!IFB_MG_5400 copy.jpg

จริงๆ แล้วอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยสำหรับเด็กชิ้นนี้ อาจผ่านตาคุณพ่อคุณแม่หลายท่านมาบ้าง เพราะเคยเป็นที่ฮือฮาในแวดวงอินเทอร์เน็ตเมื่อช่วงปีก่อนจากการระดมทุนผ่านเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Indiegogo (โปรเจ็กต์ mifold – the Grab-and-Go Booster seat) โดยนาย Jon Sumroy คุณพ่อลูกสี่ชาวสหรัฐ ที่ออกมาอธิบายถึงปัญหาและค้นพบทางออกด้วยบูสเตอร์รูปแบบใหม่ที่จะมาพลิกโฉมการใช้งานจากเดิมอย่างสิ้นเชิง … โหเท่ห์อ้ะ!

ใช่แล้วครับ อย่างที่เห็นในภาพ ชื่อของมันคือ Mifold ออกเสียงว่า ‘มายโฟลด์’ นะครับ ทีแรกผมอ่าน ‘มี่โฟลด์’ เจ้าของแบรนด์นี่ฮาเลย 🙂 จุดดีเด่นของมันที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกกดโหวตให้การสนับสนุนอย่างถล่มทลายคือ
1. เล็กกว่าบูสเตอร์ทั่วไป 10 เท่า ไม่เกะกะรถ
2. พับได้ น้ำหนักเบา
3. เมื่อเล็ก เบา แถมพับได้ จึงพกใส่กระเป๋าไปไหนมาไหน ใช้กับรถคันไหนก็ได้ แม้แต่นั่งแท็กซี่
4. ใช้ได้ตั้งแต่ 4 – 12 ขวบ (ความสูงตั้งแต่ 100 ซม. ถึง 150 ซม. หรือน้ำหนัก 15 ถึง 36 กก.)
5. ราคาประหยัดกว่าคาร์ซีท/บูสเตอร์

reimg_5353-copy

หลังระดมทุน รอเพียงปีเศษ Mifold ก็ผลิตออกวางจำหน่ายจริง ซึ่งข้อดีที่ Jon เคยกล่าวไว้ถูกพิสูจน์จากยอดขายที่เติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก 109 ประเทศ และที่ดีใจที่สุดคือประเทศที่ 110 นั้นก็คือ ‘ประเทศไทย’ … ปรบมือรัวๆ ให้กับตัวแทนจำหน่าย Mifold อย่างเป็นทางการที่นำสินค้าดีๆ มาให้พวกเราได้ใช้กันครับ ^^

เอาหล่ะ มาถึงประเด็นที่หลายคนอาจยังสงสัย (ผมก็สงสัย) ว่า … ว่าเล็กแค่นี้ จะใช้แทนบูสเตอร์/คาร์ซีทได้จริงหรือ?

ไปค้นข้อมูลดูก็พบว่าหลักการทำงานของ Mifold นั้นง่ายมากครับ มากจนเราคิดไม่ถึง กล่าวคือ ในบูสเตอร์ปกติจะใช้การยกหรือเสริมที่นั่งให้สูงขึ้นให้ตัวเด็กอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับเข็มขัดนิรภัย ส่วน Mifold นั้นจะใช้หลักการดึงเข็มขัดนิรภัยลงมาให้ระดับที่เหมาะกับตัวเด็ก  … เป็นการ ‘คิดกลับหัว’ ที่ต้องยกนิ้วโป้งให้!

compare

มาดูเรื่องของขนาดกันครับ
เมื่อพับเก็บ จะมีขนาดเพียง 24.1 x 11.5 x 5 ซม. เล็กพอที่จะเก็บใส่ลิ้นชักหน้ารถ เสียบไว้ด้านหลังเบาะนั่ง พกใส่กระเป๋าเป้ของคุณพ่อ กระเป๋าสะพายของคุณแม่ได้สบายๆ น้ำหนักประมาณ 7 ขีดนิดๆ
เมื่อเปิดใช้งาน (กางออก) เบาะรองนั่งจะมีความกว้าง 20 ซม. ลึก 21.6 ซม.
สามารถปรับความกว้างของจุดยึดเข็มขัดนิรภัยให้เหมาะสมกับร่างกายของเด็กได้ 3 ระดับ
สำหรับน้องเล็กได้แคบสุดคือ  24 ซม. และพี่คนโตได้กว้างสุด 37.5 ซม.

