Odor_in_home (5)

โดยปกติแล้วบ้านไหนที่ต้องการซื้อเครื่องฟอกอากาศมาใช้งาน จะมีความต้องการหลักๆ หรือปัญหาที่ต้องการแก้ไขอยู่สองอย่างคือ การลดฝุ่น และสารก่อภูมิแพ้ภายในห้อง ซึ่งเครื่องฟอกอากาศในท้องตลาดแทบทุกรุ่นสามารถตอบโจทย์ได้สบายๆ (อ่านวิธีการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศให้เหมาะสมกับการใช้งาน คลิกที่นี่) แต่ถ้าเงื่อนไขในการซื้อมาใช้งาน มีมากกว่าแค่การลดฝุ่น/สารก่อภูมิแพ้ภายในห้อง นั่นก็คือมีเรื่องของการกำจัด ‘กลิ่นไม่พึงประสงค์’ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ขอบอกเลยว่า ต้องทำการบ้านมากขึ้นเป็นสองเท่า

ทั้งนี้ก็เพราะว่าเทคโนโลยีที่สามารถกำจัดกลิ่นได้นั้น ค่อนข้างมีความซับซ้อน หลากหลาย ทำความเข้าใจยาก ไหนจะชื่อเฉพาะของแต่ละยี่ห้อที่เรียกไม่เหมือนกันอีก หลายคนพลาดเพราะมักเข้าใจผิดคิดว่าเครื่องฟอกอากาศรุ่นไหนๆ ก็กำจัดกลิ่นได้ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ครับ

ก็เลยเป็นที่มาของบทความนี้ ที่จะมาอธิบายและแนะนำเกี่ยวกับเรื่องเครื่องฟอกอากาศที่สามารถกำจัดกลิ่นได้ (มีคน Inbox มาถามเยอะมาก) อย่างน้อยก็เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศที่ตรงตามวัตถุประสงค์ ไม่ใช่ซื้อมาแล้ว อ้าวว!!! ทำไมกลิ่นยังอยู่??? เครื่องนึงก็ไม่ใช่พันสองพัน จริงไหมครับ ^^

Odor_in_home (6)

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจเรื่อง ‘กลิ่นภายในบ้าน’ กันก่อน

กลิ่นที่เกิดขึ้นภายในบ้านนั้นมาจากเหตุปัจจัยหลายอย่าง บางกลิ่นก็ไม่มีผลอะไรกับร่างกาย (แต่ส่งผลเรื่องอารมณ์) ในขณะที่บางกลิ่นก็อันตรายแบบไม่น่าเชื่อ กลิ่นที่ฮิตติดอันดับต้นๆ จนต้องพึ่งพาเครื่องฟอกอากาศ คือ

กลิ่นสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นน้องหมา น้องแมว น้องกระต่าย น้องนก น้องเม (เฮ้ย ตัวหลังนี่ไม่น่าจะใช้นะ!) ซึ่งเครื่องฟอกอากาศรุ่นพื้นฐานที่มาพร้อมฟิลเตอร์ HEPA นั้นจะสามารถกรองได้เฉพาะขน ละออง อนุภาคฝุ่น และสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้จากสัตว์เท่านั้น ไม่สามารถกรองกลิ่นได้  (กลิ่นที่เกิดจากสัตว์เลี้ยง เช่น กลิ่นอุจจาระในกระบะทรายแมว กลิ่นอึในกรงกระต่าย)Odor_in_home (1)

กลิ่นจากควันบุหรี่ นี่ก็ไม่แพ้กันครับ คุณแม่บ้านหลายท่านหลังไมค์มาถามเยอะมากว่าเครื่องฟอกรุ่นไหนกำจัดได้บ้าง? ควันบุหรี่นี่ถ้าไม่มีมาตรการการจัดการหรือเฝ้าระวังให้ดี อาจถึงขั้นต้องล้างบ้านกันเลยทีเดียว เพราะมันสามารถทำให้ผนังห้องและฝ้าเพดานกลายเป็นสีเหลือง แถมยังฝังกลิ่นแบบลึกสุดใจในเครื่องใช้ในบ้าน ไม่ว่าจะหมอน ผ้าม่าน ผ้าห่ม พรม โซฟา และอื่นๆ อีกสารพัด

