมเท่านั้น ไม่สามารถเอามาวางชิดกันตรงๆ ได้ (แต่ชิดกับสีของฝ่ายตรงข้ามได้) เกมจบลงเมื่อไม่มีใครสามารถวางบล็อคในกระดานได้อีก ใครเหลือบล็อกมากที่สุดแพ้ สิ่งที่เด็กๆ จะได้จากเกมนี้คือการสังเกตรูปทรงของบล็อก การคิดวางแผนล่วงหน้า และแก้ปัญหา โดยเวอร์ชันที่ผมซื้อมาจะเป็น Blokus To Go กระดานจะเล็กแค่ 14×14 เอาไว้พกพาได้และเล่นได้แค่ 2 คน (มีสองสี) แต่เวอร์ชันออริจินอลกระดานจะใหญ่กว่า (20×20) และมีบล็อก 4 สี เล่นได้พร้อมกัน 4 คน

[เกม Blokus To Go] อายุที่แนะนำข้างกล่อง: 7 ขวบขึ้นไป แต่ลูกสาวผม 4 ขวบก็เล่นได้ละนะ,
เวลาที่ใช้ในการเล่น: ประมาณ 10 – 15 นาทีต่อเกม

 

UNO

น่าจะเป็นเกมการ์ดสามัญประจำบ้านที่เหมาะสำหรับเด็กๆ ที่สุดละ เพราะความที่กฏกติกาไม่ซับซ้อน ทำความเข้าใจง่าย โดยการ์ดจะแบ่งเป็นกลุ่มตัวเลข กลุ่มสี และการ์ดคำสั่ง กติกาก็คือลงการ์ดที่มีสีหรือตัวเลข เหมือนการ์ดใบบนสุดของกองทีละหนึ่งใบ จนกว่าจะมีคนหมดคนแรกและเป็นผู้ชนะ ซึ่งการเล่นเกมนี้เด็กๆ จะได้ฝึกทักษะหลายๆ อย่างโดยไม่รู้ตัวเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นการได้รู้จักตัวเลขและสี, จับคู่ภาพเหมือน, การนับจำนวน, การคิดวางแผนการและแก้ปัญหา ที่สำคัญคือการรู้จักเคารพกติกา แรกๆ อาจจะถอดไพ่คำสั่งออกก่อน พอคล่องแล้วก็ค่อยๆ ใส่ลงไปเพิ่มระดับความท้าทายและการคิดที่ซับซ้อนขึ้น ซึ่งนอกจากเวอร์ชันปกติแล้ว ยังมีเวอร์ชันที่เป็นลวดลายคาแรคเตอร์ต่างๆ ที่ดึงดูดความสนใจเด็กๆ ให้อยากเล่นเป็นอย่างดีเลยหล่ะครับ เกมนี้เล่นสองคนก็ได้ แต่ถ้าเล่นหลายคนจะแกล้งกันสนุกมาก!

[เกม UNO] อายุที่แนะนำข้างกล่อง: 7 ขวบขึ้นไป แต่ลูกสาวผม 4 ขวบก็เล่นได้ เล่นเก่งอีกต่างหาก
เวลาที่ใช้ในการเล่น: ประมาณ 5 – 10 นาทีต่อเกม

 

Double Nine Dominoes


ตัวต่อโดมิโน่ที่เล่นสนุกทุกวัย ตอนสมัยเราเด็กๆ อาจจะเล่นขำๆ แต่พอโตมาถึงจะรู้ว่าจริงๆ แล้วมันเป็นเกมแนววางแผน ที่ต้องคิดวิเคราะห์เพื่อเลือกหมากลงให้ถูกจังหวะและการเลือกทิศทางการวางเพื่อเอื้อต่อการวางหมากในตาถัดไป สิ่งที่เด็กๆ จะได้เบื้องต้นอาจจะไม่ใช่แท๊คติกการวางแผนอะไรมากนัก แต่ที่ได้แน่ๆ คือการสังเกต การนับจำนวน การจับคู่ เมื่อเริ่มคล่องแล้ว ทักษะการสังเกตภาพรวมและมองเจาะรายละเอียดจะตามมา กติกาก็แบบที่เราคุ้นเคยกันดี แจกคนละ 7 ตัว ลงตาละหนึ่งครั้ง ถ้าไม่มีตัวลงให้จั่วจากกองกลางจนกว่าจะลงได้ หมากแต้มคู่ให้วางแนวขวางและสามารถต่อแยกของข้างได้ หมากใครหมดมือก่อนชนะ ประมาณนี้ หรือแล้วแต่บ้านไหนจะกำหนดกติกาขึ้นมาเองให้เหมาะกับเด็กๆ ก็ตามสะดวกครับ

[เกม Double Nine Dominoes] อายุที่แนะนำข้างกล่อง: 8 ขวบขึ้นไป แต่ลูกสาวผม 4 ขวบก็เล่นได้ ชอบมากด้วย, เวลาที่ใช้ในการเล่น: ประมาณ 5 – 10 นาทีต่อเกม