reimg_5394-copyวิธีการใช้งาน Mifold ไม่ยาก (ที่ยากคือทำยังไงให้น้องยอมใช้นั่นแหล่ะครับ) เริ่มจากกางออกแล้วปรับระดับความกว้างของจุดยึดเข็มขัดให้เหมาะสมกับน้อง โดยให้อยู่ข้างต้นขาไม่ห่างเกินกว่า 3 ซ.ม. ให้น้องนั่งตรงกลางเบาะรองนั่งแล้วสอดเข็มขัดนิรภัยคาดหน้าตักเข้าจุดยึดทั้งสองข้าง แล้วเสียบล็อกกับตัวรถตามปกติ ส่วนสายรั้งเข็มขัดด้านหลังตัวน้องก็ปรับระดับให้เหมาะสมโดยอยู่บริเวณหัวไหล่ แล้วนำสายคาดเฉียงมาสอดเข้าไปก็เป็นอันเรียบร้อย … ใครนึกภาพไม่ออกกดไปดูวิดีโอสาธิตได้เลยครับ  ^^

บางคนเห็นขนาดเล็ก ดูบอบบาง จะก๋องแก๋งหรือเปล่า ต้องบอกเลยว่าจับของจริงให้ความรู้สึกหนักแน่นและแข็งแรงดีนะครับ แถมมาตรฐานความปลอดภัยยังสบายใจหายห่วง เพราะผู้ผลิตเค้ารับรองว่า Mifold ทุกชิ้นผ่านมาตรฐานความปลอดภัยและใช้ได้กับรถยนต์ที่นั่งทุกคันทั่วโลก ผ่านการทดสอบความปลอดภัยและรับรองโดยสถาบันชั้นนำระดับโลก TRL /CALSPAN /UTAC ได้รับ Regulatory Approval จาก US & EU รวมถึง CCC Regulatory Approval ตามกฏหมายของประเทศจีนด้วย

ทิ้งท้ายไว้ด้วยข้อสังเกตเล็กน้อยสำหรับใครที่กำลังสนใจ Mifold ตัวนี้

1. ใช้ได้เฉพาะกับรถยนต์ที่มีเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดเท่านั้น (มีสายคาดหน้าตักและสายคาดเฉียง) เข็มขัดแบบ 2 จุด (มีเฉพาะสายคาดหน้าตัก) ไม่สามารถใช้ได้
2. เข็มขัดนิรภัยแบบ Inflatable (มีถุงลมในตัว) ในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ บางรุ่นของ Ford, Mercedes Benz ก็ใช้ Mifold ไม่ได้เช่นกัน
3. เบาะรองนั่งมีขนาดตายตัว อาจเล็กเกินไปสำหรับน้องอายุเกิน 10 ขวบหรือมีน้ำหนักมากๆ
4. ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุไว้ว่าสินค้าจะหมดอายุใน 7 ปี (นับจากวันผลิตที่ระบุไว้ที่ตัวสินค้า) ซึ่งข้อนี้ผมยังไม่เข้าใจเหตุผลเหมือนกัน เพราะดูจากวัสดุที่เช่นสายคาด หรือจุดยึดที่มีเสริมความแข็งแรงด้วยเหล็ก ดูแล้วน่าจะใช้งานได้นานกว่านั้น…

!Iduo_copy.jpg
หลังใช้งานจริงหนึ่งสัปดาห์ ทั้งคนโตและคนเล็กพูดเหมือนกันว่าชอบ นั่งสบาย ยกเว้นอย่างเดียวมองไม่เห็นวิวนอกรถ T-T ส่วนคหสต.คุณภาพระดับนี้ ความสะดวกสบายที่หาไม่ได้ในบูสเตอร์ปกติ ในราคาแค่ 2,990 แลกกับความปลอดภัยในการเดินทางของเด็กๆ แถมไม่เกะกะรถ ผมว่าคุ้มเกินคุ้มครับ

Mifold มี 3 สีให้เลือกตามใจชอบครับ (เทา ฟ้า และชมพู)  สนใจแวะดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ -> Mifold.com
หรือคลิกช๊อปออนไลน์ ส่งถึงบ้านทันใจได้ที่นี่เลย -> FB Mifold Thailand

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here