กลิ่นที่เกิดจากสาร VOCs (Volatile Organic Compounds) หรือสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย … ภาษาเข้าใจยากชะมัด -_-” เอาเป็นว่ามันคือสารเคมีสำคัญที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในครัวเรือนที่เราใช้กันอยู่เป็นประจำ เช่น น้ำยาซักแห้ง, ยาย้อมผม-ดัดผม, ทินเนอร์, ยาฆ่าแมลง, สีทาบ้าน รวมไปถึงวัสดุต่างๆ ที่ประกอบอยู่ในโครงสร้างของบ้านพักอาศัย สามารถลอยกระจายตัวไปในอากาศ ได้ที่อุณหภูมิห้องปกติ ทำให้อากาศเป็นพิษและยังอาจไปปะปนกับอาหาร น้ำดื่มโดยที่เราไม่รู้ตัว ซึ่งหากรับเข้าไปสะสมในร่างกายนานๆ ก็จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โมเลกุลของ VOCs มีขนาดเล็กเพียง 0.001 ไมครอนจึงจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีพิเศษในการกำจัด

กลิ่นที่เกิดจากการทำอาหาร มักเกิดในบ้านที่ไม่มีการแยกครัวเป็นสัดส่วนมิดชิด หรือในคอนโดที่ระบบระบายอากาศไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ (ถึงอย่างนั้นก็ตาม ถ้ามือไหนผัดฉ่า ผัดกระเพรา ระบายอากาศดีแค่ไหนก็เอาไม่อยู่แน่นอน) โชคดีที่กลิ่นเหล่านี้ไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ แต่ถ้าคละคลุ้งมากๆ ก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ

Odor_in_home (7)

ปัญหาใหญ่ในการกำจัดกลิ่นด้วยเครื่องฟอกอากาศ

อย่างที่เกริ่นไปตอนต้นแล้วว่า โดยส่วนใหญ่แล้วมันถูกออกแบบมาเพื่อกำจัดปัญหาเรื่องฝุ่น ละอองเกสรดอกไม้ เรณู ขนและสะเก็ดผิวหนังของสัตว์เลี้ยง ซึ่งสามารถกำจัดได้โดยใช้ฟิลเตอร์กรองอากาศเพื่อดักจับอนุภาคที่เป็นมลภาวะเหล่านั้นเอาไว้ไม่ให้ผ่านออกมาสู่อากาศอีก ทั้งนี้ฟิลเตอร์มาตรฐานอุตสาหกรรมในปัจจุบันที่มีชื่อว่า HEPA สามารถทำหน้าที่นี้ได้อย่างยอดเยี่ยมโดยสามารถกรองอนุภาคที่มีขนาดใหญ่กว่า 0.3 ไมครอนได้ถึง 99.97% (ได้แก่พวกเชื้อรา ฝุ่นละเอียด ละออกเกสรดอกไม้ และแบคทีเรียบางชนิด)

ทว่ากลิ่นต่างๆ นั้นจะอยู่ในรูปของโมเลกุลก๊าซ และมีขนาดเล็กกว่า 0.3 ไมครอน (โดยส่วนใหญ่จะมีขนาดเล็กถึง 0.001 ไมครอนเลยทีเดียว) นั่นหมายความว่าการใช้ฟิลเตอร์ HEPA เพียงอย่างเดียวนั้นเอาไม่อยู่ และด้วยเหตุฉะนี้จึงมีการเพิ่มเติมเทคโนโลยีหรือฟังก์ชันพิเศษให้กับเครื่องฟอกอากาศเพื่อให้สามารถรับมือกับกลิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพออกมาให้เลือกซื้อเลือกใช้กันด้วยนั่นเอง

airpurifier_guide_allergens

ปัจจุบัน มีหลายเทคโนโลยีถูกนำมาใช้ในเครื่องฟอกอากาศเพื่อกำจัดกลิ่น ที่คุ้นเคยกันบ่อยๆ จะมีอยู่ 3 ชนิดด้วยกันคือ

  1. คาร์บอนฟิลเตอร์ เป็นเทคโนโลยีการกำจัดกลิ่นด้วยแผ่นกรองที่มี Activated Carbon หรือธาตุคาร์บอนบริสุทธิเป็นวัสดุหลักในการดูดซับกลิ่นจากคุณลักษณะเด่นของมันที่มีพื้นที่ผิวสูงซึ่งมีรูพรุนเล็กๆ เป็นจำนวนมากสามารถดูดซับสารประกอบอินทรีย์ต่างๆ ที่มีอยู่ในของเหลว หรือก๊าซเอาไว้ได้ในปริมาณมากๆ โดยในหนึ่งกรัมของ Activated Carbon จะมีพื้นที่ผิวถึง 400-1,200 ตารางเมตรเลยทีเดียวadsorption-regenerationvivek-kumarneeri-3-728
  2. ปล่อยประจุไอออน ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยประจุบวก ประจุลบ เพื่อให้ไปจับกับวัตถุที่มีปะจุที่ตรงกันข้ามตามแต่เทคโนโลยีของแต่ละค่าย ยังมีการถกเถียงกันว่าการปล่อยประจุไฟฟ้าออกมาในอากาศจะทำให้เกิดโอโซน ซึ่งหากมีปริมาณที่ไม่เหมาะสมก็จะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ
  3. ปล่อยโอโซน เครื่องฟอกอากาศที่มีฟังก์ชันปล่อยโอโซนถูกออกแบบมาเพื่อการกำจัดเชื้อโรคในอากาศเป็นหลัก (กำจัดกลิ่นเป็นผลพลอยได้) ซึ่งการใช้งานต้องระมัดระวังมาก ผู้ผลิตทุกรายจะระบุไว้ชัดเจนว่าไม่ควรเปิดฟังก์ชันการปล่อยโอโซนในขณะที่มีคนหรือสัตว์เลี้ยงใดๆ อยู่ในห้อง