 

Oh! Sushi


เกมนี้ได้มาจากตอนไปเที่ยวญี่ปุ่นครับ เห็นชื่อและหน้าตากล่องมันน่ารักดี จริงๆ เกมนี้เล่นคล้ายๆ Uno Stacko หรือ Jenka นั่นแหล่ะ แต่แทนที่จะเป็นบล็อกสี หรือบล็อกไม้ปกติ ก็ดีไซน์ให้เป็นซูชิซะงั้น กติกาก็คล้ายๆ กันครับ ผลัดกันทอยลูกเต๋าแล้วหยิบซูชิสีเดียวกับที่ทอยได้ออกจากทาวเวอร์โดยไม่ให้ถล่มลงมา ดูเด็กๆ เล่นแล้ว excite กันมากเลย เกมนี้เด็กๆ จะได้ฝึกความกล้า ฝึกสมาธิ การควบคุมกล้ามเนื้อมัดเล็ก มิติสัมพันธ์ระหว่างตา-มือ นอกจากการดึงไม่ให้ถล่มแล้ว เค้ายังดัดแปลงให้สามารถเล่นในรูปแบบอื่นๆ ได้อีก 10 อย่าง (โชคดีที่มีคู่มือการเล่นภาษาอังกฤษมาให้ด้วย) ขอยกตัวอย่างซึ่งแบบที่เด็กๆ ชอบก็คือการใช้ตะเกียบคีบซูชิต่อกันให้ได้สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ลูกผมใช้ตะเกียบเป็นก็จากเกมนี้เลยครับ นอกจากนี้ซูชิแต่ละตัวยังเปิดฝาได้ ข้างในใส่โพย (ทำเป็นรูปวาซาบิ ครีเอทสุดๆ) ที่มีกติกา action ให้ผู้แพ้ทำท่าทาง เช่น ทำหน้าตลกๆ เลียนเสียงสัตว์ ฯลฯ สร้างเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี

[Oh! Sushi] อายุที่แนะนำข้างกล่อง: 3 ขวบขึ้นไป เด็กเล่นได้สบาย แต่อาจต้องเลือกเล่นรูปแบบง่ายๆ เช่น จับคู่ โดมิโน่ตั้งล้ม, เวลาที่ใช้ในการเล่น: ประมาณ 10 – 20 นาทีต่อเกม


Lego City Alarm

บอร์ดเกมเกมนี้เด็กๆ สนุกตั้งแต่ก่อนเล่นละ เพราะจะได้ต่อเลโก้ที่ชอบ โดยเลโก้ชุดนี้จะมีตัวมินิฟิกที่เล็กกว่ามินิฟิกเรียกว่าไมโครฟิก เป็นตัวตำรวจ 2 ตัวและผู้ร้าย 4 ตัว น่ารักจุ๋มจิ๋มมาก ระหว่างต่อเด็กๆ ก็สนุกกับการสังเกตคาดเดาว่าชิ้นส่วนเล็กๆ จะต่อเป็นเกมได้ยังไง บางทีก็จะต่อมั่วตามจินตนาการ กว่าจะเสร็จก็ใช้เวลาไปพอควร T-T

กติกาของเกมนี้ก็ไม่ยากครับ ฝั่งตำรวจจะต้องจับตัวผู้ร้ายให้ได้ทั้งหมด 4 คน ใครเป็นผู้ร้ายก็จะต้องพยายามปล้นเงินจากร้านค้าสถานที่ต่างๆ ให้ได้ครบ 10 ชิ้น ฝั่งไหนสำเร็จก่อนชนะ โดยการเดินนั้นจะใช้วิธีการหยิบตัวแต้มที่คว่ำอยู่ (1-6) โดยจะมีคำสั่งพิเศษคือรถไฟใต้ดิน ใครหยิบได้ชิ้นนี้จะได้โอกาสวาร์ปไปสถานีรถไฟตรงไหนก็ได้ในบอร์ด ส่วนลูกเต๋าจะเป็นฝั่งผู้ร้ายที่ได้ทอย ว่าจะปล้นเงินได้กี่บาท และจะมีเฮลิคอปเตอร์มาคอยดักตามดาดฟ้าตึกไม่ให้โจรปล้นด้วย สิ่งที่เด็กๆ ได้จากเกมนี้คือการฝึกการวางแผนการเดิน ให้จับโจร หรือหนีตำรวจ การนับจำนวนแต้ม การปฏิบัติตามกฏกติกา และความสนุกสนานฮาเฮ


[Lego City Alarm] อายุที่แนะนำข้างกล่อง: 6 ขวบขึ้น ไปกติกาเช้าใจง่ายไม่ซับซ้อน เด็กเล็กอาจต้องระวังชิ้นส่วนมีขนาดเล็กนิดนึงครับ

 

…วันนี้ขอตัวไปเล่นเกมก่อน เดี๋ยวมาอัพเดตต่อครับผม ^^