news-xiaomi-mi-air-purifier-06

ผลวิจัยในต่างประเทศ เทคโนโลยีการกำจัดกลิ่นที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดและมีผลข้างเคียงต่อสุขภาพน้อยที่สุดคือเทคโนโลยี Activated Carbon  ซึ่งมันสามารถกำจัดมลภาวะกลิ่นที่เกิดจากเชื้อรา การทำอาหาร และ VOCs ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก (อย่าเพิ่งเชื่อมผม จนกว่าจะไปลองเสิร์ชดูก่อนนะครับ) ยกเว้นอย่างเดียวคือกระทบสุขภาพของตังค์ในกระเป๋าเพราะต้องเปลี่ยนตามระยะการใช้งานเป็นประจำ ^^

การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศที่เน้นการจำกัดกลิ่น อันดับแรกที่ควรพิจารณาคือ มีฟิลเตอร์กรองกลิ่น หรือไม่? สังเกตง่ายๆ ได้จากฟิลเตอร์สีดำ อาจจะเป็นแผ่นกรองแบบรังผึ้ง แบบขดกลม เป็นฟองน้ำ หรือแผ่นบางๆ แล้วแต่การออกแบบของแต่ละยี่ห้อ อย่างไรก็ดีในเครื่องฟอกอากาศบางรุ่นที่เน้นเรื่องราคา(ประหยัด) อาจจะใช้ฟิลเตอร์ที่มี Activated Carbon ปริมาณน้อย จึงส่งผลให้คุณภาพในการกำจัดกลิ่นไม่ดีนัก (ประสบการณ์ส่วนตัว ฟิลเตอร์ที่มี Activated Carbon จะมีน้ำหนักพอสมควร)

dfe9a11a-2e27-4314-9969-8069cd175cd5.jpg

แถมท้าย: การกำจัดกลิ่นภายในบ้านด้วยวิธีธรรมชาติ

นอกจากการใช้เครื่องฟอกอากาศแล้ว ยังมีวิธีการกำจัดกลิ่นและสร้างอากาศที่สดชื่นภายในบ้านง่ายๆ และประหยัดกว่า นั่นคือการเปิดหน้าต่างให้อากาศใหม่หมุนเวียนมาเปลียนถ่าย (ยกเว้นกรณีที่สภาพแวดล้อมนอกบ้านไม่เอิ้ออำนวย เช่น อยู่ใกล้โรงงานอุตสหกรรม โรงโม่ปูน) และการปลูกต้นไม้ … ใช่แล้วครับ ต้นไม้ในห้องจะช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์โดยการดูดซับสารเคมีในอากาศและปล่อยอ๊อกซิเจนออกมาแทนผ่านกระบวนการสังเคราะห์แสง (Photosynthesis) แบบที่เราเคยเรียนกันมาแล้วตอนเด็กๆ ^^ เรียกได้ว่า 3-in-1 ทั้งกำจัดสารพิษ กลิ่น และมอบอากาศสดชื่นกลับคืน แนะนำให้เลือกปลูกไม้กระถางที่ดูแล้วปลอดภัย ไม่มีใบหนามแหลมคม โดยเฉพาะกรณีบ้านไหนที่มีเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยงอยู่ด้วย

Odor_in_home (2)
———
ข้อมูลอ้างอิง:

http://www.achooallergy.com/

Frequently Asked Questions


http://rainbowintl.com/blog/what-s-that-smell-the-repercussions-of-bad-odor/

 

2 COMMENTS

  1. เพิ่งซื้อของ Xiaomi มาราคา 3900 บาท ในไทยหิ้วกันอยู่ 6600 ดีมากกกกกก เทียบกับเครื่องราคา 20,000 ได้เลยแนะนำครับ

    • กำลังคิดว่าจะลองซื้อมารีวิวดูอยู่เหมือนกัน ไม่ทราบว่า 3900 นี่ซื้อที่ไหนพอแนะนำได้ไหมครับ ^^

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here